“อนุทิน” เผย สอบสวนกลาง ออกหมายจับ “เบนสมิธ-ภรรยา” เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล ยัน ไร้อิทธิพลเหนือกฎหมาย ให้อำนาจผู้ปฏิบัติลุยเต็มที่ ผิดไม่มีละเว้น ไม่แคร์แรงกระเพื่อมโยงนักการเมือง ย้ำ รอ กตต. รับรอง สส.ครบก่อนเลือกปธ.สภา-นายกฯ จากนั้นถึงคิว ฟอร์ม ครม.
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีตำรวจสอบสวนกลางออกหมายจับ เบน สมิธ และภรรยา ร่วมกันฉ้อโกงหลอกลงทุนข้ามชาติ สมคบกันฟอกเงิน ว่า เป็นเรื่องที่ดำเนินการมาต่อเนื่องตามนโยบายของรัฐบาล ทั้งเรื่องสแกมเมอร์ ทุนเทา คอลเซ็นเตอร์ การฟอกเงินต่างๆ นี่คือสิ่งที่ยืนยันนโยบายและหลักการของตน ที่เคยบอกว่าปิดชื่อถือพฤติกรรม ไม่รู้หรอกว่าใครไปทำอะไร แต่ถ้ามีเหตุอะไรขึ้นมาและเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนให้คนในประเทศ และสร้างความเสียหายให้เศรษฐกิจประเทศ ใครที่ทำผิดกฎหมายก็ต้องโดน
ทั้งนี้ ในรัฐบาลที่มีตนเป็นหัวหน้ารัฐบาล เราได้ให้นโยบายการปฎิบัติงานอย่างชัดเจน เราเข้ามาท่ามกลางความเสียหายของเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงอย่างมากมาย ฉะนั้นเราต้องไปแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ช่วงหลังๆ ประชาชนมีความเดือดร้อนเพราะสแกมเมอร์ เราต้องไปแก้ไขที่ต้นเหตุ
นายอนุทิน กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา ศาลมีการอายัดทรัพย์ผู้ที่เป็นอาชญากรทางเศรษฐกิจ ทั้งคนต่างชาติและคนไทย เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ปฏิบัติ อย่าง ปปง. มีความมั่นใจ ดำเนินการปราบปรามธุรกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมายอย่างเต็มที่ ไม่มีความกังวล เป็นการพิสูจน์ให้ชัดว่า ไม่มีอิทธิพลใดๆ อยู่เหนือกฎหมายได้ อันนี้เป็นการชี้ให้ประชาชนเห็นว่า รัฐบาลไม่เคยเข้าข้างคนทำผิดกฎหมาย มีแต่เข้าข้างผู้ที่ปราบปรามป้องกัน รักษากฎหมาย
เมื่อถามว่า มีรายงานหรือไม่ว่ามีนักการเมืองหรือบุคคลสำคัญเข้าไปเกี่ยวข้อง นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่เคยก้าวก่ายใดๆ จะรายงานมาที่ตนก็ต่อเมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ตนไม่ต้องการทราบว่าใครอยู่ในข่าย ทั้งเฝ้าระวัง ติดตาม หรือสอบสวนพฤติกรรม ถ้าตนมารู้ เดี๋ยวจะมีข่าว เสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า ตนไปเกี่ยวข้อง ก้าวก่าย สั่งการ ฉะนั้นการทำงานของตนอาจจะไม่เหมือนกับคนอื่น ตนให้อำนาจผู้ปฏิบัติไปดำเนินการเต็มที่ ข้อสั่งการก็คือใครทำผิดกฏหมายไม่มีการละเว้น ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร
เมื่อถามว่า จะเกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองหรือไม่ เนื่องจากมีแกนนำบางพรรคการเมืองบางพรรคเชื่อมโยง เบน สมิธ นายอนุทิน กล่าวว่า ผมก็ไม่ค่อยแคร์เท่าไหร่ กระเพื่อมอะไร ตำแหน่งผมเหรอ ไม่มีปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชน ความเสียหายของประเทศชาติมีความสำคัญกว่า เรื่องการจัดตั้งรัฐบาล หรือจะต้องไปเกรงใจนักการเมือง หรือผู้มีอิทธิพลคนไหนไม่มีความหมายเลยตรงนี้
เมื่อถามว่า สนใจจะมานั่งควบ รมว. กลาโหมหรือไม่ เพื่อคุมกองทัพและหน่วยงานความมั่นคงเอง นายอนุทิน กล่าวว่า นายกฯ คุมอยู่แล้ว และต่อให้ไม่ได้นั่งก็คุม รมว.กลาโหมอยู่แล้ว กำกับดูแลอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า จะควบ รมว.มหาดไทย เหมือนเดิมใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เดี๋ยวค่อยว่ากัน คำตอบเดิม คือรอ กกต.รับรอง สส.ให้เรียบร้อย รอเลือกประธานรัฐสภา เลือกนายกฯ ให้เรียบร้อย ตอนนี้จะไปพูดเรื่องตำแหน่งอะไรก็ไม่ได้ ตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นการโปรดเกล้าฯ ไปพูดอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น ไม่ใช่อำนาจของนายกฯ นายกฯ มีอำนาจเพียงทูลเกล้าฯ เพื่อทรงมีพระปรมาภิไธย เราจะไปพูดอะไรก่อนไม่ได้เป็นอันขาด
เมื่อถามว่า การสัมมนาพรรคภูมิใจไทย 8-9 มี.ค. ที่ จ.บุรีรัมย์ จะรู้เลยใช่หรือไม่ว่า พรรคไหนร่วมรัฐบาลด้วย นายอนุทิน กล่าวว่าไม่เกี่ยวกันเลย อันนั้นเป็นการปฐมนิเทศ สส. เพราะเรามี สส.เพิ่มจาก 70 คนเป็น 192 คน เราก็ต้องมาปฐมนิเทศให้เขารู้จักกัน ทำให้มีความใกล้ชิดสนิทสนมกัน
เมื่อถามว่า เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีการประสาน นัดวันเปิดประชุมสภา เพื่อเลือกประธานสภาแล้วหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า รอก่อน





