วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ร้อง กกต.ชงศาล รธน.ยุบ ปชน. เปิด 3 ปมใหญ่ 'สเปกเตอร์ ซี' เอื้อพรรค

ร้อง กกต.ชงศาล รธน.ยุบ ปชน. เปิด 3 ปมใหญ่ 'สเปกเตอร์ ซี' เอื้อพรรค

'ทันกวินท์' นักวิชาการอิสระ ร้อง กกต.ชงศาล รธน. 'ยุบพรรค' ปชน. เปิด 3 ปมใหญ่ชี้ 'สเปกเตอร์ ซี' ส่อเอื้อประโยชน์พรรค ใช้เงินภาษีแสวงหากำไร ถาม 'ช่อ' ครอบงำหรือไม่

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร นักวิชาการอิสระ เข้ายื่นหนังสือต่อประธาน กกต.ขอให้พิจารณาเสนอเรื่องพร้อมความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยตาม พ.ร.ปว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 กรณีพรรคประชาชน (ปชน.) โดยผู้บริหารของพรรค และผู้ซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรค ร่วมดำเนินกิจการ ซึ่งมีความสัมพันธ์เกี่ยวกับบริษัท สเปคเตอร์ซี จำกัด ที่เป็นสื่อมวลชน และมีการกระทำอาจเข้าลักษณะเอื้อประโยชน์และแสวงหากำไร

นายทันกวินท์ กล่าวว่า คำร้องของตนมีข้อเสนอให้พิจารณาทั้งหมด 3 เรื่อง 1. การยุบพรรคประชาชนจากกรณีบริษัทสเปคเตอร์ซี จำกัด มีหลักฐานเชื่อมโยงกับ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า ผู้ซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรค ที่ได้ให้สัมภาษณ์และพาสื่อมวลชนเข้าไปในอาคารอนาคตใหม่ เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2569 และมีหลักฐานที่สะท้อนว่าอาคารอนาคตใหม่ถูกเช่าโดยพรรคประชาชน 

ข้อมูลหลักฐานของพรรคประชาชนเขียนไว้ ได้แถลงต่อ กกต.ว่ามีการเช่าสำนักงานอาคารอนาคตใหม่ทั้งหมด เป็นจำนวนเงิน 200,000 บาทต่อเดือน หมายความว่าอาคารนี้เป็นความครอบครองของพรรคประชาชน แต่ น.ส.พรรณิการ์ยืนยันชัดเจนว่าสามารถเข้าไปได้ตั้งแต่ชั้น 1 จนถึงชั้น 6 และสามารถสั่งเจ้าของให้เปิดและปิดแอร์ได้ รวมถึงการยอมรับว่าพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ที่เปิดให้บริการของธุรกิจที่ชื่อว่าโซลบาร์ จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย รวมถึงสเปคเตอร์ซี เขียนเอาไว้ว่าอยู่ในชั้น 5 โดยไม่ปรากฎว่าคณะกรรมการของบริษัทได้มีการออกมาชี้แจงแต่อย่างใด แต่ น.ส.พรรณิการ์พาไปถึงชั้น 6 ซึ่งเป็นพื้นที่ของอาคารที่ทำการทั้งหมดของพรรคประชาชน

นายทันกวินท์ กล่าวอีกว่า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์และพาสื่อมวลชนเข้าไป โดยระบุว่าพื้นที่ชั้น 4 ของสำนักงานพรรคประชาชนก็เป็นพื้นที่ของสเปคเตอร์ซี อีกทั้งนายกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคประชาชน ก็ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนครั้งหนึ่งว่าพื้นที่ชั้น 4 ของสำนักงานพรรคประชาชนก็เป็นพื้นที่ทำการของบริษัทสเปคเตอร์ซี เช่นเดียวกัน

จากหลักฐานทั้งหมดและการตรวจสอบข้อมูลบริษัทสเปคเตอร์ซี จำกัด ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นการจัดพิมพ์จำหน่ายหรือเผยแพร่งานอื่นผ่านทางออนไลน์ สะท้อนว่าบริษัทสเปคเตอร์ซี คือสื่อมวลชน ในเมื่อเป็นสื่อมวลชนและยินยอมให้ใช้พื้นที่ของพรรคประชาชน และเมื่อ น.ส.พรรณิการ์ ระบุชัดว่ายอมให้พื้นที่ของ พรรคประชาชนเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของบริษัทจึงเป็นหลักฐานชัดเจนว่าที่ปี 2566 ประสบภาวะขาดทุนก็ตรงกันกับข้อมูลว่าในปี 2566 นั้นได้มีการเลือกตั้ง

“กิจการของพรรคการเมืองนั้นเป็นกิจการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจย่อมสะท้อนได้ว่าพรรคการเมืองนั้นปฏิบัติไม่ถูกต้อง ตามวิธีการทางการเมืองคือแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน พรรคประชาชนได้ใช้เงินกองทุนพัฒนาการเมืองซึ่งเป็นภาษีของประชาชน หารายได้ให้กับบริษัทสเปคเตอร์ซี โดยงานที่บริษัทฯได้จากพรรคมีทั้งที่งบประมาณ 5,000-10,000บาท คุณรักชนก ศรีนอก อยู่ไหนครับ ช่วยบอกหน่อยว่าทำไมแพงกว่าสูทของประกันสังคม” นายทันกวิน กล่าว

