วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

'บวรศักดิ์' แจงปม 'บาร์โค้ด' อย่าเหาะเกินลงกา ไม่คิดเทียบ 'วิษณุ'

'บวรศักดิ์' แจงปม 'บาร์โค้ด' อย่าเหาะเกินลงกา ไม่คิดเทียบ 'วิษณุ'

เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2569 นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ประเทศไทยมีกูรูมากมาย มีเรื่องอะไรก็ออกมาให้ความเห็นกันอย่างแพร่หลาย ขอออกตัวเสียก่อนว่าไม่ใช่กูรู และไม่เชื่อกูรูคนใดทั้งสิ้น เชื่อกาลามสูตรของพระพุทธเจ้า ทรงสอนว่า อย่าเชื่อข่าวลือ อย่าเชื่อตรรกะ อย่าเชื่อตำรา อย่าเชื่อเพราะเป็นกูรู (ครู) อย่าเชื่อเพราะเป็นศาสดา ฯลฯ แต่ให้เชื่อเมื่อพิจารณาด้วยปัญญาจนรู้ได้ด้วยตนเองว่าสิ่งนั้นดี หรือชั่ว เป็นประโยชน์หรือเป็นโทษ

นายบวรศักดิ์ ระบุว่า เรื่อง QR Code และบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง กูรูหลายคนให้ความเห็นว่า ขัดต่อหลักในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 85 ที่บัญญัติว่าการเลือกตั้ง สส. “ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยโดยตรงและลับ” กูรูบางคนไปไกลเข้าทำนอง“เหาะเกินลงกา“ว่า ลับหมายถึงลับทั้งโลก ไม่ให้มีใครรู้เลยทั้งโลก!!!!????

ในฐานะที่เป็นผู้สอนวิชากฏหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายมหาชนมา 40 ปี ก็ต้องมานั่งทบทวนความรู้ของตัวเอง ว่าอะไรคือการเลือกตั้งโดยลับ secret vote

การเลือกตั้งในอดีตเป็นการเลือกตั้งแบบเปิดเผย ยกมือกันในเวลาเลือกตั้ง ต่อมาออสเตรเลียเป็นประเทศแรกที่ให้ลงคะแนนโดยลับ  ในปีค.ศ. 1850 ต่อมาขยายไปอังกฤษในปี 1872 และไปสหรัฐอเมริกาในปี 1884 และ 1891 จนเป็นหลักสากลที่นำไปบัญญัติ ไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน   และบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญไทย ฉบับพ.ศ. 2490 เป็นครั้งแรกโดยก่อนหน้านั้น   อยู่ในกฎหมายเลือกตั้งมาตั้งแต่ปี 2475 สังเกตให้ดีดีนะครับว่า สามประเทศที่เริ่มการเลือกตั้งโดยลับ คือออสเตรเลีย อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา

นายบวรศักดิ์ ระบุอีกว่า การเลือกตั้งโดยลับ มีวัตถุประสงค์เพื่อความเป็นอิสระ และคุ้มครองเสรีภาพ ของผู้เลือกตั้ง ในการเลือกคนที่รัก พรรคที่ชอบ ( freedom of choice) คุ้มครองเสรีภาพในความคิดและเสรีภาพทางการเมือง และยังสร้างความชอบธรรมให้เกิดขึ้นแก่ความเป็นผู้แทนราษฎรของผู้ได้รับเลือกตั้ง ทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นในระบอบการเมือง การคุ้มครองความเป็นอิสระและเสรีภาพเหล่านี้ ก็เพื่อไม่ให้ผู้เลือกตั้งตกอยู่ภายใต้อิทธิพล อำนาจมืด อำนาจเงินของผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมือง คุ้มครองผู้เลือกตั้ง ให้พ้นจากความกลัวและการคุกคามของผู้สมัครและพรรคการเมือง

แต่การเมืองที่แข่งขันกันสูง ผู้สมัครและพรรคการเมืองต่างประเทศและในประเทศไทย ก็อาจใช้วิธีการทุกชนิดเพื่อให้ตนได้รับเลือกตั้ง วิธีการเหล่านั้นจะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่“สุจริตและเที่ยงธรรม”( free and fair election) ซึ่งเป็นหน้าที่ของกกต. ที่ต้องทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

ตัวอย่างเช่นในการเลือกตั้งเมื่อปี 2500 พรรคเสรีมีนังคศิลา ชนะเลือกตั้ง โดยวิธีการเอาบัตรเลือกตั้งที่กาเองไปใส่ลงในหีบเลือกตั้ง ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า”ไพ่ไฟ“ หรือ ขนคนให้ย้ายคนให้ย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาในเขตเลือกตั้งที่ตัวเองอาจแพ้ เพื่อลงคะแนนให้ตนเอง ซึ่งเรียกว่า“พลร่ม” การเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านมาสิบกว่าปี ก็มีข่าวว่าในจังหวัดหนึ่งใกล้กรุงเทพมีการเอาบัตรเลือกตั้งไปใส่หีบในหน่วยเลือกตั้งที่คนเลือกตั้งน้อย เมื่อใส่ลงไปในหีบแล้ว “ไพ่ไฟ“ ของผู้โกงเลือกตั้ง กับบัตรดีที่ผู้เลือกตั้งใส่ไว้ในหีบตอนลงคะแนน ก็ปะปนกัน ไม่รู้ว่าอันไหนเป็นบัตรดีบัตรปลอม นี่จึงเป็นที่มาที่กกต.ตัดสินใจ ใส่ QR Code บาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง   เพื่อแยกบัตรปลอมของผู้โกงเลือกตั้งออกจากบัตรดีของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง

