แม้จะพ่ายศึกเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 โดย “เพื่อไทย”ร่วงมาอยู่อันดับ 3 เหลือ 74 ที่นั่ง เป็นครั้งแรกที่ได้ สส.ต่ำร้อย แต่ “บิ๊กค่ายแดง” ดีดลูกคิดคำนวณ ดูดินฟ้าอากาศแล้ว การเข้าร่วมรัฐบาลกับ“ภูมิใจไทย” สนับสนุนอนุทิน ชาญวีรกูล นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี อีกสมัย พอจะช่วยเซฟ “ตระกูลชินวัตร” ให้อยู่รอดปลอดภัย
“ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ในฐานะแม่ทัพหลัก สวมเสื้อพรรคเพื่อไทยเข้าถ้ำ “ภูมิใจไทย” ตามเทียบเชิญให้เข้าร่วมรัฐบาล แม้จะมีดราม่าว่า ใครต่อสายถึงใคร แต่ไม่ใช่สาระสำคัญ
ก่อนหน้านั้น “ลูกอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ เพิ่งเข้าเยี่ยมบิดาที่เรือนจำ พร้อมยอมรับว่าได้พูดคุยกับอดีตนายกฯทักษิณ เรื่องผลการเลือกตั้ง คุยเสร็จ ผู้เป็นพ่อก็ร้องเพลง “Let it be” ให้ลูกสาวฟัง
สัญญาณจาก “ทักษิณ” ท่ามกลางการปรากฏตัวของ “ยศชนัน” ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทยเมื่อ 13 ก.พ. บ่งบอกชัดเจนว่า “ผู้นำค่ายแดง” ขอสงบศึกชั่วคราวกับ “บิ๊กค่ายน้ำเงิน” เรื่องเก่าในอดีตต้องแกล้งลืมให้ได้
โดย 74 เสียงของ“เพื่อไทย” ในการเข้าร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย แลกมาด้วยโควตารัฐมนตรี 8 เก้าอี้ แบ่งเป็น รมว. 4 เก้าอี้ และ รมช. 4 เก้าอี้ ซึ่งเป็นโจทย์ที่เพื่อไทยจะต้องจัดสรรโควตาภายในพรรคให้ลงตัว
เบื้องต้น การข่าวจากภูมิใจไทย จัดสรรโควตารัฐมนตรีว่าการ ให้เพื่อไทย 4 กระทรวงหลัก ดังนี้
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมาพร้อมกับเงื่อนไขให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของว่าที่ รมว.พาณิชย์ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ที่จะควบรองนายกฯ
ส่วนอีก 3 กระทรวง คือ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงแรงงาน
โดย 1 ใน 4 เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการ ที่การันตีตัวบุคคลแล้ว คือ “ยศชนัน” ที่คาดว่าน่าจะถูกวางตัวที่ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม ตามความเชี่ยวชาญในสายงานเดิม
แม้ก่อนหน้านี้ จะมีเสียงทักท้วงว่า “ยศชนัน” ไม่ควรนั่งเก้าอี้เสนาบดีในรัฐบาล“คู่แข่ง - คู่แค้น” เพื่อรักษาภาพลักษณ์ให้ดี รักษาจุดยืนให้มั่นคง ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป มีโอกาสขึ้นเป็นผู้นำ “ค่ายแดง” เพื่อทวงบัลลังก์แชมป์ สส.กลับคืนมา
อย่างไรก็ตาม อีกมุมหนึ่ง “บิ๊กเพื่อไทย” มองว่า หาก “ยศชนัน” ได้โชว์ฝีไม้ลายมือในด้านนวัตกรรม ซึ่งเป็นทางที่ถนัด อาจเป็นจุดเริ่มต้นในการพลิกวิกฤติของ “เพื่อไทย” ให้กลับมาอยู่ในเส้นทางสายแชมป์ได้
ภายหลังประเมิน 2 ทางเลือก 2 ทางรอด ระหว่างบิ๊กเพื่อไทย กับยศชนัน ที่สุด ก็เคาะจบที่ ยศชนันต้องนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี เพื่อใช้โอกาสโชว์ผลงาน และเป็นแรงหนุนให้เพื่อไทยกลับมาอยู่ในโฟกัสการเมือง
สำหรับโควตา “รมว.” อีก 3 กระทรวง ว่ากันว่า มี “บิ๊กเนมค่ายแดง”จับจองไว้แล้ว โดยตัด“ทีมห้องแอร์”ออกจากสมการแคนดิเดตรัฐมนตรี โควตาหลัก จะตกอยู่กับแกนนำที่สร้างผลงาน มีกำลัง สส.ในมือ
ว่ากันว่า ชื่อของ 2 ส.“สายทุน-สายหนุน” ทั้ง สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย อยู่ในลิสต์นั่งเก้าอี้ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เช่นเดียวกับ สมศักดิ์ เทพสุทิน อยู่ในลิสต์ว่าที่รัฐมนตรีเพื่อไทยด้วยกัน
ทว่า ครั้งนี้อาจไม่ง่ายดายอย่างที่คิด เมื่อมีโจทย์ใหญ่จาก “หัวขบวนอนุรักษ์” ถึงการตั้งรัฐบาลครั้งนี้
มีการส่งสัญญาณ มายัง “ค่ายแดง” ขอให้ส่งชื่อ “ว่าที่รัฐมนตรี” ที่ไม่มี “2 ส.” อยู่ในลิสต์ที่จะส่งให้ “ภูมิใจไทย” เพราะต้องการอัปเกรดภาพลักษณ์ “ครม.อนุทิน 2” ให้มีความสง่าราศีเพิ่มมากขึ้น
เมื่อมีโนติสมายัง “2 ส.” ทำให้บรรดาแถวสองมีลุ้น โดยเฉพาะ “เสี่ยโฟม” พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ หลานชายคนสนิทของ “สุริยะ” ที่ถูกวางตัวเป็นทายาททางการเมือง ส่วน “สมศักดิ์”อาจต้องส่งต่อโควตาให้คนในบ้าน หรืออีกทางหนึ่ง อาจต้องคืนให้โควตาให้พรรค
สำหรับโควตาที่เหลือ ต้องถูกแบ่งให้ “ทีมโคราช” โดยมีชื่อของประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ลูกสาว“เสี่ยแป้งมัน” วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ทว่า ทั้ง “ประเสริฐ-สุดาวรรณ” นั่งรถไฟฟ้าสายเดียวกัน จึงมีโอกาสที่จะต้องเลือกคนใดคนหนึ่ง
เบื้องต้นคือความเคลื่อนไหวในการจัดสรรโควตารัฐมนตรีของ“เพื่อไทย” ที่เจอเงื่อนไขของฝ่ายอนุรักษ์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เมื่อยังมี“นายใหญ่”เจ้าของพรรคเป็นตัวประกัน





