วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ทบ. ขู่ ถล่มพื้นที่ทางลึกกัมพูชา หากกล้ายิง PHL03 ใส่ไทย

ทบ. ขู่ ถล่มพื้นที่ทางลึกกัมพูชา หากกล้ายิง PHL03 ใส่ไทย

ทบ.ยังไม่พบความเคลื่อนไหว PHL03 ชายแดน ชี้ หากกัมพูชา กล้ายิง ไทยมีความชอบธรรม โจมตีพื้นที่ทางลึกกัมพูชา รับประกันเสียหายรุนแรง

เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2569 ที่กองบัญชาการกองทัพบก(บก.ทบ.) พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพบกได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 กรณีที่มีกำลังพลเหยียบทุ่นระเบิดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ ขณะปฏิบัติหน้าที่ประจำฐานบริเวณพื้นที่ช่องระยี อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในการควบคุมและเป็นอธิปไตยของประเทศไทย

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้กำลังพลสังกัดกองร้อยทหารราบที่ 233 จำนวน 1 นาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยขาข้างขวาขาด และมีบาดแผลบริเวณร่างกาย ภายหลังเกิดเหตุ หน่วยในพื้นที่ได้ดำเนินการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสุรินทร์โดยเร่งด่วน ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ กองทัพบกได้กำชับให้หน่วยที่เกี่ยวข้องดูแลด้านการรักษาพยาบาลและสิทธิประโยชน์ของกำลังพลอย่างเต็มที่

จากข้อมูลเบื้องต้น พบว่าพื้นที่เกิดเหตุมีลักษณะเป็นดินที่ปกคลุมด้วยเศษไม้ ใบไม้ และวัสดุธรรมชาติสะสมเป็นเวลานาน ประกอบกับทุ่นระเบิดอาจฝังตัวอยู่ในชั้นดินลึกและยากต่อการตรวจพบ อีกทั้งก่อนเกิดเหตุมีฝนตกในพื้นที่ซึ่งส่งผลต่อสภาพดิน โดยขณะนี้กองทัพภาคที่ 2 อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอย่างละเอียด

โฆษกกองทัพบก กล่าวอีกว่า จากข้อมูลและบริบทในพื้นที่ คาดว่าทุ่นระเบิดดังกล่าวอาจถูกวางไว้ก่อนที่ทหารกัมพูชาจะถอยร่นออกจากพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อทหารไทย เนื่องจากทราบดีอยู่แล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่อธิปไตยของไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ฝ่ายกัมพูชาเคยลักลอบเข้ามาใช้พื้นที่ดังกล่าว

ขณะเดียวกัน ยังมีการประเมินว่าอาจมีทุ่นระเบิดที่ทหารกัมพูชาลักลอบวางไว้ในหลายจุด แม้ฝ่ายไทยจะดำเนินการตรวจสอบและเก็บกู้อย่างต่อเนื่องแล้วก็ตาม  เนื่องจากยอมรับว่าทุ่นระเบิดที่กัมพูชาได้วางไว้ยังมีอยู่เยอะมากในพื้นที่ๆ ฝ่ายกัมพูชาได้เคยวางกำลังอยู่ก่อน  และมาในปัจจุบันฝ่ายเราได้เข้าไปควบคุมพื้นที่เหล่านั้นอยู่

ซึ่งนับเป็นความท้าทายต่อการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม อุปสรรคดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่  ซึ่งผู้บังคับบัญชามีความห่วงใยเป็นอย่างมาก ได้กำชับหน่วยให้เพิ่มความ ระมัดระวัง  เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบ ดำเนินการเก็บกู้ เพื่อพยายามทำพื้นที่ให้ปลอดภัยให้ได้มากที่สุด 

สำหรับกระแสข่าวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวอาวุธ PHL-03 จากฝั่งกัมพูชาที่มีประชาชนบางส่วนกังวลนั้น โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ในขณะนี้จากข้อมูลทางด้านการข่าวฝ่ายกองทัพ ยังไม่มีรายงานความเคลื่อนไหวในเรื่องอาวุธดังกล่าว โดยเฉพาะในระดับที่จะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน  

ซึ่งกองทัพยังคงเฝ้าระวังและติดตามโดยไม่ประมาท แต่ทั้งนี้อาวุธประเภทดังกล่าวเป็นอาวุธที่มีระยะยิงไกล เกินขอบเขตบริเวณพื้นที่แนวชายแดน เกินระดับความเหมาะสมของสถานการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งจากที่ผ่านมายังไม่ปรากฏกัมพูชา มีความพยายามที่จะนำมาใช้ เพราะหากมีการพิจารณานำมาใช้จริงจะทำให้ฝ่ายไทยมีความชอบธรรมเพิ่มขึ้นในการตอบโต้กลับด้วยความแม่นยำต่อเป้าหมายสำคัญๆ ในทางลึกมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายที่รุนแรงกว้างขวางกับประเทศกัมพูชาได้ ทำให้ที่ผ่านการใช้อาวุธในปฏิบัติการทางทหารจึงระมัดระวังให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมตามความจำเป็น

“กองทัพมีความพร้อมอยู่ตลอดเวลา ทั้งกำลังทางบกและกำลังทางอากาศในการป้องกันประเทศในทุกมิติ โดยไทยยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิงและเคารพในกติกาที่ได้ตกลงร่วมกัน ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดน” โฆษกกองทัพบก กล่าว