วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

วัดพลัง ‘3 ก๊ก’ฝ่ายค้าน ‘ส้ม-เขียว-ฟ้า’ ชำแหละ‘น้ำเงิน’

วัดพลัง ‘3 ก๊ก’ฝ่ายค้าน  ‘ส้ม-เขียว-ฟ้า’ ชำแหละ‘น้ำเงิน’

จับตา "3 ก๊ก" พรรคร่วมฝ่ายค้าน "ส้ม-เขียว-ฟ้า" ที่ถูกคาดหวังว่า จะทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหารได้อย่างแข็งขัน 

ดังนั้น “พรรคประชาชน-พรรคประชาธิปัตย์-พรรคกล้าธรรม” จึงถูกจับตาว่า ในการเปิดฉากสภาฯ จะเปิดปฏิบัติการโชว์ชั้นเชิงรุกรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยทันทีหรือไม่

แน่นอนว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านที่มีเสียงจำนวน 209 เสียง ย่อมไม่อาจทลายความแข็งแกร่งของพรรคร่วมรัฐบาล 291 เสียง ที่นำโดย “พรรคภูมิใจไทย” ได้ง่าย หากไม่มีรอยร้าวที่สร้างปัญหา

ทว่า ก็ไม่อาจมองข้าม การแตะมือของพรรคฝ่ายค้าน 3 ก๊ก ที่แต่ละพรรคล้วนมีพลังในทางการเมือง ไม่ธรรมดา โดยเฉพาะเมื่อสังคมคาดหวังบทบาทใหม่ของพรรคกล้าธรรม ที่นำโดย “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” จะสามารถสร้างแรงสั่นสะเทือน และดิสเครดิตพรรคสีน้ำเงินได้หรือไม่

วัดพลัง ‘3 ก๊ก’ฝ่ายค้าน  ‘ส้ม-เขียว-ฟ้า’ ชำแหละ‘น้ำเงิน’

พรรคกล้าธรรมถูกจับตาว่าอาจเป็นศัตรูเบอร์หนึ่งของพรรคภูมิใจไทยในเวลานี้ เพราะการสู้รบในสนามเลือกตั้งล่าสุด 8 ก.พ. 2569 ในทั่วทุกภูมิภาค ว่ากันว่า บางเขตพรรคสีเขียวไม่หลบพื้นที่ให้กับพรรคสีน้ำเงิน

ด้วยยุทธศาสตร์การทำพื้นที่ที่มีสไตล์คล้ายกัน ยึดบ้านใหญ่เป็นหลัก ไม่เน้นคะแนนกระแส ทำให้ “คีย์แมนสีน้ำเงิน” เริ่มเห็นถึงภัยอันตราย หากปล่อยให้ “กล้าธรรม” มีอำนาจรัฐและเติบโตด้วยยอด สส.ต่อไป

เมื่อโฟกัสไปที่ “พรรคประชาชน” มี สส. 120 เสียง ได้เก้าอี้ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ขณะที่“เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคมีความสุ่มเสี่ยงคดี 44 สส.ที่ร่วมกันเสนอแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 จึงจำเป็นต้องเพลย์เซฟ ลุกจากเก้าอี้หัวหน้าพรรค เพื่อส่งต่อตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านฯ ให้กับหัวหน้าพรรคคนใหม่ 

อีกทั้งในอดีตสมัยเป็นพรรคก้าวไกล เคยตรวจสอบพรรคภูมิใจไทยอย่างหนัก ในยุครัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และเคยร่วมกับพรรคเพื่อไทย ยื่นคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ กระทั่งมีมติเสียงข้างมาก เมื่อวันที่ 17 ม.ค.2567 ให้ความเป็นรัฐมนตรีของ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.คมนาคม พ้นจากรัฐมนตรี กรณียังคงเป็นผู้ถือหุ้นและเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น รวมทั้งยังเคยร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้เอาผิด “ศักดิ์สยาม” กรณีถือครองที่ดินเขากระโดง

วัดพลัง ‘3 ก๊ก’ฝ่ายค้าน  ‘ส้ม-เขียว-ฟ้า’ ชำแหละ‘น้ำเงิน’

แต่หากพรรคประชาชนละเลยการตรวจสอบคดีเขากระโดง เหมือนที่เคยรุกไล่อย่างหนัก อาจถูกโจมตีได้ว่า เป็นฝ่ายค้านที่ประนีประนอมกับพรรคสีน้ำเงิน เหมือนเมื่อครั้งโหวตให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรี หรือไม่

ขณะที่พรรคประชาธิปตย์ 21 เสียง ต้องยอมรับว่า การมี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” กลับมาทำหน้าที่ฝ่ายค้านอีกครั้ง ทำให้ความน่าเชื่อถือในฐานะฝ่ายค้านมืออาชีพพุ่งสูงขึ้น ในการตรวจสอบรัฐบาล โดยเฉพาะวาทกรรม ฝีปากและโวหารพรรคสีฟ้า ยืนหนึ่งในบทบาทฝ่ายนิติบัญญัติ รวมทั้งมีแทคติกแพรวพราวในการปั่นป่วนฝ่ายรัฐบาลมาโดยตลอด ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย จนถึงพรรคเพื่อไทย

วัดพลัง ‘3 ก๊ก’ฝ่ายค้าน  ‘ส้ม-เขียว-ฟ้า’ ชำแหละ‘น้ำเงิน’

สำหรับ “พรรคกล้าธรรม” 58 เสียง นักสังเกตการณ์การเมือง โฟกัสไปที่ “ร.อ.ธรรมนัส” ซึ่งจะได้มือตรวจสอบข้างกาย อย่าง น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต สส.กทม. พรรคเพื่อไทย เคยมีบทบาทในฐานะอดีตผู้อำนวยการสำนักงานปราบโกง (สปก.) ของพรรคเพื่อไทย อีกทั้งเป็นคีย์แมนสำคัญข้างกาย “ผู้กองนัส”ในเวลานี้ ฉะนั้น กลไกการตรวจสอบรัฐบาลย่อมมีพลังในระดับหนึ่ง

ต้องยอมรับว่า การที่ “ร.อ.ธรรมนัส” ฝังกลไกข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มายาวนาน ตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ต่อเนื่องมาจนถึงรัฐบาลอนุทิน ย่อมมีข้อมูลลับ ที่พรรคภูมิใจไทย จะต้องตั้งรับกับมือตรวจสอบของพรรคกล้าธรรม

วัดพลัง ‘3 ก๊ก’ฝ่ายค้าน  ‘ส้ม-เขียว-ฟ้า’ ชำแหละ‘น้ำเงิน’

ถึงแม้ “พรรคกล้าธรรม” จะเป็นพรรคมือใหม่ในการเป็นฝ่ายค้าน แต่หากแบ่งบทบาทกันระหว่างพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ให้ลงตัว ย่อมสามารถทำลายแต้มนิยมทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมรัฐบาลอย่างเพื่อไทยได้

อีกทั้ง ต้องไม่ลืมว่า ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ “กลุ่มบ้านป่ารอยต่อ” อาศัยคีย์แมนอย่าง “ร.อ.ธรรมนัส” เดินสายดีล สส.เพื่อเป็นงูเห่าในการล้ม พล.อ.ประยุทธ์ ผ่านเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงปี 2564

ครั้งนั้น พรรคพลังประชารัฐ "สายลุงป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เกือบล้ม ลุงตู่ “พล.อ.ประยุทธ์” ในสภาฯได้ แต่สุดท้ายก็ต้องพับแผนล้มนายกฯ ในนาทีสุดท้าย

หากจับท่าทีของ ร.อ.ธรรมนัส แม้จะยืนยันว่าการเป็นฝ่ายค้านจะต้องมีหลักการ ไม่ใช่โวยวายหรือค้านทุกเรื่อง ดังที่ว่า "ผมไม่ใช่ฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น ผมมีคุณธรรมพอ” ร.อ.ธรรมนัส ระบุถึงบทบาทใหม่ในพรรคร่วมฝ่ายค้าน

วลีดังกล่าวทำให้คนการเมืองให้น้ำหนักไปที่ “พรรคกล้าธรรม” เป็นพรรคที่สามารถมีทีเด็ดหมัดน็อกรัฐบาลได้มากกว่าพรรคประชาธิปัตย์และพรรคประชาชน

ขณะที่ “พรรคประชาธิปัตย์” ถูกคาดหมายว่าจะโชว์ความเก๋าเกมทางการเมือง ใช้โวหารทำลายความชอบธรรมรัฐบาลเป็นหลัก

ส่วน “พรรคประชาชน”จะต้องกลับมาพิสูจน์ตัวเอง เพื่อฟื้นศรัทธาอีกครั้งในบทบาทแกนนำฝ่ายค้าน หลังยุค “หัวหน้าเท้ง” นำพรรคส้มโหวตอุ้ม “อนุทิน” เป็นนายกฯ จนเป็นปัจจัยไปสู่การชนะเลือกตั้งแบบเด็ดขาด

วัดพลัง ‘3 ก๊ก’ฝ่ายค้าน  ‘ส้ม-เขียว-ฟ้า’ ชำแหละ‘น้ำเงิน’

 

วัดพลัง ‘3 ก๊ก’ฝ่ายค้าน  ‘ส้ม-เขียว-ฟ้า’ ชำแหละ‘น้ำเงิน’

วัดพลัง ‘3 ก๊ก’ฝ่ายค้าน  ‘ส้ม-เขียว-ฟ้า’ ชำแหละ‘น้ำเงิน’

ภาพ 3 ก๊กกับบทบาทฝ่ายค้านร่วมกัน ระหว่าง “ส้ม-เขียว-ฟ้า” ถึงแม้ ไม่จำเป็นต้องเป็นอันหนึ่งเดียวอันหนึ่งกัน แต่ต่างฝ่ายต่างใช้ข้อมูลที่ตัวเองมี 

โดยเริ่มได้สัญญาณพุ่งเป้าไปที่ผู้นำจิตวิญญาณสีน้ำเงิน ซึ่งมีบาดแผลทางการเมืองจากคดีเขากระโดง รวมทั้งบาดแผลของ “ศักดิ์สยาม” ที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยสั่งพ้นความเป็นรัฐมนตรี ขึ้นมาชำแหละผ่านเวทีนิติบัญญัติ พร้อมเดินเกมตรวจสอบผ่านองค์กรอิสระ กางข้อมูลให้ประชาชนเห็นว่า การดำรงอยู่ของรัฐบาลสีน้ำเงินนั้น มีรอยด่างพร้อยไม่สมควรบริหารประเทศต่อไป

ภารกิจฝ่ายค้าน ก็อาจกลายเป็นผลงานโดดเด่น ที่มีโอกาสกลับเข้าสู่อำนาจได้ในอนาคต