'ช่อ พรรณิการ์' รอด! ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้อง คดีโพสต์เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยาผ่านเฟซบุ๊ก ชี้ไม่เข้าข่ายองค์ประกอบความผิด ใช้สิทธิแสดงความเห็นตาม รธน.
เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2569 ที่ห้องพิจารณา 608 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำที่ อ.567/2565 พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ ฟ้อง น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เป็นจำเลยในความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตระหนกแก่ประชาชน ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14(2) และ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2560 มาตรา 8
อัยการโจทก์บรรยายฟ้องสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 21 พ.ย. 2556-9 มิ.ย. 2562 จำเลยโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กของจำเลย ด้วยข้อความที่เกี่ยวข้องกับสถาบันเรื่องเพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา อันเป็นเท็จ และเป็นการกระทบกระเทือนต่อจิตใจประชาชนไทยทั่วไป ก่อให้เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชนและส่งผลกระทบกระเทือนถึงจิตใจและเกิดการตื่นตระหนกตกใจกับประชาชนทั้งในด้านเศรษฐกิจความมั่นคงของประเทศ สาธารณะ จำเลยให้การปฏิเสธ
โดยคดีนี้ศาลอาญา (ชั้นต้น) พิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้ว เห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และอื่น ๆ อัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยตามความผิดด้วย
ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา องค์การค้าคุรุสภา เคยนำมาตีพิมพ์เผยแพร่แก่ประชาชนมาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งการกระทำของจำเลยไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชน รวมทั้งไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ต่อระบบเศรษฐกิจ ต่อระบบสาธารณูประโภค และเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ตามรัฐธรรมนูญ
ศาลเห็นว่า การกระทำของจำเลยจึงไม่เข้าข่ายองค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยมานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน





