วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

'เอก-ป๊อก' ซ้ายหลงทิศ ฤทธิ์รัฐพันลึก 'ส้ม' แพ้ซ้ำซาก

'เอก-ป๊อก' ซ้ายหลงทิศ ฤทธิ์รัฐพันลึก 'ส้ม' แพ้ซ้ำซาก

บทเรียนราคาแพง “ปิยบุตร” สิ้นสุดภารกิจหาเสียง “ธนาธร” ยังไปต่อไม่ถอดใจ หนุนแนวคิดปลุก “อาสาส้ม” เปลี่ยนประเทศไทย

“ธนาธร-ปิยบุตร” คือจุดเปลี่ยนเกม สองสหายหลงทางปั้น grand compromise ส่งดาบให้ “เนวิน-อนุทิน” สถาปนาอำนาจใหม่ 

วันที่ 3 มี.ค.2569 “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กถึงบทบาทการเมืองว่า “ผมก็จบภารกิจตามที่พรรคประชาชนใช้งานผมเรียบร้อย ผมปลดเปลื้องพันธะผูกพันกับพรรคประชาชนได้ครบถ้วนตามภารกิจแล้ว..”

ต้นปี 2568 “ป๊อก-ปิยบุตร” ได้ประกาศวางมือทางการเมืองมาหนหนึ่งแล้ว โดยหวนกลับมามีเป็น “ผู้เล่นหลังม่าน” ช่วงที่พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย ตกลงทำ MOA เป็นสารตั้งต้นในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ป๊อก ปิยบุตร” ก็เห็นด้วยกับ MOA และหนุน “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เสี่ยหนูกลับดัดหลังพรรคส้มชิงยุบสภาฯ

'เอก-ป๊อก' ซ้ายหลงทิศ ฤทธิ์รัฐพันลึก 'ส้ม' แพ้ซ้ำซาก

พิษ MOA ส้ม-น้ำเงิน ส่งผลให้คะแนนนิยมของพรรคประชาชนตกต่ำ คะแนนนิยมลด และได้ สส.เป็นอันดับที่ 2 รองจากพรรคภูมิใจไทย 

หลังเลือกตั้งหนที่ผ่านมา “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้เปิดเวทีสรุปบทเรียนความพ่ายแพ้ แต่ก็ไม่พยายามพูดถึง “MOA” เป็นพิษ เหมือนที่กูรูการเมืองบางคนสรุปว่า ส้มเสียค่าโง่ให้ “รัฐพันลึก”

'เอก-ป๊อก' ซ้ายหลงทิศ ฤทธิ์รัฐพันลึก 'ส้ม' แพ้ซ้ำซาก

“หัวหน้าเท้ง” กลับไปเน้นเรื่องการจัดตั้ง “อาสาสีส้ม” แก้ปัญหา “สส.เขต” และหวังที่จะใช้เป็นเครื่องมือเอาชนะบ้านใหญ่

ย้อนไปดูผลการเลือกตั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา จะพบว่า คะแนนมหาชนที่หายไปนั้นมาจากต้นเหตุ MOA ที่ทำให้ “เนวิน” มีอำนาจ และใช้ทุกกลไกรัฐเอื้อต่อการปั้นยอด สส.ทะลุ 192 เสียง

  • ปี 2562 พรรคอนาคตใหม่ ได้ สส.เขต 30 ที่นั่ง และ สส.บัญชีรายชื่อ สส. 51 ที่นั่ง รวม 81 ที่นั่ง ได้ป๊อปปูลาร์โหวต 6 ล้านเสียง
     
  • ปี 2566 พรรคก้าวไกล ได้ สส. 112 ที่นั่ง และ สส.บัญชีรายชื่อ 39 ที่นั่ง รวม 151 ที่นั่ง ได้ป๊อปปูลาร์โหวต 14 ล้านเสียง
     
  • ปี 2569 พรรคประชาชน ได้ สส.เขต 87 ที่นั่ง และ สส.บัญชีรายชื่อ 31 ที่นั่ง รวม 118 ที่นั่ง ได้ป๊อปปูล่าร์โหวต 9 ล้านเสียง

ช่วงพรรคก้าวไกลได้คะแนนนิยมมหาชนสูงสุดถึง 14 ล้านเสียง แต่มาถึงยุคพรรคประชาชนกลับลดเหลือ 9 ล้านเสียง 

โรคไร้เดียงสาของซ้ายส้ม

ปลายปี 2568 “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ตัดสินใจทำ MOA ส้ม-น้ำเงินว่า grand compromise-การประนีประนอมครั้งใหญ่ เพราะมองว่า “สว.สีน้ำเงิน” มีบทบาทสำคัญต่อการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

'เอก-ป๊อก' ซ้ายหลงทิศ ฤทธิ์รัฐพันลึก 'ส้ม' แพ้ซ้ำซาก

แกนนำส้มต้องการกุญแจที่จะไขไปสู่การทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ นั่นคือ การโหวต อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ คือโอกาสครั้งเดียวในการหยิบกุญแจและ “ใบอนุญาต” ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60

