"ปริญญา" ห่วง คดีเลือกตั้ง สส. ถูกดองเหมือน "ฮั้วสว." หลัง "กกต." เร่งรับรองผลเลือกตั้งใน 17 วัน แต่ไม่เคลียร์ปมสงสัย บาร์โค้ด-บัตรเขย่ง
ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพมหานคร นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฐานะที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ใช้เวลาเพียง 17 วัน ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส. ทั้งที่ตามรัฐธรรมนูญให้เวลาตรวจสอบการเลือกตั้งที่มั่นใจว่าสุจริตเที่ยงธรรมแล้วใน 60 วันทำให้มีคำถามว่ากกต.ใช้เวลาตรวจสอบเพียงพอหรือไม่ ทั้งที่ยังมีปัญหาคิวอาร์โค้ด บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ที่สามารถตรวจสอบว่าใครลงคะแนนเลือกใคร รวมถึงมีปัญหาบัตรเขย่ง
“กกต.ใช้เวลารับรองผลเลือกตั้งถือว่าสั้นมาก ขณะที่ข้อสงสัยของประชาชนยังไม่ได้ทำให้หายข้อสงสัย รวมถึงไม่รู้ถึงจำนวนผู้ออกมาเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ซึ่ผิดปกติ เพราะทุกครั้งเรื่องแรกที่ต้องประกาศ คือ มีคนออกมาเลือกตั้งกี่คน ซึ่งวันนี้ได้ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส.เขต 396 คน แต่ไม่ทราบว่ามีคนเลือกตั้งกี่คน บัตรเหลือกี่ใบ และเมื่อกกต.เร่งรับรองแล้วการคัดค้านผลเลือกตั้งจะอยู่ในหน้าที่ของศาลฏีกา แม้มีคนร้องคัดค้านกกต.ต้องพิจารณาและส่งให้ศาล ซึ่งกรณีดังกล่าวคล้ายกับกรณีการตรวจสอบเรื่องฮั้ว สว. ที่ 1 ปี 7 เดือน ไม่ทราบความชัดเจนเรื่องระยะเวลาจะส่งศาลฎีกา มีเพียงผู้สมัคร และ สว.สำรองเท่านั้นที่ถูกยื่นศาล โดยประเด็นดังกล่าวผมมองว่าไม่เป็นผลดีกับประชาธิปไตย” นายปริญญา กล่าว
นายปริญญา กล่าวว่า ข้อสงสัย กกต. ต้องทำให้หายสงสัยก่อนประกาศรับรอง แม้เมื่อประกาศรับรองไปแล้ว เรื่องที่ค้างอยู่ต้องเร่งทำ ส่วนลำดับถัดไป คือ การรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ เพื่อให้การประชุมสภาฯ เริ่มได้ ทั้งนี้ตนมองว่าสิ่งสำคัญที่ กกต.ต้องพิจารณาคือ การให้ภาคประชาชนร่วมตรวจสอบไม่ใช่ฟ้องประชาชน
นายปริญญา กล่าวเรียกร้อง สส.ชุดใหม่ และสว. ให้แก้ไข ให้พิจารณาแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสส. ให้สิทธิ์ประชาชนฟ้องการเลือกตั้งไม่เที่ยงธรรมต่อศาลได้ เพราะปัจจุบันกำหนดให้ต้องผ่าน กกต. ก่อนถึงศาลฎีกา ถือเป็นข้อผิดพลาด จึงเรียกร้องให้แก้ไข เพื่อให้สิทธิ์ประชาชนฟ้องตรงได้ หากผ่านไป 30 วัน กกต.ไม่ส่งฟ้อง เป็นต้น
ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ฐานะภาคีคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า ตนเองเตรียมจะใช้ช่องทางตามมาตรา 69 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เนื่องจากเห็นว่าการร้องเรียนผ่าน กกต.เพื่อเอาผิด กกต. โดยจะร่วมกับภาควิชาการและกลุ่มนิสิตนักศึกษา รณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เพื่อเพิ่มบทบัญญัติให้ประชาชนมีสิทธิเข้าชื่อถอดถอนนักการเมืองและองค์กรอิสระ รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญที่ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริตได้ เพื่อไม่ให้อำนาจของประชาชนจบลงเพียงแค่ในวันเลือกตั้งวันเดียวเหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน





