วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

เดิมพัน ‘2 ส.’ ลุ้น 2 เก้าอี้รัฐมนตรี ทางแยก‘กลุ่มทุน-ชินวัตร’

เดิมพัน ‘2 ส.’ ลุ้น 2 เก้าอี้รัฐมนตรี ทางแยก‘กลุ่มทุน-ชินวัตร’

สถานการณ์ค่ายแดง เรื่องโควตารัฐมนตรี เริ่มระอุคุกรุ่นขึ้นทุกที เมื่อ “เจ้าของเพื่อไทย” กับ “2 ส.” ยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่ลงตัวเนื่องจากโควตา 5 รมว. + 3 รมช. จากค่ายน้ำเงิน ได้จำนวนน้อยมากตามสัดส่วน เมื่อเทียบกับคิวรอในพรรค 

 ต้องยอมรับว่าจำนวน สส.ของ“เพื่อไทย” 74 ที่นั่ง ส่งผลกระทบต่อการจัดวางตำแหน่งต่างตอบแทน ที่มีโควตาทั้ง “เด็กนาย-นักเลือกตั้ง” ที่ได้สิทธิ์ 

ยิ่งในสถานการณ์ที่กระแสพรรคเพื่อไทยปลุกไม่ขึ้น “สส.เขต” ที่เข้าวินมา ปฏิเสธไม่ได้ว่า ส่วนหนึ่งต้องพึ่งบริการของสายทุน “ส.สุริยะ" ผู้อำนวยการเลือกตั้ง บริหารจัดการทรัพยากร เติมท่อน้ำเลี้ยง 

เมื่อมีกระแสข่าว 5 โควตา 8 ตำแหน่ง ถูกตัดจบ ประกอบด้วย ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ประเสริฐ จันทรรวงทอง และสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล โดยไม่มีชื่อสมศักดิ์ เทพสุทิน

ขณะเดียวกันชื่อ 3 รมช. ที่มีชื่อเป็นแคนดิเดต ประกอบด้วย มนพร เจริญศรี สส.นครพนม วิรัช พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ พัฒนา สัพโส สส.สกลนคร และศุภชัย นพขำ สส.ปทุมธานี 

โผ ครม.รอบนี้ ทำให้เกิดคำถามจาก สส.เขต โดยเปรียบเท่ียบผลงานที่ฝ่ากระแส และกระสุนค่ายอื่นเข้ามาได้ ดังนั้นควรมีสัดส่วนที่ได้รับการพิจารณา และสถานการณ์เวลานี้ ควรมีระบบ“เด็กนาย”อยู่หรือไม่

ทำให้ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวของนักเลือกตั้ง เดินเกมต่อรองกันค่อนข้างหนัก 

ปรากฎการณ์ ฝั่ง “เด็กนาย” ซึ่งมีความใกล้ชิดกับ “วีวีไอพีค่ายแดง” โดยเฉพาะทั้ง “4 วี” ต่างต้องการผลักดันให้ “คนใกล้ชิด” ได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรี สวนทางกับฝั่ง “สายทุน" ที่มีทีม สส.เขต เป็นข้อต่อรอง และต้องการความเป็นธรรมจากเจ้าของพรรค

ว่ากันว่า มี 2 โควตาที่โดนต่อต้านอย่างหนัก ชื่อแรก “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” แม้จะนั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แต่ไม่มี สส.เขต อยู่ภายใต้ความดูแลแม้แต่คนเดียว เนื่องจากเก้าอี้ สส. เชียงใหม่ ที่ส่งมวยแทนไปสู้ศึก กลับพ่ายคาบ้าน เช่นเดียวกับพื้นที่ของ “วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์” ภรรยา และ“วิสาร เตชะธีราวัฒน์” พ่อตา ก็พ่ายยับในสนามเชียงราย

ชื่อที่สอง “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” แม้จะนั่งเก้าอี้เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แต่มีเพียง “พชร จันทรรวงทอง” ลูกชาย ที่เข้าวิน สส.นครราชสีมา เพียงเก้าอี้เดียว โดย“ประเสริฐ”ได้แรงสนับสนุนจาก“คนใกล้ชิด” ของ“ตระกูลชินวิตร” ยืนยันการส่งชื่อไปนั่งรัฐมนตรี แม้“ค่ายน้ำเงิน” จะยื่นโนติสมาให้ทบทวน เพราะติดบ่วงคดีสแกนม่านตาใน ป.ป.ช.

