วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

ส่องสเปก‘ประธานสภาสีน้ำเงิน’ เกมกินรวบสภาสูง-สภาล่าง

ส่องสเปก‘ประธานสภาสีน้ำเงิน’ เกมกินรวบสภาสูง-สภาล่าง

การโหวตตำแหน่งประมุขนิติบัญญัติ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานรัฐสภา ตามปฏิทินการเมือง ย่อมเกิดขึ้นโดยไม่ช้า หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง สส.ครบถ้วน 

โดยก่อนหน้านี้ กกต.ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.เขต 396 คน เมื่อ 25 ก.พ. และล่าสุด 4 มี.ค.รับรอง สส.บัญชีรายชื่อ 100 คน พ่วงด้วย 3 สส.เขต ทำให้มียอดรวม สส.เกินร้อยละ 95

ขั้นตอนต่อไป เมื่อมี สส.เต็มจำนวน 500 คน หรือเกินร้อยละ 95 ทางสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจะประสานไปยังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้นายกรัฐมนตรีนำความขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อขอเปิดประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรก เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธาน

โดยปฏิทินการประชุมสภาฯ คาดว่าจะไม่เกินกลางเดือน มี.ค.2569 สำหรับวันโหวตประธานสภาฯ ในการประชุมนัดแรก คาดว่าไม่เกินวันที่ 12 มี.ค. โดยตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ สส.ที่มีความอาวุโสมากที่สุด ในสภาฯ จะขึ้นทำหน้าที่ประธานที่ประชุมชั่วคราว

เมื่อตรวจสอบดู สส.ที่อาวุโสมากที่สุด คือ “ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อายุ 89 ปี ดีกรี สส.10 สมัย จะขึ้นทำหน้าที่ประธานสภาฯ เป็นการชั่วคราว เพื่อดำเนินการประชุม ในการโหวตประธานสภาฯ

ส่องสเปก‘ประธานสภาสีน้ำเงิน’ เกมกินรวบสภาสูง-สภาล่าง

สำหรับสัดส่วนประธานสภาฯ และรองประธาน พรรคร่วมรัฐบาลที่นำโดย “ภูมิใจไทย” ที่มี สส.192 คน จะได้ตำแหน่งประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ขณะที่รองประธานสภาฯ คนที่สอง จะเป็นของพรรคเพื่อไทย ในฐานะพรรคร่วมเบอร์รอง มีสส.74 คน

เมื่อโฟกัสตำแหน่งประธานสภาฯ แน่นอนว่า จะต้องเป็นคนที่มีความใกล้ชิดกับคีย์แมน และผู้จัดการรัฐบาลค่ายน้ำเงิน อย่าง “เนวิน ชิดชอบ”

ภายใต้บริบทที่พรรคสีน้ำเงิน ที่กวาดสส.เขต ได้มากที่สุด 173 ที่นั่ง แต่ไม่ชนะสส.ปาร์ตี้ลิสต์ ต้องยอมรับว่า ตำแหน่งประธานสภาฯ มีส่วนสำคัญสูง ในการคุมเกมป่วน และหย่าศึกระหว่างรัฐบาลและฝ่ายค้าน

ทำให้มีชื่อคนใกล้ชิดครูใหญ่เนวิน นอนมาชนิดน่าจะไร้คู่แข่งที่มาช่วงชิงได้ คือ “โสภณ ซารัมย์” สส.บุรีรัมย์ 7 สมัย ผ่านการเป็น รมว.คมนาคม ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อปี 2551-2554 และปัจจุบันนั่งตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี 

ในการเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านมา นอกจาก“โสภณ ซารัมย์” จะได้ชัยชนะในเขต 5 บุรีรัมย์ และน้องชาย ศักดิ์ ซารัมย์ ได้เป็น สส.เขต 6

ส่องสเปก‘ประธานสภาสีน้ำเงิน’ เกมกินรวบสภาสูง-สภาล่าง

ในฐานะคีย์แมน โสภณ ยังรับผิดชอบดูแลพื้นที่อีสานกลาง 4 จังหวัด และทำเซอร์ไพรส์ คือ กวาดสส. มหาสารคาม 5 ที่นั่ง แม้ที่เหลือต่ำจะกว่าเป้า คือ ขอนแก่น 2 กาฬสินธุ์ 1 คน และร้อยเอ็ด 1 คน

