วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

คุกจริง 1 ปี ‘นครชัย’ อดีต สส.ส้ม ขาดคุณสมบัติ ได้ประกันสู้อุทธรณ์

คุกจริง 1 ปี ‘นครชัย’ อดีต สส.ส้ม ขาดคุณสมบัติ ได้ประกันสู้อุทธรณ์

ศาลสั่งคุก 1 ปี ‘นครชัย ขุนณรงค์’ อดีต สส.ก้าวไกล ไม่รอลงอาญา ขาดคุณสมบัติ-เเจ้งเท็จ สมัครเลือกตั้ง 66 ชี้มิให้เป็นเยี่ยงอย่างบุคคลอื่น ให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์

เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2569 ศาลจังหวัดระยอง นัดพิพากษาจำเลยคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดระยอง ยื่นฟ้อง นายนครชัย ขุนณรงค์ อดีต สส.ระยอง เขต 3 พรรคก้าวไกล เป็นจำเลย ในความผิดฐานลงสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าตนขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน

คำฟ้องระบุว่า จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน ในคดีลักทรัพย์ ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2626/2558 ของศาลจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา การต้องโทษดังกล่าวเข้าลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 42(12) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2561 ทำให้เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.

นายนครชัยทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวดีอยู่แล้ว แต่ยังคงยื่นใบสมัครและเอกสารประกอบ พร้อมให้ถ้อยคำต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 3 ว่าตนเองมีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่เป็นบุคคลต้องห้าม อันเป็นข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่รับสมัครเลือกตั้ง

ภายหลังการเลือกตั้ง นายณครชัยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดระยอง และดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.- 3 ส.ค. 2566 ในช่วงเวลาดังกล่าว จำเลยได้รับเงินประจำตำแหน่งและผลประโยชน์อื่นจากการดำรงตำแหน่ง รวมเป็นเงินจำนวน 402,055 บาท ขอให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี เเละคืนเงินทั้งหมดเเก่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้เเทนราษฎร

โดยนัดสืบพยานจำเลยเมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา จำเลยขอถอนคำให้การเดิมที่ให้ให้การปฏิเสธเป็นรับสารภาพตามฟ้อง โจทก์และจำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน พร้อมขอเลื่อนฟังคำพิพากษาเพื่อจัดเตรียมเงินชำระคืนตามที่โจทก์ร้องขอบางส่วน และประสงค์จะคืนเงินประจำตำแหน่งให้ครบถ้วน

ศาลเห็นว่ากรณีมีเหตุอันสมควรจึงให้เลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาเป็นวันที่ 9 มี.ค.

นัดฟังคำพิพากษาวันนี้จำเลยเดินทางมาศาล

ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 137 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฯมาตรา 42 (12), 151 การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียว เป็นความผิดต่ดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานลงสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่ว่าตนขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี

อนึ่ง การกระทำของจำเลยที่ลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยรู้อยู่ว่าตนขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวเป็นตำแหน่งที่เป็นตัวแทนของประชาชนชาวไทยและได้รับตำแหน่งจากการเลือกตั้ง โดยจำเลยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนชาวไทยในเขตที่ตนลงสมัครจนชนะการเลือกตั้งได้ดำรงแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่จำเลยกลับเพิกเฉยต่อกฎหมาย เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลอื่น กรณีจึงไม่สมควรรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลย และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนด 20 ปี กับให้จำเลยคืนเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ได้รับมา เนื่องจากการดำรงตำแหน่งเป็นเงิน 402,055 ให้แก่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2568 ศาลจังหวัดระยอง เคยมีคำพิพากษาในคดีแพ่งให้จำเลยชดใช้ฐานทำให้รัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ เป็นเงินต้น 7,735,942บาท รวมดอกเบี้ย 492,806 บาท รวมทั้งสิ้น 8,228,748 บาท

ขณะนี้นายนครชัย ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ศาลพิจารณาเเล้วอนุญาตปล่อยชั่วคราวตีราคาประกัน 1.5 เเสนบาท (ชั้นพิจารณา1 เเสนบาท)