วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม 2569

Login
Login

'วิโรจน์' มองเชือด 'ชนนพัฒฐ์' ปรามพวกเปรี้ยว จี้จับ 'เทาตัวเบ้ง'

'วิโรจน์' มองเชือด 'ชนนพัฒฐ์' ปรามพวกเปรี้ยว จี้จับ 'เทาตัวเบ้ง'

'วิโรจน์' มองดีเอสไอ-ปปง.เชือด 'ชนนพัฒฐ์' สส.สงขลา 'กล้าธรรม' ปราบปรามพวกเปรี้ยว ฝากรัฐจับตา 'ตัวเบ้งสีเทา' ยังลอยนวลอีกมาก

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2569 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.บัญชีรายชื่อ รองหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กหัวข้อ “จับกุมตามหน้าที่ก็ดี แต่มานึกอีกทีอาจแฝงวัตถุประสงค์ทางการเมือง ?” โดยตั้งข้อสังเกตกรณีกระทรวงยุติธรรม โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) บูรณาการร่วมกับสำนักงาน ปปง.เข้ายึดทรัพย์ ค้นบ้าน และออกหมายเรียก นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม (กธ.) 

โดยนายวิโรจน์ ระบุว่า อาจมีวัตถุประสงค์ทางการเมืองบางประการแฝงอยู่ด้วยอาจมีเป้าหมายเพื่อข่มขู่และปราม สส. ทั้งในพรรคกล้าธรรมและพรรคอื่น ๆ ว่าไม่ควรเปรี้ยวมากจนเกินไป หากผู้ใดมีแผลหรือมีร่องรอย เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงินสีเทา และยังทำตัวไม่น่ารัก ก็อาจถูกดำเนินการได้ในเวลาไม่นาน แต่ในทางกลับกัน หากผู้ใดว่านอนสอนง่าย ก็อาจยังลอยชายใช้ชีวิตอย่างสบายใจต่อไปได้ อีกทั้ง พรรค ปชน. และ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ลำพัง ไม่น่าจะมีศักยภาพเพียงพอที่จะดีลกับขั้วอำนาจต่าง ๆ เพื่อล้มรัฐบาลได้ หากสามารถสกัดพรรค กธ.ได้สำเร็จ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ก็แทบไม่ต้องกังวลว่าฝ่ายค้านจะมีลูกพลิกแพลง หรือกลยุทธ์พิสดารใด ๆ ที่น่ากังวลอีก

นายวิโรจน์ ระบุอีกว่า อีกเรื่องที่ต้องฝากไว้ ก็คือ ในเรื่องคดีความต่าง ๆ ของทั้งนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว และเบน สมิธ ก็คงต้องว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม ตามกฎหมาย เขาทั้งสองยังมีสิทธิที่จะสู้คดี แต่ต้องตั้งข้อสังเกตให้สังคมฉุกคิดร่วมกันว่า แค่การกล่าวหา 2 คนนี้ มันไม่ทำให้เรื่องสแกมเมอร์ ค้ามนุษย์ไปเป็นแรงงานสแกมเมอร์ และการฟอกเงินจบลง การกระทำอาชญากรรมเหล่านี้ มันทำเป็นขบวนการ และมีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังเป็นจำนวนมาก

"สังคมต้องตามให้ทัน ไม่ใช่ว่าพอกล่าวหาเพียงแค่ 2 คนนี้ แล้วก็จบกันไป ตัวละครตัวเบ้ง ๆ ที่ยังคงลอยนวลทำงานเป็นขบวนการ ก่อกรรมทำเข็ญ หลอกลวงเงินประชาชน ฟอกเงินทำร้ายผู้ประกอบกิจการที่ทำธุรกิจสุจริตต่อไป ถ้าจะจับต้องจับให้สิ้น สาวให้หมด ไม่มีใครใหญ่ไปกว่ากฎหมายครับ" นายวิโรจน์ ระบุ