โผ “ครม.อนุทิน2” ที่คาดว่าจะได้เห็นโฉมหน้าทั้งคณะ และเริ่มนับหนึ่งปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่เกินเดือนพ.ค. ไล่ลึกตามสูตรสูตรการแบ่งโควตาพรรคร่วมรัฐบาล “5-19-8-3”
5 ที่นั่งคนนอก เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า “4 ที่นั่ง” ถูกล็อกไว้ที่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ ควบรมว.คลัง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ ควบพาณิชย์ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ ควบรมว.การต่างประเทศ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย และอีกชื่อคือบุคคลภายนอก ที่คาดว่าจะมานั่ง รมว.ยุติธรรม หรือ รมว.กลาโหม
ท่ามกลางการจับตาการจัดสรรโควตาครม.อนุทิน 2 ในเวลานี้ เมื่อ “พรรคภูมิใจไทย” ในฐานะพรรคแกนนำมีเสียงเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทิ้งห่าง “พรรคร่วมรัฐบาล” อย่างพรรคเพื่อไทย ในฐานะพรรคลำดับสอง และพรรคพลังประชารัฐ ลำดับสาม รวมถึงพรรคเล็ก หลายช่วงตัว
ถึงเวลาจริง โผครม.ที่ว่ากันว่ากำลังฝุ่นตลบในเวลานี้ อาจไม่ได้อยู่ที่โควตาพรรคร่วมรัฐบาล แต่เป็น “19โควตา-15 กระทรวง”ต่างหาก ที่น่าจะวิ่งวุ่นฝุ่นตลบจนวินาทีสุดท้าย
แน่นอนว่าภายใต้การวางเกมของ “ครูใหญ่สีน้ำเงิน” ที่รอบนี้ การวางกติกา วางเคพีไอ ในการจัดสรรโควตารัฐมนตรีที่ชัดเจน ทั้งสูตรกวาดสส. “ยกจังหวัด” ตบรางวัล 1 เก้าอี้รัฐมนตรี ย่อมต้องจับตาโผ ครม.อนุทิน 2 เพราะรอบนี้ “ภูมิใจไทย” มีจังหวัดที่ได้สส.“ยกจังหวัด” มากถึง 20 จังหวัด จากการเลือกตั้งรอบที่แล้วที่ได้ยกจังหวัดเพียง 8 จังหวัด
ประกอบด้วย พิจิตร มีสส.3 คน เพชรบูรณ์ มีสส. 6 คน มี “พัฒนา พร้อมพัฒน์” รมว.สาธารณสุข รักษาโควตาดังกล่าว ขณะที่ครม.อนุทิน 2 มีชื่อเป็นแคนดิเดต รมว.สาธารณสุข อีกรอบ อุทัยธานี มีสส. 2 คน มี “ซาบีดา ไทยเศรษฐ” นั่งโควตาดังกล่าวและมีชื่อเป็นแคนดิเดต รมว.วัฒนธรรม หรืออาจสลับไปเป็นรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา
มีอ่างทอง มีสส. 2 คน มี “ภราดร ปริศนานันทกุล” รักษาโควตา รอจัดสรรกระทรวง สิงห์บุรี มีสส. 1 คน พระนครศรีอยุธยา 5 คน มี “สุรศักดิ์ พันธ์ุเจริญวรกุล” นั่งโควตาดังกล่าว และมีชื่อเป็นแคนดิเดตรมว.การท่องเที่ยงและกีฬา บึงกาฬ มีสส. 3 คน บุรีรัมย์ มีสส. 10 คน มี “ไชยชนก ชิดชอบ” เลขาธิการพรรค รอนั่งรัฐมนตรี สุรินทร์มีสส. 8 คน ยโสธรมีสส. 3คน
