วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

ปชน.จี้รัฐบาล-สภาฯ เคารพผลประชามติ ดัน รธน.ใหม่ ไม่มีใครผูกขาด

ปชน.จี้รัฐบาล-สภาฯ เคารพผลประชามติ ดัน รธน.ใหม่ ไม่มีใครผูกขาด

'ณัฐวุฒิ' จี้รัฐสภา-รัฐบาลชุดใหม่ ต้องเคารพฉันทามติประชาชน เดินหน้าผลักดันมีรัฐธรรมนูญใหม่ สร้างกลไกให้ ปชช.มีส่วนร่วม ไม่ถูกผูกขาดโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2569 นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผลการออกเสียงประชามติ ที่มีผู้มาออกเสียงเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถึงกว่า 21 ล้านเสียง แต่กลับมีแหล่งข่าวระบุว่ารัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น และมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจะไม่เร่งผลักดัน

โดยนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นรัฐสภาหรือรัฐบาลชุดใหม่ มีหน้าที่ต้องเคารพฉันทามติของประชาชน และพรรคประชาชนพร้อมจะผลักดันร่างแก้ไข รธน. เพื่อสร้างกลไกจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่งแน่นอน ทั้งนี้พรรคประชาชนขอขอบคุณประชาชน 21,621,638 เสียง ที่มาออกเสียงเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นไปตามเงื่อนไขของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และถือเป็นฉันทามติของประชาชน โดยมิได้จำกัดว่าอยู่แค่ผู้สนับสนุนพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง

อย่างไรก็ตามยังมีประชาชนที่ไม่เห็นชอบกว่า 11 ล้านเสียง และที่ไม่ได้แสดงความเห็นอีกกว่า 3 ล้านเสียง ที่อาจจะยังมีข้อกังวลต่อการจัดทำ รธน.ใหม่ ทั้งในเชิงรูปแบบ เนื้อหา กระบวนการ ตลอดจนความสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะแก้ไขปัญหาโครงสร้างทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจ ปากท้องของประชาชน อันเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนที่ต้องช่วยกันทำความเข้าใจ อธิบายและสร้างกระบวนการที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมในการยกร่าง หรือในท้ายที่สุดต่อการออกเสียงประชามติว่าจะเห็นชอบต่อร่างแก้ไข รธน.ที่จะจัดทำกลไกยกร่างทั้งฉบับใหม่ และร่าง รธน.ฉบับใหม่ อีกถึง 2 ครั้ง ในอนาคต

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า เมื่อ กกต.ลงประกาศผลการออกเสียงและจำนวนผู้มาใช้สิทธิออกเสียงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยออกเสียงประชามติฯ ม.68 ได้ระบุให้ กกต.รายงานผลให้นายกรัฐมนตรีและประธานรัฐสภาทราบโดยเร็ว ที่ขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการดำเนินการ อย่างไรก็ตามการดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากมิได้มีการแก้ไข รธน. โดยเฉพาะใน ม.256 และภายใต้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

โดยในรัฐสภาชุดที่ผ่านมามีการตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมฯ มีตนเป็นประธานคณะกรรมาธิการ ได้ดำเนินการจัดทำรายงานแล้วเสร็จและส่งให้รัฐสภาพิจารณารายมาตราในวาระ 2 แต่เกิดความเห็นต่างระหว่างสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา เรื่องจำนวนเสียงของสมาชิกวุฒิสภาในการให้ความเห็นชอบร่าง รธน.ฉบับใหม่ จนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่นำไปสู่การยุบสภาและมีการเลือกตั้งใหม่

นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า ตนรู้สึกประหลาดใจที่ได้เห็นข่าวว่ารัฐบาลชุดใหม่ ที่นายกฯ ก็อาจเป็นท่านเดิมกับนายกฯ คนปัจจุบัน จะไม่เร่งผลักดันเรื่องรัฐธรรมนูญ เพราะมิใช่เพียงรัฐบาลที่ต้องผูกพันต่อผลการออกเสียงประชามติที่ รัฐบาลเป็นผู้ถามเอง แม้แต่รัฐสภาก็ต้องเดินหน้าตามฉันทามติของประชาชนที่เห็นชอบให้มีการจัดทำ รธน.ใหม่ไปแล้ว

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ทางเลือกที่มีขณะนี้ก็คือคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องกลไกการจัดทำ รธน.ใหม่ ฉบับของ ครม.เอง หรืออาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 147 ขอมาที่รัฐสภา เพื่อให้รัฐสภานำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่รัฐสภาเคยรับหลักการจำนวน 2 ร่าง คือร่างของพรรคประชาชน และร่างของพรรคภูมิใจไทย ให้พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการดำเนินการต่อ แต่ทั้งนี้ต้องดำเนินภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้มีการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกหลังการเลือกตั้ง หรือดำเนินการทั้งสองทางพร้อมกัน จึงไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่รัฐบาลชุดใหม่จะไม่เร่งดำเนินการ และควรสร้างความชัดเจนเสียแต่วันนี้อันถือเป็นสัญญาประชาคมต่อประชาชนทั้งประเทศ

“หากละเลยต่อการเคารพฉันทามติของประชาชนที่มาออกเสียง หรือไม่ยืนยันร่างของพรรคประชาชนที่เคยผ่านวาระ 1 ไปแล้ว พรรคประชาชนก็พร้อมจะยื่นร่างแก้ไข รธน. อีกรอบ เพื่อผลักดันให้เกิดกลไกการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจผูกขาดและที่ประชาชนต้องมีส่วนร่วมมากที่สุดโดยทันที” นายณัฐวุฒิ กล่าว