ผู้สมัคร สส.ปชน.สมุทรปราการ จี้ กกต.เปิดความคืบหน้า ปมใบคะแนนถูกทิ้งขยะ ลั่นถ้าไม่ชัดเจน ขอใช้สิทธิ์ดำเนินคดี มองกระบวนการยังไม่เคลียร์ แต่กลับจะรับรอง สส.แล้ว
เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายวีระภัทร คันธะ ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 6 พรรคประชาชน (ปชน.) ยื่นคำร้องเพิ่มเติมต่อ กกต. กรณีตรวจสอบหลังพบเอกสารการเลือกตั้งอยู่ในกองขยะที่ จ.สมุทรปราการ ว่า เนื่องจากกรณีที่มีการทิ้งใบนับคะแนนที่บ่อขยะสมุทรปราการ ทำให้ตนยื่นร้องต่อ กกต. เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จนขณะนี้ผ่านมา 10 วัน ยังไม่มีความคืบหน้าจาก กกต.ในเรื่องของความบริสุทธิ์ยุติธรรมในการดำเนินการ หลังจากส่งเรื่องร้องเรียนไปหลังจากนั้น 3 วัน กกต.ระบุว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริงใบนับคะแนนเป็นใบจริง แต่ผลการนับคะแนนสิ้นสุดลงแล้ว และไม่ส่งผลกับการนับคะแนนและการเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม แต่สิ่งที่เจอนั้นเจอใบขีดคะแนน3 จุดจาก 3 พื้นที่ เข้าใจว่าเกิดจากการโอนหีบแล้วทิ้งไป เรื่องนี้เป็นเรื่องน่ากังวลเพราะเป็นตัวอย่างที่พบ แล้วที่ยังไม่ได้พบและอาจปรากฎในกองขยะที่ใดที่หนึ่ง จึงตั้งคำถามว่า กกตงจะดำเนิการอย่างไรต่อไป
นายวีระภัทร กล่าวว่า รอมาเกือบ 10 วันก็ไม่มีการแจ้งใด ๆ มาเลยจาก กกต.มีเพียงข่าวตามหน้าสื่อเท่านั้น ล่าสุดมีรายงานข่าวว่ากกต.มีการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง ทุกคนให้การปฏิเสธ แน่นอนว่าคงไม่มีใครยอมรับว่าใบขีดคะแนนไปโผล่ที่บอกขยะได้อย่างไร ดังนั้น ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ระบุว่า หากสันนิษฐานว่าหากมีเหตุใดที่ ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม กกต.สามารถสั่งให้นับคะแนนใหม่ได้ แต่ กกต.บอกว่าไม่ทราบว่าใครเอาไปทิ้งไว้ และบริสุทธิ์ยุติธรรมแล้ว คำลักษณะนี้ไม่ควรมาจากปาก กกต.จึงมายื่นหนังสือติดตามทวงถามในวันนี้ว่า ขณะนี้เรื่องต่าง ๆ ไปถึงไหน และควรจะมีรายงานให้ผู้มีส่วนได้เสียในการลงสมัครรับเลือกตั้งได้รับทราบ ไม่ใช่รอความคืบหน้าจากหน้าสื่อเท่านั้น หากไม่มีความบชัดเจนจาก กกต. ขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดี
นายวีระภัทร กล่าวอีกว่า ประชาชนในพื้นที่ถามกันมาว่า จะมีการนับคะแนนใหม่หรือเลือกตั้งใหม่หรือไม่ เขต 6 สมุทรปราการ แทบจะชัดเจนที่สุดว่ามีปัญหาเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใบขีดคะแนนการนำใบขีดคะแนนไปทิ้งในบ่อขยะ และไม่ได้รับคำตอบที่ดี เรื่องนี้ส่งผลกระทบถึงความเชื่อมั่น ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ได้รับเลือกเป็น สส. ว่ามีมลทินหรือไม่ หรือแม้การการเลือกตั้งของ กกต. ก็เกิดคำถามว่ามีความบริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่ เชื่อว่าประชาชนจะขาดความเชื่อมั่นอย่างมาก เพราะแม้แต่เรื่องง่าย ๆ ที่พบไปขีดคะแนนในบ่อขยะ นอกจากนี้ยังมีกรณี จ.ปทุมธานี ยังจัดการไร้ประสิทธิภาพ การจัดการแบบชุ่ย จะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าสิ่งที่ปรากฏเป็นสิ่งที่ยุติธรรม
