เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ "ทนายอั๋น" มายื่นคำร้องต่อ กกต. คัดค้านการประกาศผลการเลือกตั้ง โดยกล่าวว่า วันนี้มีข่าวที่ทำให้คนไทยไม่สบายใจ คือ กกต. และนายแสวง บุญมี เลขิการ กกต.คิดการใหญ่ จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส. ทั้งๆ ที่เพิ่งนับไปได้แค่ 95% ชีวิตของนายแสวง ที่เหลือก็ไม่รู้ว่าจะเหลือพอติดคุกเท่าไหร่
ทั้งนี้ ในการเลือกตั้งวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา มีการใช้บัตรเลือกตั้งแตกต่างจากบัตรเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่าน โดยที่ใช้ใหม่นั้นไม่มีเลขต้นขั้วบัตร ซึ่งถือเป็นใบเสร็จสำคัญสะท้อนว่า กกต.ยอมรับว่าการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.มีปัญหา แต่การไม่ใส่ซีเรียลนัมเบอร์ก็อาจจะขัดกับระเบียบ กกต. ตอนนี้มี นักวิชาการ ชี้ว่า กกต.ทำผิดมหันต์ เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ของระเบียบ กกต.ข้อ129 ว่าต้องใส่เครื่องป้องกันบัตรผี แต่ กกต.ดันไม่ใส่ เพราะถ้าใส่ไปมันจะย้อนหลังกลับมาได้ว่าใครเลือกใคร
นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า แต่ก็ไม่พ้น เพราะถึงไม่ใส่ไม่ได้หมายความว่าสังคมจะไม่รู้ ไม่สามารถย้อนกลับไปได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร เพราะมีคนมาตั้งกล้องถ่ายตั้งแต่คนแรกจนถึงคนสุดท้ายที่มาใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้ง 15 กรุงเทพมหานคร และเมื่อนำบัตรทั้ง 308 ใบที่มีบาร์โค้ดมาตรวจสอบก็พบเลขรันไปจนครบ โดยที่ไม่ต้องมีเลขต้นขั้ว เลขน้อยก็หมายถึงคนที่มาใช้สิทธิคนแรก แค่นี้ก็เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นความลับ ขับรัฐธรรมนูญมาตร 85 ดิ้นไม่ออก
“กรณีเรื่องบัตร ผมก็ไม่รู้ว่าเขาไปแอบทำกันตอนไหน ทำทีโออาร์กันตอนไหนที่บัตรวันที่ 22 ก.พ. แตกต่างกันกับบัตรเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. กกต.ขยับเขยื้อนอะไรก็มีพิรุธไปหมด วันก่อนกลุ่มนักศึกษาเล่นมุกกันว่า สารอะไรอันตรายที่สุดในประเทศไทย เพื่อนอีกคนตอบว่าสารไซยาไนด์มั้ง บางคนบอกสารปรอท ไม่ถูก ๆ สารที่อันตรายที่สุดคือ สารหนู ผมก็งง เขาเฉลยว่าศาลคือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าเป็นองคาพยพของเสี่ยหนู ประเทศไทยเจ๊งชิบหาย อีกคนก็ร้องเพลง กกต.ของหนูอยู่ไกลไกล๊ไกล หมายความว่า กกต.เป็นของหนูไหม” นายภัทรพงศ์ กล่าว
นายภัทรพงศ์ กล่าวด้วยว่า วันนี้จะไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้วินิจฉัยตรวจสอบข้อเท็จจริงเรียกพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งบุคคลที่อาจจะมีความบกพร่องหรือไม่สมบูรณ์เรื่องคุณสมบัติมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรมว.เกษตรและสหกรณ์ นอกจากนี้นายอนุทิน ยังพาตนเองเข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเขากระโดง และในวันที่ 20 เม.ย.นี้ จะมีการเข้าไปรังวัดตรวจสอบ ในโลกนี้คงมีที่นี่ที่เดียวที่นายกฯ ถูกภาครัฐฟ้อง รวมถึงกรณีการใช้ถนนหลวงของ อบต. แห่งหนึ่งในอำเภอปากช่อง เป็นรันเวย์ขึ้นลงสนามบินส่วนตัวเอื้อผลประโยชน์ธุรกิจของตนเอง ซึ่งจะขอให้ส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยต่อไป โดยขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินระบุให้ตนเองไปเป็นพยานในชั้นพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ โดยตนเองจะเขียนคำร้องของภาคประชาชนแนบไปด้วย