นายทันกวิน กล่าวต่อไปว่า เรื่องที่ 2 น.ส.พรรณิการ์ ที่ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองแล้ว ย่อมไม่สามารถเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดได้ แต่กลับเข้าครอบงำ ชี้นำ สั่งการหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ ทำไมคนของพรรคประชาชนไม่ออกมาปฏิเสธ เท่ากับว่าพรรคประชาชนยินยอมให้บุคคลซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรคการเมืองเข้าไปครอบงำ ชี้นำ สั่งการด้วย โดย พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมืองบัญญัติว่าผู้ใดซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรคการเมืองกระทำในลักษณะดังกล่าว ต้องได้รับโทษจำคุก 5-10 ปี และปรับ 100,000-200,000 บาท รวมถึงเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งด้วย ดังนั้น น.ส.พรรณิการ์จะเป็นคนแรกที่ได้รับโทษจำคุกจากกฎหมายดังกล่าว

นายทันกวินท์ กล่าวด้วยว่า การกระทำดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสื่อมวลชน เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าผู้บริหารของพรรคการเมืองมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับธุรกิจสื่อ จากการไปตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารของพรรคการเมืองแล้ว ปรากฎว่ามีกรรมการบริหารพรรคจำนวน 5 คน และผู้บริหารจำนวน 9 คน รวม 14 คน รวมถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จำนวน 3 คนด้วย บุคคลทั้งหมดนี้ ร่วมกันเป็นเจ้าของธุรกิจประเภทสื่อสารมวลชนย่อมเข้าข่ายที่จะเพิกถอนสิทธิรับสมัครรับเลือกตั้งด้วย

เมื่อถามว่ามีข้อมูลหลักฐานนอกจากที่ปรากฎตามข่าวหรือไม่ นายทันกวินท์ กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวมาจากสื่อมวลชนที่เขาได้ให้สัมภาษณ์ ซึ่ง กกต. จะต้องเรียกหลักฐานทั้งหมดมาตรวจสอบ รวมถึงหลักฐานการว่าจ้างพนักงานบริษัทสเปคเตอร์ซี มีการจ่ายเงินสมทบเข้าระบบประกันสังคมคงค้างด้วย สะท้อนว่า พรรคการเมืองมีการว่าจ้างบุคคลอยู่แล้ว และถ้าปรากฎว่าบุคคลเหล่านี้มีการทำหน้าที่ ทำธุรกิจของสเปคเตอร์ซี ตามคำให้สัมภาษณ์ของน.ส.พรรณิการ์ ย่อมแสดงให้เห็นว่าพรรคการเมืองนี้จ้างคนทำธุรกิจ เข้าข่ายยุบพรรคเช่นกัน 

ถามย้ำว่าเป็นการจ่ายเงินสมทบจากทั้งพรรคประชาชน และสเปคเตอร์ซีด้วยหรือไม่ นายทันกวินท์ กล่าวว่า ใช่ เป็นข้อมูลรอส่งเงินสมทบประกันสังคมของพรรคประชาชน แต่ในส่วนของสเปคเตอร์ ซี ยังไม่ทราบในหลักการ เท่าที่น.ส.พรรณิการ์ให้สัมภาษณ์ไว้ว่าต้องมีการจ่ายประกันสังคม ก็ต้องเอา 2 สิ่งนี้มาดู

ส่วนกรณี น.ส.พรรณิการ์ เคยชี้แจงว่า บริษัทสเปคเตอร์ซีแยกขาดจากพรรคประชาชนแล้ว นายทันกวินท์ กล่าวทันทีว่า “คุณช่อเป็นใครครับ” ไม่ใช่ผู้ถือหุ้นของบริษัทดังกล่าว และไม่ใช่ผู้บริหารของพรรคประชาชนถ้าออกมาอย่างนี้ยิ่งพูดยิ่งสะท้อนว่า น.ส.พรรณิการ์ กระทำความผิดเรื่องนี้ด้วย ถ้าบอกว่าแยกจากกันก็ใช่ แต่คำถามคือทราบหรือไม่ว่า ในปี 2563 ในขณะที่มีการยับพรรคอนาคตใหม่ เป็นพรรคก้าวไกล บริษัทสเปคเตอร์ซีก็อยู่ในตึกไทยซัมมิทด้วย ทำไมจึงมีความสอดคล้องเรื่องของการตั้งออฟฟิศด้วย สะท้อนว่า บริษัทสเปคเตอร์ซีอยู่ติดกับพรรคส้ม หมายความว่ามีมาตั้งแต่เป็นพรรคก้าวไกลแล้ว โดยมีที่ตั้งอยู่ที่ตึกไทยซัมมิท พอย้ายมาที่อาคารอนาคตใหม่ สเปคเตอร์ซีก็ย้ายมาด้วย

เมื่อถามว่ากังวลว่าแบบนี้เป็นการใช้นิติสงครามเล่นงานพรรคประชาชนหรือไม่ นายทันกวินท์ กล่าวว่า คำว่านิติสงครามคือเรายอมรับในกฎหมายหรือไม่ เรื่องนี้ไม่มีอะไรที่ผิดกฎหมาย ในทางตรงกันข้าม น.ส.พรรณิการ์ต่างหาก ที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมืองแล้ว ควรจะยอมรับทางกฎหมาย และปฏิบัติตามกฎหมาย