'กังฟู' หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง เอาหนังสือรับรอง สส.จาก กกต. เผยรอนายกฯเชิญร่วมรัฐบาล ยันเป็นพรรคเล็ก 6 เสียงแต่มีมารยาท สร้างการเมืองใหม่ ไม่วิ่งต่อรองตำแหน่ง
เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือ "กังฟู" หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง เข้ารับหนังสือรับรอง สส. โดยระหว่างการรับหนังสือได้มีการชูหนังสือรับรองเหนือหัวขณะถ่ายรูป พร้อมกล่าวว่า ตำแหน่ง สส.เป็นอำนาจสูงสุด ที่ประชาชนและวีรบุรุษทหารกล้าให้มา ตนมาจากพื้นที่ชายแดน จ.อุบลราชธานี เราจะไม่มีวันลืมวีรบุรุษที่ปกป้องแผ่นดินไทย ได้คะแนนเสียงจากระบบบัญชีรายชื่อ ถึงแม้จะไม่มากเท่าพรรคการเมืองใหญ่ แต่ก็ทำให้เสียงของคนในพื้นที่ชายแดนได้หนักแน่นมากขึ้นในสภา ในฐานะหัวหน้าพรรค อะไรที่เป็นประโยชน์ไม่ว่าเรื่องปัญหาชายแดนหรือพืชผลทางการเกษตรตนจะไม่มีวันลืม
เมื่อถามถึงความชัดเจนการร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย นายวสวรรธน์ กล่าวว่า พรรคไทรวมพลัง มี สส. 6 คนถึงแม้จะน้อยด้วยจำนวน แต่เราอยากให้เป็นกระบวนการที่ประชาชนได้มีส่วนร่วม เพราะเราเป็นผู้แทนที่มีศักดิ์ศรี มีความมุ่งมั่นตั้งใจ ส่วนที่มีคนถามว่าทำไมถึงตั้งพรรคไทรวมพลังนั้น ตนอยากเห็นวัฒนธรรมการเมืองแบบใหม่ที่ไม่รีบร้อน ตามมารยาททางการเมืองที่ถูกต้องในการร่วมรัฐบาลคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องมาเชิญเราอย่างเป็นทางการ และเราต้องให้เกียรติพรรคภูมิใจไทยในฐานะที่เป็นพรรคอันดับหนึ่งในการให้เราเข้าร่วมรัฐบาล ในฐานะที่เป็นพรรคเล็กการที่เราไปรีบร้อน คำครรหาของพรรคเล็กมีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการไปเพื่ออยากไปต่อรองผลประโยชน์ ต่อรองเก้าอี้ หรือตำแหน่งเหมือนเป็นการไปแย่งชิง ซึ่งพรรคไทรวมพลัง อยากสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองใหม่
“การพูดคุยก่อนหน้านี้เป็นการพูดคุยแบบไม่เป็นทางการ ทุกพรรคการเมืองมีโอกาสทำงานในสภาเหมือนกันหมด ซึ่งผมมีความคาดหวังในการแก้ไขปัญหาเรื่องชายแดนหรือสงครามตะวันออกกลาง อะไรก็ตามที่ฝั่งรัฐบาลทำ แล้วเกิดประโยชน์เรายินดีสนับสนุน ส่วนฝ่ายค้านเราสามารถทำงานร่วมด้วยหมด อยากเห็นพรรคการเมืองแรกที่เราไม่วิ่งเข้าหาอำนาจ เพื่อไปต่อรองผลประโยชน์ ถึงแม้จะเป็นพรรคเล็กแต่ขอยืนหยัดในศักดิ์ศรี ที่มาจากประชาชน ซึ่งตนเป็นพรรคสุดท้าย ที่ต้องมีความชัดเจนในการร่วมรัฐบาล” นายวสวรรธน์ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่กัมพูชาสร้างสถานการณ์บริเวณชายแดนมากขึ้น มีความกังวลว่าจะเกิดการปะทะในรอบ 3 หรือไม่ นายวสวรรธน์ กล่าวว่า รอบนี้คนในพื้นที่ชายแดนหนักสุดในชีวิต ตนมองว่าอย่าลืมทหาร ไม่ใช่ว่าพอกระแสชายแดนหายไปแล้วจะไปลืม ไม่ว่าจะเป็นเงินเยียวยาที่บางคนยังไม่ได้รับ เราก็ต้องติดตามปัญหาในเรื่องนี้ ทั้งนี้งบประมาณประเทศมี อย่าไปรอแต่การบริจาคหลังจากนี้จะต้องรองบกลางในการช่วยเหลือทหารตัวเล็ก และตั้งให้เป็นงบประมาณประจำตามร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 70-71 จนกว่าจะแก้ไขปัญหาได้และทำให้กัมพูชาไม่เข้ามารุกล้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายวัสวรรธน์ ใส่เสื้อไหมสีน้ำเงินมา เมื่อผู้สื่อข่าวกล่าวชื่นชมว่า เสื้อสวยดี นายวัสวรรธน์ กล่าวว่า เสื้อดังกล่าวเป็นผ้าพื้นเมืองของกลุ่มจังหวัดอีสานใต้ ที่เลือกเสื้อสีน้ำเงินเพราะเป็นสีที่สวยที่สุด
ผู้สื่อข่าวจึงถามว่าใส่เสื้อสีน้ำเงินเพื่อส่งสัญญาณพร้อมเข้าร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายวัสวรรธน์ หัวเราะพร้อมกับกล่าวว่า เรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับท่านนายกฯจะเป็นผู้ตัดสินใจ ส่วนตนใส่เสื้อสีน้ำเงินมาเพราะเห็นว่าเป็นสีที่สวยดี และไม่ใช่สายมูใส่เป็นเคล็ดอะไร แล้วแต่ท่านนายกฯ ต้องฟังเสียงท่านนายกฯ ดีกว่า