เมื่อถามว่าขณะนี้ กกต. กำลังเดินหน้ารับรอง สส. นายวีระภัทร กล่าวว่า เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการจัดการเลือกตั้ง เมื่อกระบวนการต่าง ๆ ยังไม่แล้วเสร็จ ยังมีคำถามมากมายในสังคมรวมถึงเรื่องในเขตของตน เข้าใจว่าตอนนี้คะแนนไม่ได้ปรากฎแบบ 100% ทีมพรรคประชาชนได้ตรวจสอบว่าใบ 5/18 ไม่ได้ครบแบบที่กล่าวอ้าง นอกจากนี้คะแนนที่ปรากฎยังผิดเพี้ยนและบิดเบี้ยว คิดว่าการรับรอง สส. ในช่วงที่กระบวนการยังไม่เรียบร้อยเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้
เมื่อถามว่าการที่รับรองแบบนี้เป็นการตอบสนองต่อการเมืองหรือไม่ นายวีระภัทร กล่าวว่า คงตอบไม่ได้ แต่จากพฤติการณ์และพฤติกรรมของ กกต.ในช่วงที่ผ่านมา เชื่อว่าประชาชนมีคำถามอย่างมาก กกต. ควรตอบคำถามให้ได้อย่างโปร่งใสก่อนที่จะมีการรับรอง
“การรับรองแบบนี้คงต้องเป็นหน้าที่ของพี่น้องประชาชนที่จะตั้งคำถามนี้ ว่าเป็นการรับสนองกระบวนการทางการเมืองของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่” นายวีระภัทร กล่าว
เมื่อถามว่าต้องหาสาเหตุหรือไม่ว่า กกต.เร่งรับรองแบบนี้มาจากสาเหตุใด นายวีรภัทร กล่าวว่า ตอบแทน กกต. ไม่ได้ เพราะ กกต. ก็คงรู้ดีว่าตัวเองกำลังทำงานรับใช้ใครหรือเพื่อใคร เพื่อประชาชนหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ กกต.เองคงมีคำตอบอยู่ในหัวแล้ว
เมื่อถามว่า กกต. ระบุว่าจะมีการแจ้งความผู้ที่ไปถ่ายซูมบัตรเลือกตั้ง เพราะถือว่าเข้าข่ายเปิดเผยข้อมูล นายวีรภัทร กล่าวว่า สิ่งที่ กกต. ประกาศออกมาขัดต่อเจตนารมณ์ความตั้งใจทำให้โปร่งใสหรือไม่ เพราะที่จริงแล้ว กกต.เองทราบดีว่าตอนนี้กระบวนการบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ด เป็นสิ่งที่สังคมตั้งคำถามว่า จะนำไปสู่การแทร็กกิ้งย้อนกลับไปที่ผู้สมัครหรือไม่ กระบวนการทำให้โปร่งใสคือเน้นนำเสนอให้ตรวจสอบได้ เข้าใจว่ากฎหมายเดิมไม่ได้มีการห้ามที่จะถ่าย แม้แต่หน้าคูหาในการนับคะแนน
“น่าแปลกว่าถ้ามีการถ่ายรูปก็จะดำเนินคดี นั่นแปลว่ามีโอกาสเป็นไปได้หรือไม่ ที่การถ่ายรูปหรือการถ่ายวิดีโอจะนำกลับไปสู่การแทร็กกิ้งผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง กกต. ควรทำให้โปร่งใสมากกว่ามาไล่จับผู้ที่ทำให้โปร่งใส ผมมองว่า กกต.ก็ไม่มั่นใจ จึงไม่ควรที่จะมาไล่จับประชาชนที่จะทำให้เกิดความ เราไม่ได้จับผิด แต่เราจำเป็นจะต้องทำให้หลักการการลงคะแนนโดยรับเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม” นายวีระภัทร กล่าว





