ผู้ตรวจฯเผย กกต.ส่งคำชี้แจงปม 'บัตรเลือกตั้ง' มี 'บาร์โค้ด' มาให้แล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณา ยันต้องมีมติก่อนว่าจะส่งศาล รธน.หรือไม่ ในเดือน มี.ค.นี้อยู่ภายในกรอบเวลา
เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีคำร้องถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน ในการพิจารณาคำร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นโมฆะหรือไม่ กรณีบัตรเลือกตั้งที่มี "บาร์โค้ด" และ "คิวอาร์โค้ด" อาจเข้าข่ายทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ เพราะสามารถตรวจสอบได้ว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งโหวตให้กับพรรคการเมืองใด
ล่าสุด พล.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า ล่าสุดเลขาธิการ กกต. ส่งคำชี้แจงมายังผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาอยู่
พล.ต.อ.สรายุทธ กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตุว่าผู้ตรวจการฯอาจใช้กรอบเวลาครบแล้วทำให้ผู้ร้องไปยื่นร้องตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญเอง ว่า ไม่ได้รอให้ครบกรอบเวลา ยืนยันว่าผู้ตรวจการแผ่นดินต้องมีมติอย่างใดอย่างหนึ่งออกมาว่าจะส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่
เมื่อถามว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือน มี.ค.นี้หรือไม่ พล.ต.อ.สรายุทธ กล่าวว่า อยู่ในกรอบเวลา
ปธ.ผู้ตรวจฯ เผยมีอีก 40 เรื่อง วิเคราะห์รอบคอบในกรอบ 60 วัน
วันเดียวกัน นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคำร้องเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนในการเลือกตั้งปี 2569 ว่า อยู่ระหว่างการพิจารณา ส่วนข้อชี้แจงของ กกต.นั้น ขอเวลาพิจารณาเป็นการภายในก่อน ต้องนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ขอให้มั่นใจว่าเราทำเรื่องนี้อย่างรอบคอบ และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนข้อมูลที่เข้ามาหลายเรื่องนั้นจัดส่งรวมหรือไม่ ยังไม่ทราบ และยังไม่ทราบว่าจะส่งหรือไม่ ทั้งนี้ หากส่งเรื่องแล้วก็จะแถลงข่าวให้ประชาชนทราบ
เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าผู้ตรวจการแผ่นดินทำเรื่องนี้จนเต็มระยะเวลา 60 วัน แล้วค่อยเปิดโอกาสให้ประชาชนไปฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายทรงศัก กล่าวว่า ต้องไปถามคนที่ตั้งข้อสังเกต ไม่สามารถตอบแทนได้ ซึ่งขณะนี้เหลือเวลาอีก 30 กว่าวัน ถ้าเสร็จเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น แต่อยู่ในกรอบเวลา 60 วัน
นายทรงศัก กล่าวด้วยว่า สำหรับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ล่าสุดมีทั้งหมด 40 คำร้อง โดยมีกรณีการละเมิดสิทธิเสรีภาพ ประมาณ 20 เรื่อง เรื่องความเดือดร้อนอีก 10 กว่าเรื่อง และอื่นๆ รวมถึงประเด็นทีโออาร์ว่าให้มีการจัดพิมพ์บาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง ซึ่งนับตั้งแต่รับเรื่องร้องเรียนในวันแรก เมื่อข้อมูลเข้ามาเราก็นำมาวิเคราะห์เลย
ถามย้ำว่าการพิจารณาให้เป็นโมฆะหรือไม่ เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ นายทรงศัก กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่เราพิจารณาเฉพาะเรื่องที่ร้องเรียนเข้ามา และอยู่ในอำนาจหน้าที่ของเราเท่านั้น ก็เหมือนเป็นการกลั่นกรองให้ศาลรัฐธรรมนูญอีกชั้นหนึ่ง
ซักอีกว่า การพิจารณาว่าการเลือกตั้งนั้นเป็นไปโดยลับหรือไม่ อยู่ในอำนาจพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดินหรือไม่นั้น นายทรงศัก กล่าวว่า ต้องดูว่าเป็นไปตามระเบียบ และรัฐธรรมนูญหรือไม่





