"รองหัวหน้าปชป." แจงปมหมายเรียก "กฤชย์อิชย์" ปมเลี่ยงภาษี มีการเมืองเอี่ยว เหตุจังหวะเหมาะ ได้เป็นสส.-ปชป.เป็นฝ่ายค้าน หนุนสู้คดีเต็มที่ ประเมินไม่กระทบพรรค
ที่รัฐสภา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ระบุว่ากองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ออกหมายเรียก นายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ สส.ตรัง เขต3 พรรคประชาธิปัตย์ ให้เข้าไปรับทราบข้อหากรณีมีพฤติการณ์หลบเลี่ยงภาษี ว่า กรณีออกหมายเรียกเป็นเรื่องจริง ทั้งนี้จากการพูดคุยกับนายกฤตย์อิชย์ แล้วทราบว่าเป็นเรื่องที่เกิดเมื่อปี 2559 - 2562 ซึ่งครอบครัวของนายกฤตย์อิชย์ โดยบิดาของนายกฤตย์อิชย์ซึ่งรับช่วงดูแลห้างหุ้นส่วน ของญาติที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 2530 ต่อมาได้เสียชีวิต ทำให้กิจการดังกล่าวตกทอดมาถึงบุตรและภรรยา แต่เมื่อทำได้สักระยะ เผชิญกับสภาพขาดทุน ประกอบกับถูกกลั่นแกล้งงานด้านรับเหมาก่อสร้างจึงไม่มีเงินชำระภาษี ระหว่างนั้นพี่ชายของนายกฤตย์อิชย์ ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. พรรคภูมิใจไทย ถึง 2 ครั้ง แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง เพราะเกิดสภาพคล้ายการกลั่นแกล้งกันทางการเมือง ทำให้แม่ของนายกฤชย์อิชย์พยายามจะสู้ แต่ไม่มีเงินทำให้เกิดสภาพหนี้สินล้นพ้นตัว ทรัพย์สินที่มีขายออกไปหมด จนกระทั่งถูกญาติฟ้องล้มละลาย
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า สำหรับคดีตนทราบว่ามีต้นเงินประมาณ 1.7 ล้านบาท แต่เมื่อผ่านมาหลายปี ทำให้โดนเบี้ยปรับและดอกเบี้ย รวมเป็น 7.4 ล้านบาท ซึ่งนายกฤชย์อิชย์ไม่มีเจตนาหลบหนี เพียงแต่ไม่มีเงินจ่าย ทั้งนี้นายกฤตย์อิชย์ ถูกออกหมายเรียกเมื่อ 16 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยนายกฤตย์อิชย์ได้ไปพบและพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยตำรวจมีข้อเสนอแนะว่าให้ไปเคลียร์กับกรมสรรพากร ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนพูดคุย ทั้งนี้ทราบว่าจะมีหมายเรียกอีกครั้ง ในช่วง 17 -18 มี.ค. อีกครั้ง ซึ่งนายกฤชย์อิชย์พร้อมไปพบตำรวจ นอกจากนั้นแล้วตนทราบว่านอกจากคดีเลี่ยงภาษีแล้วจะมีคดีอื่นที่เกี่ยวเนื่องกัน เช่น ใบเสร็จรับเงิน ซึ่งกำลังถูกตรวจสอบข้อเท็จจริง
"ระหว่างที่ยังเจรจากันอยู่ ผมทราบมาว่ามีคนส่งข้อมูลให้กับรายการเจาะลึกทั่วไทย ถือเป็นเรื่องแปลกที่ส่งข้อมูลในจังหวะที่ นายกฤตย์อิชย์ได้เป็นสส. และพรรคประชาธิปัตย์ดูท่าจะเป็นฝ่ายค้าน และนอกจากมือดีจะส่งข้อมูลให้รายการแล้ว พบว่าตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาลงเลขคดีทันที เหมือนกันเตรียมพร้อมเอาไว้" นายสาทิตย์ กล่าว
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่เกิดขึ้น ตนได้พูดคุยกับฝ่ายกฎหมายแล้ว จะสนับสนุนให้คำปรึกษากับ นายกฤตย์อิชย์อย่างเต็มที่ เพราะเชื่อว่าอาจมีประเด็นที่เกี่ยวกับการเมือง ทั้งนี้ตนได้คุยกับนายกฤตย์อิชย์แล้วให้เตรียมเตรียมข้อเท็จจริงต่อสู้
"เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่มีเจตนาหลบเลี่ยง เพราะมีกำไร แต่เป็นเพราะธุรกิจขาดทุนและสภาพครอบครัวมีหนี้สินล้นพ้นตัว ถือเป็นเรื่องน่าเห็นใจ ซึ่งผมทราบว่า นายกฤตย์อิชย์คุยกับกรมสรรพากรในส่วนของเงินที่ค้างอยู่ และญาติของ นายกฤตย์อิชย์พยายามช่วยเหลือแต่มีบางฝ่ายที่เห็นต่างทางการเมืองไม่เห็นด้วย ทั้งนี้นายกฤตย์อิชย์ยืนยันว่าไม่มีเจตนาหลบเลี่ยง และพยายามหาเงินไปจ่าย แต่ที่ผ่านมาที่ไม่จ่ายเพราะไม่มีเงิน" นายสาทิตย์ กล่าว
เมื่อถามว่าช่วยคัดเลือก นายกฤตย์อิชย์ลงสมัคร สส. พรรคทราบข้อมูลดังกล่าวหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องทุจริตคอร์รัปชัน และไม่ใช่ธุรกิจสีเทา ในตอนนั้นตน และคนในพรรคไม่มีใครรู้เรื่องดังกล่าว และตอนที่ นายกฤตย์อิชย์มาสมัครได้ตรวจสอบแล้ว แต่ไม่พบประเด็นที่ทำให้ขาดคุณสมบัติของการลงสมัครรับเลือกตั้ง นอกจากนั้นเรื่องที่โดนกล่าวหาเป็นคดีเพ่งที่สามารถเจรจาได้ ถ้าเป็นคดีอาญาต้องต่อสู้คดีในศาลต่อไป ซึ่งไม่ได้กระทบต่อการทำหน้าที่สส. ส่วนจะกระทบต่อพรรคหรือไม่ตนคิดว่าไม่ใช่เรื่องทุจริต คอร์รัปชัน เป็นเรื่องที่คนๆ หนึ่งทำธุรกิจขาดทุนอาจมีปัญหาได้ จึงคิดว่าไม่มีปัญหากับพรรค





