“นันทนา” จี้ "รัฐบาล" ทำงานแบบมืออาชีพ ตั้งวอร์รูม หาทุกมาตรการ รับมือ สงครามตะวันออกกลาง ห่วงลามเป็นวิกฤติเศรษฐกิจ ติงอย่าใช้ปากบริหาร
ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวรโรภาส สว. แถลงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหามาตรการ และการบริหารจัดการพลังงานในประเทศ หลังจากมีเหตุปะทะ ในพื้นที่ตะวันออกกลางต่อเนื่อง 5 วัน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อพลังงานน้ำมัน และแก๊ส ที่ราคาการสูงขึ้นและ อาจขาดแคลนในที่สุด อย่างไรก็ดี มีตัวอย่างของประเทศสิงคโปร์ ที่เปิดมาตรการเชิงรุกในวันที่ 2 ของสงคราม และประกาศหลายมาตรการ เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์และเตือนประชาชนถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการรับมือกับภาวะการเงินการคลัง เงินเฟ้อ แต่ที่ประเทศไทย พบว่ารัฐบาลยังนิ่งเฉย เฉื่อยชา
ทั้งนี้ ตนไม่อยากให้รัฐบาลใช้วิธีการบริหารด้วยปากแบบเดิม เหมือนสมัยที่เคยพูดว่าโควิดกระจอก แล้วเกิดความสูญเสียมหาศาลอีก
"ข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า ให้บริหารสถานการณ์สงครามนี้เชิงรุก โดยตั้งวอร์รูมระดมสมองภาครัฐ ภาคเอกชน หามาตรการในการจัดการพลังงานอย่างมืออาชีพ อย่าให้ประชาชนต้องตื่นตระหนก ช่วยตัวเอง ด้วยการกักตุนน้ำมัน สินค้า ต้องวางแผนช่วยเหลือประชาชน และผู้ประกอบการอย่างทันท่วงที วิกฤตินี้ใหญ่หลวงยิ่งนัก รัฐบาลต้องไม่ประมาท ไม่ชะล่าใจ อย่าปล่อยให้ชีวิตคนไทยกลายเป็นผู้ประสบภัยสงครามเสียเอง" น.ส.นันทนา กล่าว
น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า ขณะนี้คนไทยทั้งประเทศ ยังไม่ทราบว่าปริมาณน้ำมันสำรองเหลืออยู่กี่วันแน่ เพราะบางคนบอก 60 วัน บางคนบอกมากกว่านั้น ซึ่งข้อมูลไม่ตรงกัน เรียกว่าอึมครึม ท่ามกลางวิกฤติพลังงาน แต่รัฐบาลกลับยืนยันส่งน้ำมันไปยังต่างชาติ นอกจากนั้นแล้วมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาลเป็นอย่างไร จะเริ่มมาตรการเวิร์คฟอร์มโฮมเมื่อใด หากเกิดปัญหาสินค้าราคาสูงขึ้น และขาดแคลน จะมีมาตรการอย่างไร และในระยะยาวการจัดการเรื่องการชะงักชะงันทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นภาวะที่กำลังจะเกิดขึ้นคือข้าวของราคาแพง และคนไม่มีเงินซื้อ รัฐบาลช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนอย่างไร และช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างไร