ที่สำคัญหาก “ประเสริฐ” เข้าวิน อาจส่งผลกระทบต่อ “ค่ายแป้งมันโคราช” ที่สร้างผลงานมาถึง 10 ที่นั่งโคราช แต่เก้าอี้ของ “สุดาวรรณ” กลับเกรดต่ำกว่าของ “ประเสริฐ”

ทางด้าน 2 ส. “สุริยะ-สมศักดิ์” ที่ล็อกโควตาในฐานะกลุ่มทุน หากไล่เช็คชื่อ สส.ในความดูแลของ “2 ส.” จะพบว่า มี สส.เขต 20 คน แบ่งเป็นภายใต้การคอนโทรลของ “สมศักดิ์” มี 6 คน ประกอบด้วย ภาคกลาง “เสี่ยแฮ้งค์”อนุชา นาคาศัย สส.ชัยนาท และวรวงศ์ วรปัญญา สส.ลพบุรี

ภาคเหนือตอนล่าง แยกเป็น สส.สุโขทัย 3 คน ณัคนางค์ กุลนาถศิริ หลานสาวสมศักดิ์ ชูศักดิ์ คีรีมาศทอง สส.3 สมัย ประภาพร ทองปากน้ำ สส.3 สมัย และสส.พิษณุโลก 1 คน นพพล เหลืองทองนารา สส.5 สมัย

ส่วน สส.เขต สายตรง“สุริยะ” มี 14 คน ประกอบด้วย ภาคเหนือตอนล่าง รวี เล็กอุทัย สส.อุตรดิตถ์ ลูกชายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีต สส. 4 สมัย ภาคอีสาน 10 ที่นั่ง นครพนม 2 คน มนพร เจริญศรี อดีต รมช.คมนาคม และชาญชัย คำจำปา สส.หนองบัวลำภู 1 คน รุ่งเพชร ศรีกาญจนา และศรีสะเกษ 2 คน วีระพล จิตสัมฤทธิ์ สส.4 สมัย และวิลดา อินฉัตร สส.3 สมัย

ชัยภูมิ 3 คน โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สส.4 สมัย เชิงชาย ชาลีรินทร์ สส.3 สมัย ศิวะ พงศ์ธีระดุล สส.2 สมัย ขอนแก่น 2 คน รุ่งโรจน์ เย็นสบาย และสุรพจน์ เตาะเจริญสุข สส.4 สมัย

เมื่อ “2 ส.” ดูแล สส.เขต เกือบครึ่งหนึ่งของพรรค จึงทวงความชอบธรรม ในการจัดสรรโควตารัฐมนตรี ที่กระจุกตัวอยู่ที่ “ก๊วนเด็กนาย” จนมีกระแสข่าวว่า “สมศักดิ์” อาจจะแถลงไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีโควตาเพื่อไทย

ส่วนจะมีการขน “สส.ค่าย 2 ส.” ออกจาก “เพื่อไทย” หรือไม่ ต้องลุ้นการตัดสินใจของ “สมศักดิ์ - สุริยะ” ผู้มีสถิติ ไม่เคยพลาดเก้าอี้รัฐมนตรีในทุกรัฐบาล

การเดินเกมของ “2 ส.” ครั้งนี้ ถือเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ จะเปิดปฏิบัติการจุดไฟเผา“เพื่อไทย”หรือไม่ หากเดินเกมแรง ย่อมสะเทือนเสถียรภาพของพรรค 

 งานนี้ “ตระกูลชินวัตร” เจ้าของพรรค เดินมาถึงทางแยก ที่ต้องเลือกระหว่าง “สายทุน” กับ “สายตรง”