วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ราชทัณฑ์แจงปมพักโทษ 'ทักษิณ' เข้าเกณฑ์ 10 พ.ค. ปล่อยตัว 11 พ.ค.

ราชทัณฑ์แจงปมพักโทษ 'ทักษิณ' เข้าเกณฑ์ 10 พ.ค. ปล่อยตัว 11 พ.ค.

กรมราชทัณฑ์ ออกเอกสารแจงปม 'พักโทษ' อดีตนายกฯ 'ทักษิณ' ทั้งหมดเป็นไปตามกฎหมาย ผ่านอนุฯเห็นชอบ เข้าเกณฑ์ 10 พ.ค. ปล่อยตัว 11 พ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2569 กรมราชทัณฑ์ ออกเอกสารชี้แจง กรณี "การพักการลงโทษของอดีตนายกรัฐมนตรี" ระบุว่า ด้วย นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ตามคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีกำหนดกำหนดโทษ 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย. 2568 จะพันโทษ ในวันที่ 9 ก.ย. 2569 

ราชทัณฑ์ ขอเรียนว่า ในส่วนของการพักโทษ หากนักโทษเด็ดขาดรายใดมีคุณสมบัติครบถ้วน ตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52 (7) และกฎกระทรวง กำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด ซึ่งจะได้รับการลดวันต้องโทษจำคุก หรือการพักการลงโทษ และได้รับการปล่อยตัว ต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564

กล่าวคือ นายทักษิณ จะมีคุณสมบัติครบถ้วนต่อเมื่อต้องโทษจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ และจะได้รับประโยชน์จากการพักการลงโทษไม่เกิน 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ 1 ปี และต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ โดยจะเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษ ในวันที่ 10 พ.ค. 2569 และสามารถปล่อยตัวพักการลงโทษได้ในวันถัดไปคือ ในวันที่ 11 พ.ค. 2569

ทั้งนี้ การคำนวณระยะเวลาการเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษนั้น กรมราชทัณฑ์ ได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 21 ซึ่งบัญญัติว่า ในการคำนวณระยะเวลาจำคุก ให้นับวันเริ่มจำคุกรวมคำนวณเข้าด้วย และให้นับเป็น 1 วันเต็มโดยไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนชั่วโมง ถ้าระยะเวลาที่คำนวณนั้นกำหนดเป็นเดือน ให้นับ 30 วัน เป็น 1 เดือน ถ้ากำหนดเป็นปี ให้คำนวณตามปีปฏิทินในราชการ ดังนั้น ในการคำนวณโทษของ นายทักษิณ 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ 1 ปี (1 ปี = 12 เดือน 5 วัน = 365 วัน) จึงเท่ากับ 8 เดือน 4 วัน หรือ 244 วัน ซึ่งตรงกับ วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 และสามารถปล่อยตัวได้ในวันถัดไป คือ ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569

ราชทัณฑ์แจงปมพักโทษ 'ทักษิณ' เข้าเกณฑ์ 10 พ.ค. ปล่อยตัว 11 พ.ค.

สำหรับการจะติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ติดตามตัวกับนายทักษิณหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ

ดังนั้น การพิจารณาพักการลงโทษกับนักโทษเด็ดขาดแต่ละราย จึงเป็นการดำเนินการตามกรอบกฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบ แนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด โดยมิได้เลือกปฏิบัติหรือดำเนินการนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนดไว้