วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม 2569

Login
Login

แฉอนุฯคดีฮั้ว สว.บางคนเคยถูก ป.ป.ช.ชี้มูล เปิดแผนชักเย่อล้มสอบ

แฉอนุฯคดีฮั้ว สว.บางคนเคยถูก ป.ป.ช.ชี้มูล เปิดแผนชักเย่อล้มสอบ

'ทนายอั๋น' แฉมีอีกคน ร่วมอนุฯวินิจฉัย 'คดีฮั้ว สว.' เคยถูก ป.ป.ช.ชี้มูล เปิดแผนชักเย่อล้มสอบ เตือน สว.สีน้ำเงิน กลับใจ ให้ข้อมูลผู้ตรวจฯเพิ่มปมเลือกตั้ง ขอห้ามเปิดสภาฯ

เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ "ทนายอั๋น บุรีรัมย์" เปิดเผยว่า ตามที่ได้แถลงไปก่อนหน้านี้ว่ามีความห่วงใยอย่างที่สุด ต่อกรณีการตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมาย คดีฮั้วสว. จำนวน 7 คน ลงนามโดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.สมัยนั้น มีหนึ่งคนที่ไปไหว้สวย ต้อนรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และดูเหมือนว่าทำให้อาชีพการงานก้าวกระโดด แต่วันนี้อาจจะหนักกว่านั้นเมื่อเข้าไปดูรายชื่อแล้วพบว่า มีหนึ่งคนที่เคยถูกไล่ออกจากตำแหน่งเลขาธิการองค์กรอิสระแห่งหนึ่ง เพราะถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูล คนนี้ก็ถูกตั้งมาเป็นอนุกรรมการวินิจฉัยฯ เช่นกัน ส่วนที่เหลือตนกำลังตรวจสอบว่าเป็นใคร ถ้าดูตามอาชญวิทยา คนที่เสี่ยงกระทำการทุจริตมากที่สุดคือคนที่เคยทุจริตมาแล้ว 

“การทุจริตต้องออกแรง ออกมันสมอง ต้องหาพรรคพวก และมีเวลา แต่วันนี้ถ้าจะล้มคดีฮั้วเลือก สว. คุณอยู่เฉย ๆ  เดี๋ยวมีใครสักคนตัวย่อ อาจจะเป็น ว. แหวน นำกล้วยไปให้รับประทานเอง ง่าย อย่างนี้จะเอาไหม สังคมจะเชื่อมั่นไหม นี่คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คดีฮั้ว สว.นาน สายลับแจ้งผมแล้วว่า เขาฉลาดเล่นเป็นส่วน ๆ ส่วนแรกที่เขาทำสำเร็จแล้วคือตัดพรรคภูมิใจไทยออกแล้ว เหลือตัวคณะกรรมการ ผู้บริหาร สมาชิก เป็นสเต็ปท์ แล้วเล่นชักคะเย่อระหว่าง กกต.ทำคดีหลัก ดีเอสไอ ทำคดีอาญา กกต.บอกคุณทำคดีอาญาก่อนเลย สั่งไม่ฟ้อง เราจะได้เป็นมูลเขียนวินิจฉัยส่ง กกต.แล้วตัดจบเราจะได้ ฝั่งดีเอสไอบอกคุณสิทำคดีหลัก คุณยกมาเราสั่งไม่ฟ้องทีหลัง แบบนี้ดีกว่า ซึ่งคดีฮั้ว สว.ถ้าไม่มีผมจบไปแล้ว แบบชนิดที่ไม่มีมูลในฝั่งดีเอสไอ และฝั่ง กกต. ดูแล้ว ไต่สวนแล้วไม่พบว่ามีการกระทำผิด ยกคำร้อง”  นายภัทรพงศ์ กล่าว

แฉอนุฯคดีฮั้ว สว.บางคนเคยถูก ป.ป.ช.ชี้มูล เปิดแผนชักเย่อล้มสอบ

นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นคดี พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย หากตนไม่ตามมาถึงขนาดนี้ ไม่มีทางที่คดีจะไปถึงศาลฎีกา และมีคำพิพากษา ทั้งนี้ที่จริง ๆ คดีนี้จะส่งคุณสมบัติ “ด็อกเตอร์”  ตนบอกว่าไม่ได้ โดยขอให้ส่งคุณสมบัติ “ศาสตราจารย์” จนสุดท้ายก็ต้องส่งคุณสมบัตินี้ และนำมาสู่การตัดสินคดี ดังนั้นขอฝากไปถึง สว.สีน้ำเงิน  ทั้งหลาย เห็นหรือยัง และเชื่อเถอะว่าเจ้าของค่ายสีน้ำเงินนั้นเขาไม่เคยอุ้มใคร เขาไม่เคยช่วยใคร ให้ดูหมอเกศเป็นตัวอย่าง ทั้งที่เป็นตัวท็อปซีเคร็ตของรุ่น แต่ถึงเวลาเขาไม่อุ้ม ดังนั้นให้ สว.สีน้ำเงินกลับตัวกลับใจ เพราะคุณถูกด่า ตั้งแต่วันแรกจนถึงวินาทีนี้ เผื่อใครจะสำนึกได้บ้าง

+ให้ข้อมูลผู้ตรวจฯเพิ่ม ขอคุ้มครองห้ามเปิดสภาฯ จนกว่าคดีชี้ขาด

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ได้รับการประสานจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ตนเข้าไปให้ถ้อยคำเพิ่มเติมกรณีที่ได้ร้องเรียนขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้การเลือกตั้ง 2569 เป็นโมฆะ ซึ่งประจวบเหมาะตนก็จะไปเร่งรัดผู้ตรวจการแผ่นดินให้เร่งส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัย เนื่องจากตอนนี้ทางสภาผู้แทนราษฎรเขาเร่งจะเปิดสภากันอยู่แล้ว

นอกจากนี้ เห็นว่ามีช่องตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ใน พ.ร.ป.วิธีพิจารณาคดีในศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้อำนาจในการกำหนดมาตรการคุ้มครองฉุกเฉิน หมายความว่าคดีหลัก สำนวนหลักจากฝั่งผู้ตรวจการแผ่นดินต้องรีบส่งไปแล้ว ตนก็จะทำคำร้องแนบ ว่าควรขอให้ศาลรัฐธรรมนูญใช้ดุลยพินิจในการกำหนดเงื่นไขพิเศษ หรือมาตรการฉุกเฉิน โดยสั่งให้ไม่ให้เปิดสภาชุดนี้ เพราะจะก่อให้เกิดความเสียหาย หากคราวหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ และสั่งให้เป็นโมฆะ จึงควรสั่งให้ชะลอหรือหยุดการเปิดสภาออกไปก่อน ก่อนที่จะมีการวินิจฉัยชี้ขาดคดี จนถึงที่สุด มองว่านี่เป็นวิธีการที่ถูกต้องที่สุด และคนไทยอยากเห็นมากที่สุด