วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

'กรณ์' ข้องใจ 'กลต.-ปปง.' ไม่เร่งจัดการ CAI หวั่นการเมืองหนุนหลัง

'กรณ์' ข้องใจ 'กลต.-ปปง.' ไม่เร่งจัดการ CAI หวั่นการเมืองหนุนหลัง

"กรณ์" ข้องใจ รัฐบาล-กลต.-ปปง. ไม่เร่งจัดการกองทุน CAI ทั้งที่มีพฤติกรรมปั่นหุ้น-หลอกหลวง หวั่นมีประเด็นการเมืองหนุนหลัง

ที่พรรคประชาธิปัตย์  นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และ รองหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์  แถลงถึงกรณีที่ตำรวจสิงคโปร์ และธนาคารกลางสิงคโปร์ เข้าจับกุมผู้บริหารระดับสูงของ กองทุนCapital Asia Investments (CAI) รวมถึงอายัดทรัพย์กว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ว่า กรณีดังกล่าว พรรคประชาธิปัตย์ได้เรียกร้องให้ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน  (ปปง.) ตรวจสอบตั้งแต่ 20 พ.ย. 2568 และได้ยื่นเอกสารเพิ่มเติม แต่ปัจจุบันไม่พบว่า กลต. ได้ดำเนินการใดๆ กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่กองทุนดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการตลาดทุนไทย และการปั่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทย 

นายกรณ์ ยังกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้กองทุน CAI เคยถือหุ้น BCBG ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบางจาก จำนวน 16 ล้านหุ้น ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ เคยเรียกร้องให้หน่วยงานทั้ง กลต. และ ปปง.ไปตรวจสอบ แต่ไม่พบการดำเนินการใดๆ  จนกองทุน CAI ได้ขายหุ้น BCBG ออกไปเกือบทั้งหมด จึงเกิดเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้น และหน่วยงานสิงคโปร์ยืนยันแล้วว่า CAI มีความเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน และปั่นตลาดหุ้นไทย โดยพบว่ามีประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อของหลอกลวง 

"ผมตั้งข้อสงสัยว่า เมื่อ ปปง.เห็นพฤติกรรมของบางจาก จนมีคำสั่งยึดอายัดการขายหุ้น BCBG แล้ว เหตุใดไม่ดีเนินการกับหุ้นอื่นๆ ที่ CAI ถือหุ้นไว้อยู่ จนปล่อยให้มีการขายหุ้นไปด้วย รวมทั้งในกรณีหุ้น BCBG นี้ เป็นเป็นการขายหุ้นหนีโดยกองทุน CAI ซึ่งตามกฎหมายใครก็ตามที่ซื้อหรือขายหุ้น ในระดับที่ที่ให้การถือหุ้นต่ำกว่า 5% จะต้องรายงานต่อ กลต. แต่ CAI ได้ขายไปถึง 5.62% ก็ไม่เคยมีการรายงานใด ๆ ให้ กลต.รับทราบ และ กลต.ยังปล่อยให้ CAI ดำเนินการดังกล่าวได้โดยไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ทั้งที่ควรประสานกับ ปปง.เพื่อดำเนินการตาม พ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์ จนปล่อยให้ CAI ขายหุ้นต่อไปได้" นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ กล่าวด้วยว่ามีประเด็นที่สังคมเคลือบแคลงใจต่อการแก้ปัญหาดังกล่าว ว่ามีความเกรงใจบุคคลใดหรือไม่ เพราะมีหลักฐานปรากฏว่า กองทุน CAI เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญในวงการการเมืองหลายคน  รวมถึงกรณี MOU สแกนม่านตา ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ชี้ข้อกล่าวหาคู่สัญญาณยังเป็นบริษัทที่อยู่ในเครือของ CAI ซึ่งในวันที่ลงนามสัญญานายเบน สมิธ ก็เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

"พรรคการเมืองที่กำลังจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบัน มีส่วนหรือเป็นสาเหตุที่ทำให้หน่วยงานไทยไม่มีผลงานที่เป็นรูปธรรมต่อการจัดการกับขบวนการฟอกเงินในตลาดทุนไทยหรือไม่ ซึ่งยังไม่รับรวมกับผู้ลงนามในสัญญาที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในขณะนั้น ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งเป็นประธาน กลต. ด้วย"นายกรณ์ กล่าว