วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

ผู้ตรวจฯคุย 'ศุภจี' บ่ายนี้ ลุยแก้กฎหมาย 'นอมินี' ล้งสินค้าเกษตร

ผู้ตรวจฯคุย 'ศุภจี' บ่ายนี้ ลุยแก้กฎหมาย 'นอมินี' ล้งสินค้าเกษตร

ผู้ตรวจฯเดินหน้าแก้กฎหมาย 'นอมินี' ล้งสินค้าเกษตร คุย 'ศุภจี' บ่ายนี้ ถกปัญหาล้งมะพร้าว จ่อคลอดระเบียบสำนักนายกฯ แก้ระยะสั้น ป้องต่างชาติสวมสิทธิทำธุรกิจ

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2569 นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงการแก้ไขปัญหา "ล้งมะพร้าว" ไทย ถูกต่างชาติสวมสิทธิ์ ว่า วันนี้ช่วงบ่ายผู้ตรวจการแผ่นดิน จะมีการหารือกับ รมว.พาณิชย์ เพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้ โดยเฉพาะมะพร้าว ซึ่งทางสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินพึ่งได้รับเรื่องร้องเรียนมาเมื่อวานนี้

นายทรงศัก กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะมีการประชุมและลงพื้นที่ แต่เบื้องต้นได้ติดตามข้อมูลในระดับหนึ่งแล้ว ว่าได้มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยเป็นล้งนอมีนีต่างชาติ 7-8 แห่ง และถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ โดยผู้ตรวจการแผ่นดิน จะขับเคลื่อนเรื่องนี้โดยเร็ว เพราะหากเป็นบริษัทนอมินีแล้วมาผูกขาดระบบการรับซื้อมะพร้าว ก็จะส่งผลกระทบ ทำให้คนไทยเสียประโยชน์ทั้งเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวและผู้ประกอบการ พร้อมย้ำว่าผู้ตรวจการแผ่นดินให้ความสำคัญกับเรื่องนอมินีเป็นอันดับแรก ส่วนการดูแลไม่ใช่แค่ผลผลิตมะพร้าวอย่างเดียว แต่จะต้องดูไปถึงเรื่องการทำสวนมะพร้าวอย่างยั่งยืน ผู้ตรวจการจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน

นายทรงศัก กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่ผ่านมาหลายรัฐบาลจะพยายามดำเนินการแก้ปัญหาล้งต่างชาติ และมีสินค้าเกษตรไทยหลายชนิดที่ประสบปัญหาเดียวกันนี้ แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรนัก นายทรงศัก กล่าวว่า สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน จะมีการเสนอให้มีการแก้ปัญหาทั้งระบบควบคุมทั้งหมด และจะพยายามดูระบบล้งทั่วประเทศ ว่ามีจุดอ่อนตรงไหนบ้าง ที่ทำให้ต่างชาติสามารถใช้ช่องโหว่เข้ามาดำเนินการได้ รวมไปจนถึงการจัดการทั้งระบบตั้งแต่การรับซื้อ การขนส่ง ไปจนถึงตลาดปลายทาง ซึ่งหากพบว่าไม่อยู่ในมือคนไทยเลยก็จะต้องมีการรื้อทั้งระบบ ซึ่งไม่เพียงแต่มะพร้าวเท่านั้น ยังรวมไปถึงผลไม้อื่นๆ เช่น ทุเรียน มังคุด ฯลฯ โดยย้ำว่า คนไทยมีความสามารถที่สามารถทำเรื่องนี้ได้

"การปิดช่องโหว่นี้จะต้องมี การหารือร่วมกับหลายหน่วยงาน และมีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการ ส่วนกรอบเวลา จะดำเนินการให้เร็วที่สุด และจะติดตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการดำเนินการโดยเร็วที่สุดเช่นกัน เมื่อมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ และลงพื้นที่แล้วก็น่าจะทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น" นายทรงศัก กล่าว 

ทั้งนี้ ในส่วนของการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน หากพบว่ามีนอมินีต่างชาติจะมาซื้อที่ดิน ทรัพย์สินจะต้องตกเป็นของแผ่นดิน และมีการลงโทษทางอาญา ทั้งผู้ถือหุ้นฝ่ายไทยและต่างประเทศนั้น ทราบว่าทางกรมที่ดินได้เสนอร่างกฎหมายไปที่คณะรัฐมนตรีแล้ว และเมื่อเข้าสู่ที่ประชุม ผู้ตรวจการก็จะเร่งให้ถูกบังคับใช้โดยเร็ว จะได้มีเครื่องมือ ในการดูแลเกี่ยวกับนอมินีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายทรงศัก กล่าวด้วยว่า การรื้อทั้งระบบดังกล่าวไปจนถึงการออกกฎหมายใหม่ ถือเป็นการแก้ปัญหาระยะยาว แต่สำหรับการแก้ปัญหาเร่งด่วนในระยะสั้น ผู้ตรวจการจะต้องร่วมมือกับผู้บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งในปัจจุบันกฎหมายนอมินีโดยเฉพาะ ยังไม่มีความชัดเจน อย่างกรณีที่มีการจับกุมล้งนอมินี ก็ยังต้องใช้กฎหมายอื่นเข้าไปจับกุม เช่น กฏหมายที่ดิน กฎหมายเกี่ยวกับอาคาร เป็นต้น

ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงมีแผนที่จะเสนอมาตรการทางบริหาร ในการผลักดันและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในขั้นตอนตั้งแต่ก่อนการจดทะเบียนประกอบธุรกิจ ขั้นตอนการจดทะเบียน ไปจนถึงหลังจดทะเบียนแล้ว ว่ามีการประกอบธุรกิจเป็นไปอย่างที่แจ้งไว้หรือไม่ และผู้ที่มีอำนาจบริหารบริษัม เป็นคนต่างชาติกี่คน หากทั้ง 5 คนเป็นต่างชาติก็อนุมานได้ว่าไม่ใช่บริษัทคนไทย เนื่องจากเดิมยังไม่มีการตรวจสอบ อาจจะใช้การตรวจสอบ เช่น ผู้ที่จดทะเบียนประกอบธุรกิจที่มีเงินทุนจดทะเบียน อาจจะต้องตรวจสอบย้อนหลัง 3-5 ปี ว่ามีเงินจำนวนนี้มานานแล้วหรือไม่ ไม่ใช่ถือเงินก้อนโตเฉพาะในวันจดทะเบียน

และควรต้องมีการประสานกับ ปปง. ในการตรวจสอบที่มาของเงินด้วย และในส่วนของอำนาจการบริหารบริษัท ซึ่งอยู่ในทางประมวลกฎหมายที่ดิน และพ.ร.บ.ธุรกิจต่างด้าว ที่มีอยู่เดิม ก็จะต้องบังคับใช้ให้มีประสิทธิภาพที่สุด รวมถึงที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน พยายามผลักดันคือให้มีการออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีก่อน ซึ่งเป็นการจัดกระบวนทัพให้มีกลไกระดับชาติในการแก้ไขข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ที่น่าจะใช้เวลาไม่นานในการออกระเบียบดังกล่าว

นอกจากการแก้ไขในเชิงกฎหมายและการบริหารราชการแล้ว สิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไป คือต้องมีการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในชุมชน เพื่อสร้างความเข้มแข็ง ไม่ให้พึ่งพาทุนจากต่างชาติ