'เลขาฯสภา' แจงไทม์ไลน์ เปิดประชุมรัฐสภา รอจำนวน สส. ที่เหมาะสมก่แน ยอมรับ เป็นไปได้เลือกประธานสภาฯมี.ค.นี้ ขึ้นอยู่กับพรรคการเมืองอันดับหนึ่ง
ที่รัฐสภา นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความพร้อมของสภาผู้แทนราษฎร หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ประกาศรับรอง สส. แล้ว 499 คน ว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เตรียมพื้นที่สำหรับการเข้ามารายงานตัวให้กับสมาชิก ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอให้รายงานตัวครบ 95% หรือ 499 คน เพียงรอให้มีสมาชิกมารายงานตัวจำนวนหนึ่งมากเพียงพอที่จะประกอบการทูลเกล้าฯ ของนายกรัฐมนตรี เพื่อขอกราบบังคมทูลเปิดประชุมรัฐสภา ซึ่งขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้ประสานงานมาโดยตรง แต่อาจจะประสานมากับเจ้าหน้าที่แล้ว
“คาดว่า หากมีการรายงานตัวของสมาชิกมากพอสมควร ก็จะทำหนังสือไปถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ทราบว่า ตอนนี้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้รับรายงานตัวจำนวนเท่าไหร่”นายศิโรจน์ กล่าว
นายศิโรจน์ ยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาชนจะมารายงานตัวในวันที่ 9 มี.ค.นี้ ว่า ไม่ได้เป็นปัจจัยในการให้นายกรัฐมนตรีนำทูลเกล้าฯ ซึ่งพรรคการเมืองสามารถเข้ามารายงานตัววันไหนก็ได้ ขอแค่มีจำนวนมากเพียงพอ อาจจะเป็นวันที่ 5 มี.ค.หรือ 6 มี.ค.ที่มีจำนวนมากพอสมควร เพื่อให้เกิดความเหมาะสมสำหรับการเปิดพิธีประชุมรัฐสภา และสมพระเกียรติสำหรับพระองค์ท่านที่จะเสด็จมาเปิด
หลังจากนั้นกำหนดการของสภาฯภายหลังพิธีประชุมรัฐสภา ก็จะมีการประสานงานกับพรรคการเมือง ที่รวบรวม สส.ได้มากที่สุด ว่า จะมีความพร้อมในการเลือกประธานสภาฯและรองประธานสภาฯ ในวันใด เมื่อมีการประสานมาจะทำหนังสือนัดประชุม เพื่อปฏิญาณตนของสมาชิก และเลือกประธานสภาฯ รองประธานสภาฯ และเมื่อประธานสภาฯ ได้รับโปรดเกล้าฯลงมา ก็จะมีการเลือกนายกรัฐมนตรี โดยประธานสภาฯจะใช้ดุลพินิจในการนัดวัน เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีต่อไป
เมื่อถามว่า การเลือกประธานสภาฯ จะสามารถขึ้นได้ภายในเดือนมีนาคมนี้ได้หรือไม่ นายศิโรจน์ กล่าวว่า เป็นไปได้ทั้งหมด โดยปกติเมื่อมีพิธีเปิดประชุมรัฐสภาเมื่อไหร่ ในวันรุ่งขึ้นจะเป็นการนัดประชุมเพื่อเลือกประธานสภาฯ แต่ก็ไม่เสมอไป แล้วแต่ความพร้อมของพรรคการเมืองที่ได้จำนวนเสียงมากที่สุด
เลขาธิการสภาฯ กล่าวว่า สำหรับภาพรวมในการรายงานตัวที่ผ่านมา สมาชิกให้ความร่วมมือ แต่อาจจะน้อยไปบ้าง วันนี้(5มี.ค.)คาดว่า น่าจะมาเยอะขึ้น น่าจะถึง 300 คน ขอย้ำว่า มีความพร้อมในการรองรับการรายงานตัวของสมาชิก อย่างเช่น พรรคภูมิใจ ที่มี สส.จำนวนมาก ก็ได้ประสานงานกับทางพรรค เพื่อให้กรอกข้อมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ก่อน เมื่อมาถึงที่รายงานตัวก็มาตรวจสอบ เซ็นชื่อ และมอบบัตรประจำตัว ซึ่งจะใช้เวลาไม่นาน