ถามว่ากกต.ไทย คิดแผลงๆ ใส่ QR Code หรือบาร์โค้ดลงไปบนบัตรเลือกตั้งที่เดียวในโลกใช่หรือไม่ คำตอบก็คือไม่ใช่  ประเทศที่เริ่มต้นการเลือกตั้งโดยลับประเทศแรกๆของโลก สามประเทศ คือออสเตรเลีย อังกฤษ และสหรัฐอเมริกาหลายรัฐ ต่างก็ใช้ QR Code หรือบาร์โค้ดทั้งสามประเทศ    เวลานี้ก็ยังใช้อยู่ ที่น่าอัศจรรย์ก็คือ อังกฤษเป็นต้นแบบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา สหรัฐอเมริกาเป็นต้นแบบประชาธิปไตยระบบประธานาธิบดี

นายบวรศักดิ์ ระบุด้วยว่า ยังมีประเทศอื่นอีกหลายประเทศ เช่นสิงคโปร์ เนเธอร์แลนด์ บราซิล เอสโตเนียแคนาดา บ้างก็ใช้กับ การเลือกตั้งระดับชาติบ้างก็ใช้ระดับการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่ก็ยังมีข้อถกเถียง จึงทำให้หลายประเทศยกเลิกการใช้  แต่ไม่มีประเทศไหนเคยวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะเพราะมีบาร์โค้ดหรือ QR Code เหตุที่ทำให้ การเลือกตั้ง ถูกเพิกถอน (ไม่ใช่เป็นโมฆะตามที่พูดกันอยู่ )ทั้งประเทศได้ตามรัฐธรรมนูญไทยมีเหตุเดียวคือ การเลือกตั้งไม่ “เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม” ก็คือต้องโกงกันทั้งประเทศนั่นแหละ จึงจะสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่

นอกจากนั้น ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญสองครั้งคำวินิจฉัยแรก คือคำวินิจฉัยที่9 / 2549 ซึ่งศาลเห็นว่าการกำหนดวันเลือกตั้ง การจัดคูหาเลือกตั้งที่ให้คนอื่นอาจเห็นการลงคะแนนได้ ไม่เป็นการลงคะแนนโดยลับ และผลการเลือกตั้งไม่เที่ยงธรรม จึงให้เพิกถอนการเลือกตั้งสส. และจัดเลือกตั้งใหม่   และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่5/ 2557 ซึ่งศาลวินิจฉัยว่า การที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้ง 28 เขตเลือกตั้ง เพราะมีการชุมนุมขัดขวางการรับสมัครรับเลือกตั้ง   ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร จึงไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ก่อนจะจัดเลือกตั้งคสช. ก็ยึดอำนาจในวันที่ 22 พฤษภา 2557

"วันนี้เอาไว้แค่นี้ก่อน  พรุ่งนี้จะมาพูดเรื่องการเลือกตั้ง”โดยลับ “ กับปัญหา QR Code และบาร์โค้ด ผมเชื่อว่าผู้มีปัญญาและมีจิตใจเป็นกลาง จะอ่านโพสต์นี้และใช้ปัญญาตรึกตรองเอา ว่ามีเหตุผล มีความเห็นที่มีฐานเป็นความรู้ หรือเป็นความเห็นลอยๆ ส่วนทัวร์ใส่เสื้อสีทั้งหลาย เมื่อยึดมั่นถือมั่นในในสีที่ตัวชอบ ก็เชิญขนกันมาได้ครับ ยินดีเปิดที่จอดรถทัวร์ให้" นายบวรศักดิ์ ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังโพสต์ดังกล่าว มีผู้ใช้เฟซบุ๊กหลายรายเข้าไปคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์จำนวนไม่น้อย โดยมีรายหนึ่งคอมเมนต์ว่า "ระดับอาจารย์วิษณุ อาจารย์บวรศักดิ์เทียบไม่ติดครับ" โดยนายบวรศักดิ์ ได้คอมเมนต์ตอบโต้ว่า "ไม่คิดเทียบอยู่แร้วววว"

'บวรศักดิ์' แจงปม 'บาร์โค้ด' อย่าเหาะเกินลงกา ไม่คิดเทียบ 'วิษณุ'

อนึ่ง ก่อนหน้านี้นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้บรรยายหัวข้อ ถอดรหัสภาวะผู้นำ-กรณีศึกษาอดีตนายกรัฐมนตรีไทย ภายใต้หลักสูตรวิทยาการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง หรือ วบส.รุ่น 14 สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โดยระบุตอนหนึ่งถึงประเด็นการเลือกตั้งที่อาจเป็นโมฆะจากกรณีการพิมพ์บาร์โคดลงบนบัตรเลือกตั้ง สรุปได้ว่า การเลือกตั้งปี 2569 ที่ผ่านมาอาจไม่เป็นความลับ เพราะกรณีพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ส่อขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 เสี่ยง "เลือกตั้งโมฆะ" สูง แต่ไม่ฟันธงศาลรัฐธรรมนูญ จะชี้ขาดอย่างไร

อ่านข่าว: 'วิษณุ' ชี้เลือกตั้ง 69 'ไม่ลับ' ปมพิมพ์บาร์โคดบัตรเลือกตั้ง

ที่มา Borwornsak Uwanno