วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

'กกต.' ชลอ ‘ผลประชามติ’ - ‘เกมยื้อ ’รื้อรัฐธรรมนูญ 60' ??

'กกต.' ชลอ ‘ผลประชามติ’ - ‘เกมยื้อ ’รื้อรัฐธรรมนูญ 60' ??

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)สร้างสถิติใหม่ ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งในส่วน “สส.เขต” 396 คน หรือคิดเป็น 79.2% ภายในเวลา 17 วัน นับจากวันเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 หลังที่ประชุม กกต.วานนี้ (25 ก.พ.) รับฟังรายงานผลการตรวจสอบจาก “ผู้ตรวจการเลือกตั้ง” ที่แจ้งว่า “การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม"

แม้ในข้อเท็จจริงของกระบวนการเลือกตั้งจะมีผู้คำร้องยื่นให้ตรวจสอบ ผ่านกลไก “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในประเด็นกระบวนการเลือกตั้งที่ไม่เป็นไปโดยลับ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญกรณี บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

'กกต.' ชลอ ‘ผลประชามติ’ - ‘เกมยื้อ ’รื้อรัฐธรรมนูญ 60' ??

รวมถึงมีคดีที่ “ศาลปกครอง” อยู่ระหว่างตรวจคำฟ้อง เนื่องจากมีผู้ร้องกรณีความไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญในกระบวนการจัดการเลือกตั้ง

สิ่งที่สังคมกำลังจับตา และรอลุ้นคือ แอ็กชันขององค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบจะเดินเรื่องต่ออย่างไร 

ระหว่างการ “ยุติเรื่อง” ซึ่งเสมือนเป็นการประทับรับรองกระบวนการเลือกตั้งของ กกต. และให้ “ผลการรับรองการเลือกตั้ง สส.” เดินเข้าสู่การจัดตั้งรัฐบาล “อนุทิน 2” อย่างไร้อุปสรรค 

หรือชงเรื่องไปสู่กระบวนการของ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ให้ชี้ขาด หากเป็นแนวทางนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าย่อมมีผลกระทบความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลใหม่

ทว่า เมื่อกกต.เร่งรับรองผลเลือกตั้ง สส.เขต 396 คน เท่ากับตีธงให้ “รัฐบาลอนุทิน 2” ใส่เกียร์ห้า เร่งเครื่องตั้งรัฐบาล เพื่อให้ได้สถานะฝ่ายบริหารที่มีอำนาจเต็ม

กับอีกประเด็นที่สังคมจับตา คือการประกาศผลการออกเสียงประชามติ เรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พร้อมกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ โดยตามกฎหมายประชามติกำหนดว่า ให้ กกต.ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หลังพ้นเวลา 30 วันนับจากวันออกเสียง ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 10 มี.ค.นี้ พร้อมกับรายงานให้ “นายกรัฐมนตรี” และ “ประธานรัฐสภา” ทราบโดยเร็ว

เหตุผลที่กฎหมายประชามติกำหนดเวลาภาคบังคับไว้ เพื่อให้เพียงพอสำหรับการตรวจสอบคำร้องคัดค้าน แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดยื่นเรื่องคัดค้าน

ประเด็นนี้ มีคนตั้งข้อสังเกตว่า เหตุที่กกต.ยังชะลอ แม้ไม่มีผู้ร้องคัดค้าน เพื่อหวังผูกโยงไปกับเรื่องร้องเรียนกระบวนการเลือกตั้ง เพราะหาก “การเลือกตั้งโมฆะ” อาจส่งผลให้ “ประชามติโมฆะ” ไปด้วยหรือไม่ เนื่องจากเป็นกระบวนการที่ทำในวันเดียวกัน 

'กกต.' ชลอ ‘ผลประชามติ’ - ‘เกมยื้อ ’รื้อรัฐธรรมนูญ 60' ??

อย่างไรก็ดี ประเด็นนี้ดูแล้วจะมีน้ำหนักน้อย เพราะบนบัตรประชามติไม่มีสัญลักษณ์ให้ตรวจสอบย้อนหลังถึงการออกเสียงได้ อีกทั้งการนับคะแนนที่ผ่านมา ไม่พบการร้องเรียนปัญหา

เพียงแต่เหตุที่ กกต.ใช้เวลาให้ครบตามกฎหมาย อีกนัยคือ เปิดช่องยื้อให้การรื้อรัฐธรรมนูญทอดยาวออกไปหรือไม่

หลังผลออกเสียงประชามติ เรื่องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ออกมา แม้ไม่เป็นทางการ พบว่าคะแนนของผู้เห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีสูงกว่าผู้ไม่เห็นชอบ และสูงกว่า “โนโหวต”

เท่ากับว่า ผลประชามติ คือใบสั่งให้ “รัฐสภา” เดินหน้าเข้าสู่กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อเปิดทางให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่คำถามต่อไปคือ จะเริ่มต้นหรือริเริ่มได้หรือไม่

