วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

สส.ปชน.มองควบ 'ท่องเที่ยว-วัฒนธรรม' ไม่พอ จี้สางปัญหาใต้พรมด้วย

สส.ปชน.มองควบ 'ท่องเที่ยว-วัฒนธรรม' ไม่พอ จี้สางปัญหาใต้พรมด้วย

‘ณัฐพล’ สส.เชียงใหม่ ปชน. ชี้ควบรวมกระทรวงท่องเที่ยว-วัฒนธรรมยังไม่พอ ต้องยกระดับแก้ปัญหาค่าโดยสารไม่เป็นธรรม-ขนส่งสาธารณะไม่ทั่วถึง-ทุนนอมินีต่างชาติ ด้วย

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2569 นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ เขต 3 พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงประเด็นที่รัฐบาลเตรียมควบรวมกระทรวงท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน ว่า การควบรวมสองกระทรวงนี้เป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ต้องยกระดับการแก้ปัญหาด้วย อย่างไรก็ดีถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเริ่มปฏิรูปโครงสร้างการทำงานของรัฐบาล แต่ควรใช้โอกาสยกระดับการแก้ปัญหาด้วย ปัจจุบันยังไม่มีรายละเอียดของการขับเคลื่อนภายใต้การควบรวมกระทรวงใหม่ และรัฐบาลเองก็ยอมรับว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้ทำการศึกษา แต่ก็มีความพยายามที่จะทำให้เสร็จสิ้นโดยเร็วภายใน 6 เดือนข้างหน้า

นายณัฐพล กล่าวว่า แม้ว่ารัฐบาลชุดใหม่จะมีเจตนาที่ดีในการผลักดันวาระการท่องเที่ยว แต่หากรัฐบาลต้องการทำให้การท่องเที่ยวไทยดีขึ้นกว่านี้ รัฐบาลก็ต้องผลักดันงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวด้านอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย ซึ่งหลายงานนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระทรวงท่องเที่ยวและวัฒนธรรม

ยกตัวอย่างปัญหา อาทิ ปัญหาค่าโดยสารที่ไม่เป็นธรรม ปัญหาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติทรุดโทรม ปัญหาของระบบขนส่งสาธารณะที่ไม่ทั่วถึง ปัญหาการจัดการกับทุนนอมินีต่างชาติ ปัญหาการอำนวยความสะดวกในการเข้า-ออกประเทศของชาวต่างชาติ ปัญหาการพัฒนาเมืองรองและท้องถิ่นที่ยังมีข้อจำกัด ปัญหาของผู้ประกอบการประเภทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ฯลฯ

นายณัฐพล กล่าวอีกว่า ประเด็นปัญหาข้างต้นทั้งหมด ไม่ได้อยู่ในมือของกระทรวงท่องเที่ยวมาตั้งแต่ต้น กระทรวงท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยไม่มีอำนาจในการแก้ปัญหาดังกล่าว และทำหน้าที่ได้แค่เพียงส่งเสริมการท่องเที่ยว อบรม สัมมนา โฆษณา จัดทำมาตรฐาน จัดแคมเปญ จัด Events อุดหนุนการส่งเสริมการขายและการตลาดเท่านั้น

นายณัฐพล กล่าวด้วยว่า หากเราจะทำการท่องเที่ยวไทยให้ดีขึ้นจริง ๆ การควบรวมกระทรวงอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องขับเคลื่อนงานด้านอื่นผ่านกลไกต่าง ๆ ไปพร้อมกันด้วย เช่น การทำให้ ‘คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ’ ทำงานได้จริง ผ่านการแก้ไข พ.ร.บ. ดังกล่าว เพื่อไม่ให้คณะนี้เป็นเพียงแค่เสือกระดาษที่ทำแผนพัฒนาท่องเที่ยวไปแล้ว แต่ไม่มีการปฏิบัติอย่างจริงจัง

การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเดิมและเขียนกฎหมายใหม่ขึ้นมา เช่น การแก้ไข พ.ร.บ.โรงแรม ให้สอดรับกับความเป็นจริงในปัจจุบันมากขึ้น การเร่งรัดการออก พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า และ พ.ร.บ. Digital Economy หรือแม้แต่การออกกฎหมายใหม่เพื่อจัดการกับการกระทำแบบนอมินี

รวมถึงเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการควบรวมกระทรวงท่องเที่ยวและวัฒนธรรม เพื่อเปิดให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการปฏิรูปเชิงโครงสร้างในครั้งนี้ โดยสามารถนำรายงานการศึกษาการกิโยตินกฎหมายท่องเที่ยวที่สภาชุดที่แล้วได้ทำไว้ มาพิจารณาประกอบได้ เพื่อให้การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวครั้งนี้ตอบสนองแก่คนทุกกลุ่มมากที่สุด

"เชื่อว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้ปฏิรูปการท่องเที่ยวไทยอย่างจริงจัง มิเช่นนั้นการควบรวมกระทรวงท่องเที่ยวและวัฒนธรรมไว้ด้วยกันเพียงเพื่อเหตุผลเดียว คือเน้นการขายหารายได้ ก็ไม่อาจทำให้หลังบ้านของการท่องเที่ยวไทย ที่ผุพังดีขึ้นมาได้" นายณัฐพล กล่าว