อำนาจเจริญ มีสส. 2 คน ปราจีนบุรี มีสส. 3 คน จันทบุรี มีสส. 3 คน ตราด มีสส. 1 คน เพชรบุรี มีสส. 3 คน ชุมพร มีสส. 3 คน ระนอง มีสส. 1 คน พังงา มีสส. 2 คน กระบี่ มีสส. 3 คน มี “ศศิธร กิตติธรกุล” รมช.มหาดไทย รักษาโควตา และมีชื่อติดโผเป็นรัฐมนตรีอีกรอบ และสตูล มีสส.2คน
ไหนจะจังหวัดที่เป็นพื้นที่“บ้านใหญ่” แม้ไม่ได้สส.ยกจังหวัด แต่มี“สัญญาณใจ”ล่วงหน้ากับ “คีย์แมนสีน้ำเงิน” ที่จะต้องต่างตอบแทนด้วยเก้าอี้รัฐมนตรี เพื่อแลกกับการเข้าร่วมงานทางการเมืองเช่น จ.สุพรรณบุรี ซึ่งพลาดเป้าถูกพรรคกล้าธรรมเจาะไปเพียง 1 ที่นั่ง
ขณะที่โควตารัฐมนตรีถูกล็อกไว้ที่ “วราวุธ ศิลปอาชา” ทายาทมังกรสุพรรณ เป็นที่แน่นอนแล้ว แถมล่าสุด ยังมีข่าวว่าภายใต้การบัญชาการของครูใหญ่ ส่งผลให้ “ทายาทมังกรสุพรรณ” อาจได้อัปเกรดจากกระทรวงเกรดบี เกรดซี ได้คุมกระทรวงเกรดเอ ที่คาดหมายว่าจะนั่ง รมว.พลังงาน
เหนือไปกว่านั้น ยังมีพื้นที่ซึ่ง “ครูใหญ่” มีคำสั่งไปถึงผู้สมัครสส.ในระบบเขต หากใครสามารถดึง “คะแนนปาร์ตี้ลิสต์” มาให้พรรคได้ จะมี “ท็อปอัป” เพิ่มเติมให้ในพื้นที่นั้นอีกด้วย
ท่ามกลางความเคลื่อนไหวใน “พรรคสีน้ำเงิน” ที่บรรดาสารพัด “ซุ้มน้ำเงิน” ทั้งเลือดแท้ เลือดใหม่ ต่างฝ่ายต่างโชว์ตัวเลขในมือ ยังมีความซับซ้อน ว่าด้วยการแบ่งขั้ว-แยกสาย อย่างชัดเจน ระหว่าง “ก๊กบ้านใหญ่” ที่มีกว่า 20 ตระกูลดัง ที่เพิ่งย้ายเข้ามาร่วมชายคา
อีกก๊กคือ “ก๊กลูกเทพ”ที่มี “ลูกนก” ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค “ทายาทการเมือง” ของครูใหญ่สีน้ำเงิน นำทีมเจนใหม่ หวังโชว์บทบาทความเป็น“ภูมิใจไทยพลัส”
เมื่อส่องลึก “โผครม.อนุทิน2” รอบนี้ นอกจาก “ไชยชนก” และ “ลูกแบด” ภราดร ซึ่งเป็นรัฐมนตรีเดิม มีชื่อติดโผเป็นรัฐมนตรีอีกรอบแล้ว ยังมีชื่อ “สส.ก๊วนลูกเทพ” ทั้ง“เสี่ยโต้ง ไทบ้าน” หรือ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ ที่รอบนี้สางแค้น “ธเนศ เครือรัตน์” จากพรรคเพื่อไทย ตีตั๋วเข้าสภาได้สำเร็จ และแนน บุณย์ธิดา ส,ชัย สส.อุบลราชธานี ติดโผอีกด้วย
ต้องจับตา เวทีสัมมนาพรรคภูมิใจไทยวันที่ 8-9 มี.ค.ที่เลือกใช้ “สัญลักษณ์บุรีรัมย์” ตอกย้ำบทบาทของ “ครูใหญ่สีน้ำเงิน” ในฐานะผู้นำหลังม่านตัวจริง
ทำไปทำมา จะไม่ใช่แค่กำหนดการรูทีน สัมมนาทิศทางการทำงานสส.เท่านั้น แต่อาจกลายเป็นเวที “ถก-เถียง” เพื่อส่งสัญญาณไปถึง “ผู้นำหลังม่าน” ในการชิงเก้าอี้เสนาบดีรอบนี้
ภายใต้โจทย์ยาก“สีน้ำเงิน”ในการจัดสรรโควตา ครม.อนุทิน 2 ถึงที่สุดต้องลุ้น“ครูใหญ่” ที่อาจต้องชิงตัดจบสยบป่วน เพื่อเริ่มนับหนึ่งรัฐบาลให้เร็วที่สุด