การทำผลงานก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนสำคัญคือ “เนวิน” ต้องวางคนใกล้ชิด อย่างโสภณไปคุมบัลลังก์รัฐสภาไทย 

จะว่าไปแล้วโสภณ ก็เปรียบเสมือนลูกชายอีกคนของกำนันชัย เจ้าตัวเริ่มต้นการเมืองในปี 2544 ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.บุรีรัมย์ สังกัดพรรคชาติไทย ก่อนย้ายไปพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน แล้วก็เป็นขุนพลคู่กายเนวิน นำทัพแหกค่ายทักษิณมาตั้งพรรคภูมิใจไทย

ไม่ต่างจากอดีตที่ "เนวิน" เคยอุ้ม“พ่อชัย ชิดชอบ” ฉายาประธานลูกอุ้ม ขึ้นสู่ตำแหน่งประธานรัฐสภา เมื่อปี 2551 สมัยที่ยังสังกัดพรรคพลังประชาชน

เพียงแต่บริบทครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่พรรคสีน้ำเงิน ได้โชว์ความยิ่งใหญ่ผ่านชัยชนะ จนได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ส่องสเปก‘ประธานสภาสีน้ำเงิน’ เกมกินรวบสภาสูง-สภาล่าง

แน่นอนว่าหากเป็น “โสภณ ซารัมย์” มีโอกาสสูง ที่จะได้รับเสียงโหวตข้างมากจากที่ประชุมสภาฯ หากมีพรรคการเมืองอื่นเสนอชื่อสส.รายอื่น ขึ้นมาประลองกำลัง 

ขณะที่รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง มีการคาดการณ์กันว่า จะเป็นมือกฎหมาย โดยรายชื่อที่ปรากฎตามกระแส อาจเป็น “ศุภชัย ใจสมุทร” มือกฎหมายภูมิใจไทย ผู้ร่วมบุกเบิกพรรคมากับ “เนวิน”เช่นกัน

ยี่ห้อ “เนวิน” ที่มีผลงานการเมืองปี 2569 ประสบความสำเร็จอย่างสูง จากช็อตแรกที่สามารถวางระบบจัดตั้งเก็บแต้มผ่าน สว.สีน้ำเงิน ได้อย่างเบ็ดเสร็จ จนได้ยอดทะลุเป้าไม่ต่ำกว่า 130 เสียง จากทั้งหมด 200 คน

จนกระทั่งส่งคนใกล้ชิดอย่าง “มงคล สุระสัจจะ" อดีตอธิบดีกรมการปกครอง ขึ้นสู่ตำแหน่งประธานวุฒิสภา โดยไม่สนเสียงครหาคดีฮั้ว สว.

ส่องสเปก‘ประธานสภาสีน้ำเงิน’ เกมกินรวบสภาสูง-สภาล่าง

ส่องสเปก‘ประธานสภาสีน้ำเงิน’ เกมกินรวบสภาสูง-สภาล่าง

สำหรับสเปกประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะเป็นประธานรัฐสภาโดยตำแหน่ง แน่นอนว่าต้องเป็นคนที่ “ครูใหญ่สีน้ำเงิน” สามารถบัญชาการ บัญชาเกมในสภาฯ ได้ ทั้งคุมเกมโหวตนายกรัฐมนตรี คุมเกมป่วนในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือกรณีหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง จะต้องมีประธานที่แบ็กอัปสีน้ำเงินไว้ใจสูงเพื่อประคองอำนาจให้รัฐบาลภูมิใจไทยได้อยู่ยาวที่สุดในช่วง 4 ปี

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เวลานี้พรรคสีน้ำเงินกินรวบทั้งสภาบน สภาล่าง ยึดชัยชนะเบ็ดเสร็จ ได้ทั้งเก้าอี้ประมุขนิติบัญญัติ ทั้งประธานรัฐสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา จนยากที่คู่แข่งและพรรคอื่นจะต่อกรได้

ที่สำคัญยังมี “รัฐพันลึก” คอยเป็นซูเปอร์แบ็กอัปอยู่ฉากหลัง ชัยชนะรอบนี้“ภูมิใจไทย” และผู้นำหลังม่าน จึงทรงพลังการเมืองขั้นสุด