ในมุมมองของอดีตผู้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 "ชาติชาย ณ เชียงใหม่” ประเมินบรรยากาศการแก้รัฐธรรมนูญในรัฐสภาชุดใหม่ว่า อาจคล้ายกับรอบที่แล้ว เพราะฝ่ายเสียงข้างมากในสภาฯ ที่มี “พรรคภูมิใจไทย” เป็นแกนนำ และเป็นฝ่ายรัฐบาล เคยแสดงออกให้เห็นว่า ไม่อยากแก้ไขทั้งฉบับ ขณะเดียวกัน สว.ส่วนใหญ่เห็นไปในทางเดียวกัน อีกทั้งหลังจากที่รู้ผลประชามติรอบแรกแล้ว ตามกฎหมายไม่กำหนดกรอบเวลาว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องลงมือทำเมื่อไร ดังนั้นจึงไม่มีคำตอบว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 จะทำได้เร็วหรือช้า

“การทำประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญ เป็นประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ทำ แต่เมื่อได้ผลออกมาแล้ว ไม่มีผลผูกมัดว่า ผู้มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญจะต้องยกมือโหวตเห็นชอบกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทำขึ้นตามกลไกของรัฐสภา หากคณะแก้ไขรัฐธรรมนูญเขียนเค้าโครงออกมาในทำนองที่รับไม่ได้ หรือเขียนสิ่งที่เป็นอันตราย การจะอ้างว่ามีผลประชามติรอบแรก เห็นชอบให้ทำรัฐธรรมนูญใหม่ และสส. สว. ต้องเห็นชอบด้วยนั้น ทำไม่ได้ อีกทั้ง สส. สว. มีสิทธิใช้ดุลยพินิจ โหวตไม่เห็นชอบได้” ชาติชาย ระบุ

ทั้งนี้มีประเด็นที่ “ชาติชาย” เป็นกังวลว่า ฝ่ายการเมืองอาจใช้เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นใบเบิกทาง โละกติกาการตรวจสอบ เช่น มาตรา 144 ที่ห้าม สส. สว. กรรมาธิการ เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการใช้งบประมาณแผ่นดิน เพื่อเอื้อประโยชน์ทางการเมืองให้กับตัวเอง ส่อว่าจะถูกแก้ไข โดยตัดตอนส่วนของศาลรัฐธรรมนูญออกไป

'กกต.' ชลอ ‘ผลประชามติ’ - ‘เกมยื้อ ’รื้อรัฐธรรมนูญ 60' ??

“แม้ว่าในหลายประเด็นของรัฐธรรมนูญ 2560 ควรถูกพิจารณาปรับปรุงให้ดีขึ้น เช่น กลไกตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระ กลไกคานอำนาจ สว.ต่อการเห็นชอบกรรมการในองค์กรอิสระ แต่หากพ่วงประเด็นแก้ไขเพื่อประโยชน์ของนักการเมือง อาจทำให้เกิดปัญหาได้” ชาติชาย สะท้อนมุมมอง

อย่างไรก็ดี แม้เรื่องแก้รัฐธรรมนูญจะยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจาก “พรรคภูมิใจไทย” แต่ฝ่าย สว.พันธุ์ใหม่ นำโดย “นรเศรษฐ์ ปรัชญากร-เทวฤทธิ์ มณีฉาย” ได้เดินหน้าเรียกร้องให้ “รัฐบาลอนุทิน” แสดงความชัดเจนต่อการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ โดยขอให้ขีดไทม์ไลน์ให้ชัดไว้ในคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

ขณะที่ “เทวฤทธิ์” ออกความเห็นด้วยว่า ควรเริ่มต้นด้วยการเสนอ และพิจารณากันใหม่ เพราะไม่เห็นด้วยที่จะนำร่างแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ที่ค้างอยู่ในวาระสอง ของสภาชุดที่แล้วมาปัดฝุ่น เนื่องจากกังวลต่อการฮุบสัดส่วนผู้ร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นสีใดสีหนึ่ง ตามการครองเสียงข้างมากในสภาฯ ตามร่างกติกาที่ออกแบบให้ใช้สูตร 20 หยิบ 1 ซึ่ง “พรรคประชาชน” เป็นผู้เสนอในครั้งก่อน

กับประเด็นนี้ ยังไม่มีการตอบรับใดๆ ออกมาจาก “ฝ่ายการเมือง-สว.สีน้ำเงิน” แต่ดูแนวโน้มแล้ว อาจเป็นหนังการเมืองเรื่องยาว

'กกต.' ชลอ ‘ผลประชามติ’ - ‘เกมยื้อ ’รื้อรัฐธรรมนูญ 60' ??

เพราะหากยึดว่า “การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่” เป็นปัจจัยสำคัญ และใช้ขยายผลทางการเมืองได้ เราอาจได้เห็นการแสดงที่ “ฝ่ายสีน้ำเงิน” ใช้เป็นเครื่องมือต่อรอง เพื่อสมประโยชน์ระหว่างกัน เหมือนที่เคยเกิดมาแล้ว ปลายสมัยของสภาฯ ชุดที่ผ่านมา