รองเลขา กกต.ควง ผอ.กกต.กทม.หอบหลักฐาน เข้าแจ้งความประชาชน ที่สังเกตการณ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเขตคันนายาว 22 ก.พ. หลังถ่ายภาพ ส่อทำให้การเลือกไม่เป็นความลับ
เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2569 ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วย ว่าที่ร.ต. สัมพันธ์ แสงดำเลิศ ผู้อำนวยการกรรมการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร (ผอ.กกต.กทม.) เข้าแจ้งความประชาชนหลังพบ ถ่ายบัตรเลือกตั้ง
โดยนายครรชิต กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้นำหลักฐาน เป็นคลิปที่นำเสนอผ่านสื่อออนไลน์และภาพข่าว จากกรณีที่มีภาคประชาชน 4-5 คน ที่ไปสังเกตการณ์การลงคะแนนการเลือกตั้งที่ เขตคันนายาว เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มบุคคลดังกล่าวกลับมีพฤติกรรม ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในการนับคะแนนการเลือกตั้ง มีการไปถ่ายภาพเห็นบัตรเลือกตั้ง การถอดรหัสการนับคะแนน การไปถ่ายภาพเห็น QR Code เพื่อพิสูจน์ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ลับ
"พฤติกรรมดังกล่าว จะพิสูจน์ว่าการทำงานของเราน่าเชื่อถือทั้งที่เรายืนยันการทำงานของเรานั้น เชื่อถือได้ มันก็มองได้ 2 มุมทางนั้นกำลังพิสูจน์ สร้างความน่าเชื่อถือทั้งที่เรายืนยันถึงความน่าเชื่อถือ" นายครรชิต กล่าว
เมื่อถามว่า จะเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่เมื่อประชาชนไปร่วมสังเกตการณ์ตรวจสอบแต่กลับถูกแจ้งความกลับ นายครรชิต กล่าวว่า การพิสูจน์ถ้าพิสูจน์ในกรอบของกฎหมายก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นการพิสูจน์นอกกรอบกฎหมายก็ต้องดำเนินคดีทางกฎหมาย และพฤติการของภาคประชาชนในวันดังกล่าวก็มีลักษณะเกินขอบเขต จึงนำไปสู่การแจ้งความในครั้งนี้ สำหรับข้อหาที่แจ้ง คือ ความผิดตาม พ.ร.ก.กกต. ว่าด้วยการขัดขวางการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน โดยหลังจากนี้หากมีข้อมูลและตรวจสอบพบว่ามีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีร่วมด้วยเช่นกัน
เมื่อถามถึงวันที่ 26 ก.พ. 2569 นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) เดินทางไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อยื่นฟ้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ต่อ กกต.นั้น นายครรชิต กล่าวว่า ใครจะไปแจ้งความก็เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ ส่วนเรามีหน้าที่พิสูจน์และชี้แจงตามขั้นตอน
ยืนยันว่า การออกมาแจ้งความของ กกต. ไม่ได้เป็นการโต้ตอบใคร แต่ทำไปตามขั้นตอนของกฎหมายเท่านั้น ยอมรับอีกว่า ไม่ได้กังวลอะไร





