"สว.นันทนา" จี้ "กกต." หยุดฟ้องปิดปากประชาชนตรวจสอบเลือกตั้ง ชี้เป็นหน้าที่พลเมือง พร้อมขอให้สนับสนุนสถานการณ์จำลองเลือกตั้ง 4 มี.ค. นี้
ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. แถลงเรียกร้องให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยุติการฟ้องประชาชน ที่ตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้ง กรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เพราะเป็นการทำหน้าที่ฐานะพลเมืองดีที่ช่วยตรวจสอบการเลือกตั้ง อย่างไรก็ดีการแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชน อย่างน้อย 6 คนล่าสุด ในข้อหาร้ายแรง เช่น ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกกต. ยุยงปลุกปั่นประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ความผิดฐานอั้งยี่ ซึ่งมีมีโทษทั้งจำและปรับ ตั้งแต่ 6 เดือนจนถึง 10 ปี ตนมองว่า กกต. ลุแก่อำนาจ
“กกต. ฐานะองค์กรรัฐที่ใช้เงินภาษีของประชาชน ไม่อาจหลีกหนีการตรวจสอบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการได้มาซึ่งรัฐบาล ยิ่งต้องถูกตรวจสอบให้การเลือกตั้งโปร่งใสที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับรัฐบาลและสส.ใหม่ ว่าเป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ การดำเนินคดีต่อบุคคลที่ทำหนน้าที่พลเมืองตรวจสอบ กกต. จึงเป็นความพยายามปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ ไม่ยอมให้มีการตรวจสอบการเลือกตั้ง เป็นความพยายามที่จะปิดปากประชาชน” น.ส.นันทนา กล่าว
น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่าตนขอเรียกร้องให้ กกต.สนับสนุนกระบวนการตรวจสอบของภาคประชาชน ซึ่งในวันที่ 4 มี.ค. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. เตรียมจัดเลือกตั้งจำลองเพื่อพิสูจน์ว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งนั้นเป็นความลับหรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่กกต. ระบุว่าการจัดเลือกตั้งจำลองเป็นความผิดทางกฎหมาย ตนเห็นว่าถ้าการจัดการเลือกตั้งจำลอง หรือการจัดการเลือกตั้งใดๆ ที่กกต.ไม่ได้เป็นผู้จัด เป็นความผิดทางกฎหมาย ต่อไปการจัดเลือกตั้งหัวหน้าห้องของนักเรียนชั้นประถมก็จะผิดกฎหมายด้วยหรือไม่
“กกต.ควรยุติการปิดกั้นการตรวจสอบของภาคประชาชน โดยหันมาให้ความร่วมมือในการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งใส สร้างความชอบธรรมให้แก่การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่เช่นนั้นแล้ว กกต. นั่นแหละจะตกเป็นจำเลยของประชาชนทั้งประเทศ” น.ส.นันทนา กล่าว
ขณะที่ นายภัทรพงษ์ ศุภอักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ กล่าวว่าตนยินดีเป็นทนายความให้กับประชาชนที่ถูก กกต. ฟ้องร้อง เพราะตรวจสอบการทำงานของ กกต. ในทุกคดี ทั้งนี้ตนมองว่าบุคคลที่ออกมาเคลื่อนไหวตรวจสอบและตั้งคำถามเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ไม่ใช่อาชญากรรมหรือบุคคลที่เซาะกร่อนบ่อนทำลายความมั่นคงของรัฐตามที่ถูกกล่าวหา