อย่างไรก็ตามในเวลา 10.30 น.วันที่ 26 ก.พ.นี้ จะไปยื่นร้องต่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แจ้งความเอาผิดกับนายแสวง และ กกต.ชุดปัจจุบัน จะเป็นพรรคพวกของกลุ่มเครือข่ายสีน้ำเงินหรือไม่ตนเองไม่สนใจ ขอประชาชนสักร้อยคนพันคนมาแจ้งความดำเนินคดี พร้อมฝากถึง ร.อ.ธรรมนัสว่า “สู้ ๆ ผมทนายอั๋นอยู่ข้างพี่” หากประกาศว่าจะสู้เป็นฝ่ายค้าน การเลือกตั้งครั้งนี้สกปรกชอบด้วยกฎหมายด้วย หากประกาศว่าจะล้มการเลือกตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย ตนจะร่วมหัวจมท้ายด้วย
เมื่อถามถึงกรณีมีผู้ไปถ่ายซูมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา หวังให้เห็นว่าใครลงคะแนนให้ใคร เข้าข่ายกระทำผิดฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า การตรวจสอบการทำงานที่อาจชอบด้วยกฎหมาย เป็นหน้าที่ของพลเมืองไทยที่จะกระทำได้ เพราะจากการตรวจสอบแล้วการเลือกตั้งเป็นความลับจริง ๆ หากใครที่ถูก กกต.ดำเนินคดี ตนเองพร้อมที่จะช่วยเหลือทางคดี สำหรับการถ่ายภาพอาจจะเข้าข่ายจงใจเปิดเผยทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับนั้น ในบริบทนี้ ประชาชนต้องการพิสูจน์ทราบว่าการเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ซึ่งเป็นวิธีการเดียวในการจะเผยแพร่ต่อสังคม
เมื่อถามว่า การเชียร์ ร.อ.ธรรมนัส คืออยากให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ใช่อยากให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และอยากบอก ร.อ.ธรรมนัส ว่าไหน ๆ ก็เป็นชายชาติทหารไปอยู่ออสเตรเลีย ตนเองก็เคยไปอยู่เพียงแต่ไม่มีแป้งไปขายกลับมาเลยไม่ร่ำรวย ถ้าเขามาอ้อนเรียกไปรับประทานอาหารที่ซอยรางน้ำหรือเขากระโดง หากท่านไปก็ถือว่าเป็นชายชาติทหาร อย่างไรก็ตาม หากวันนี้ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งก็ถือว่าไปสุด อาจจะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 ละเว้นปฏิบัติหน้าที่มากขึ้น ซึ่งอาจจะมีการเข้าชื่อโดย สส.และ สว.ร้องตรงไปยังศาลรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามถึงประเด็นคลิปเสียงคนจากพรรคภูมิใจไทย ต่อรองให้พรรคกล้าธรรมเป็นงูเห่า นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้ยินข่าวนี้ หากร.อ.ธรรมนัสตรงไปตรงมา ก็เอามาเปิด ต้องดูที่เถรจิตของร.อ.ธรรมนัสว่าอยากให้เขามาออดอ้อนหรือไม่ หรืออยากทำเพื่อสังคมที่จะล้มการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์
“ประเทศนี้ต้องการอยู่ 3 คน ส. ว. อ. ทนายอั๋น บุรีรัมย์ หากผมเป็นอะไรไปฝากนักข่าวนำเสนอข่าวการเสียชีวิตของผม 15 วันต่อกัน ประกาศกับสังคมถึงความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว ผมไม่ใช่ขี้ข้านักการเมือง รับจ้างร้อง” นายภัทรพงศ์ กล่าว
นอกจากนี้นายภัทรพงศ์ ยังกล่าวว่า มีคนนำคลิปวิดีโอความยาว 24 ชั่วโมงมาให้ตนเอง โดยระบุว่า กกต.นับคะแนนการเลือก สว.ผิด ทำให้ สว.สำรองเป็นตัวจริง สว.ตัวจริงหลายคนอาจจะต้องมาเป็น สว. สำรอง ซึ่งจะมีการไปร้องทั้ง กกต.และผู้ตรวจการแผ่นดินด้วย