20 ปีที่ผ่านมา มันเหนื่อยล้ากันทุกฝ่าย ทั้งขั้วเสรีนิยมก้าวหน้า และขั้วอนุรักษนิยม ธนาธรจึงเสนอ “grand compromise-การประนีประนอมครั้งใหญ่” 

คนวงในพรรคประชาชนได้บอกเล่า เบื้องลึก MOA ทั้งธนาธร-ปิยบุตร เห็นพ้องกันต้องกันว่า หากฝันถึงรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรคส้มจะต้องพึ่งพาพรรคน้ำเงิน

“ปิยบุตร” เป็นผู้เสนอคำว่า “ประชาธิปไตย 2 ใบอนุญาต” ใบอนุญาตใบแรกคือ มาจากการเลือกตั้ง และใบที่ 2 มาจากชนชั้นนำ

'เอก-ป๊อก' ซ้ายหลงทิศ ฤทธิ์รัฐพันลึก 'ส้ม' แพ้ซ้ำซาก

ปี 2566 ผู้นำจิตวิญญาณพรรคแดง วิ่งไปหาใบอนุญาตที่ 2 จึงมีการฉีก MOU แดง-ส้ม และเกิดรัฐบาลข้ามขั้ว

'เอก-ป๊อก' ซ้ายหลงทิศ ฤทธิ์รัฐพันลึก 'ส้ม' แพ้ซ้ำซาก

ปี 2568 ผู้นำจิตวิญญาณพรรคส้ม ก็วิ่งไปหาใบอนุญาตที่ 2 และเป็นที่มาของ grand compromise-การประนีประนอมครั้งใหญ่ แต่จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของพรรคส้มในสนามเลือกตั้ง

สงครามความคิด 2 ขั้ว

เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ชายหนุ่มสองคน ต่างสถานะต่างวิถี โคจรมาพบกันในวันที่บ้านเมือง มีสถานการณ์ไม่ปกติ และเป็นประชาธิปไตยที่มีการควบคุม

หากไม่มีการรัฐประหาร 2 ครั้ง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” รองประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท ไทยซัมมิท และ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คงไม่คิดก่อการสร้างพรรคอนาคตใหม่

'เอก-ป๊อก' ซ้ายหลงทิศ ฤทธิ์รัฐพันลึก 'ส้ม' แพ้ซ้ำซาก

พื้นฐานการเมืองของ “เอก ธนาธร” มาจากการเคลื่อนไหวทำกิจกรรมการเมืองภาคประชาชน ร่วมกับเพื่อนรัก ต๋อม-ชัยธวัช ตุลาธน และติ๋ง-ศรายุทธ ใจหลัก ไม่ได้แค่เป็นเพื่อนนักกิจกรรมในนาม “สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย” (สนนท.) 

สำหรับ “ป๊อก ปิยบุตร” สนใจศึกษาเรื่องการปฏิวัติ การเปลี่ยนแปลงสังคมมาตั้งแต่สมัยเรียนกฎหมายมหาชนที่ฝรั่งเศส

อาจารย์ป๊อก เล่าว่า ตอนเริ่มก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ได้นำทฤษฎีการเมืองของปรัชญาเมธีหลายคนมาประยุกต์ใช้ คนแรกคือ อัน โตนิโอ กรัมชี (Antonio Gramsci)

อันโตนีโอ กรัมซี่ บอกว่า “ถ้าคุณต้องการสร้างอำนาจนำ (Hegemony) ให้สำเร็จ ต้องทำงานผ่านด้าน Civil Society เป็นหลัก” หากต้องการยึดอำนาจรัฐ ไม่ผ่านการทำสงครามความคิด ไม่เปลี่ยนความคิดคน ไม่มีทางสำเร็จหรอก  

อาจารย์ป๊อก จึงให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนความคิดของผู้คนในสังคม ลำพังชัยชนะด้วยหีบบัตรเลือกตั้ง ไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยน แปลงสังคมไทย

ตรงกันข้าม “เอก ธนาธร” เติบโตในอาณาจักรธุรกิจอะไหล่รถยนต์ ได้เห็นอา-สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เล่นการเมืองกว่า 30 ปี และสมัยพ่อ-พัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ ยังชีวิตอยู่ ก็คบค้าสมาคมกับนักการเมืองรุ่นเก๋าหลายคน

ด้วยเหตุนี้ ธนาธรจึงมีความยืดหยุ่นทางการเมืองมากกว่าปิยบุตร และเข้าใจธรรมชาติการเมืองเก่า 

'เอก-ป๊อก' ซ้ายหลงทิศ ฤทธิ์รัฐพันลึก 'ส้ม' แพ้ซ้ำซาก

ก่อนวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 “ธนาธร-ปิยบุตร” ลั่นคำโตๆ ว่า ประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศ จงออกมาให้เกิน 20 ล้านเสียง ร่วมใจกันยึด “ใบอนุญาตที่ 2” เหลือเพียง “ใบอนุญาตที่ 1” เพียงใบเดียว

ในที่สุด สองสหายสายส้มก็ผิดหวังกับผลการเลือกตั้ง สส. และไม่เชื่อสายตาว่า การเมืองแห่งอดีตจะกำชัย ได้เสียงมหาชนมาท่วมท้น