"ตัวแทนประกันสังคม" แจง กมธ.การเมือง เหตุปรับสูตรเลือก บอร์ด สปส. เพื่อลดความยุ่งยาก-ซับซ้อนการนับคะแนน "ตัวแทนประกันสังคมก้าวหน้า" ซัดจำกัดสิทธิปชช.
ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่มีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. เป็นประธาน กมธ. ได้พิจารณาข้อร้องเรียนต่อการปรับกติกาเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ซึ่งนายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม สัดส่วนผู้ประกันตน คณะก้าวหน้า ยื่นเรื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการรปรระชุม นายษัษฐรัมย์ ได้ตั้งข้อสังเกตต่อกระบวนการประชาพิจารณ์การปรับเปลี่ยนกติกาเลือกบอร์ด สปส. ว่า ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ขณะเดียวกันการกำหนดเงื่อนไขเลือกตั้งที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสามารถเลือกตั้งได้เพียงแค่ 1 ตำแหน่ง เท่ากับลดทอนอำนาจให้ผู้ประกันตนที่เคยมีสิทธิ์ 100% เหลือสิทธิ์เพียงแค่ 14% ถือเป็นการหมุนเข็มนาฬิกาให้ประกันสังคมเข้าไปสู่ยุคล็อบบี้ยิสต์แบบที่เคยเป็นมาแล้ว
นายษัษฐรัมย์ กล่าวด้วยว่า ในการประชุมของคณะอนุ กมธ.ของ สว.ชุดหนึ่ง ว่ามีการบันทึกคำพูดของว่าแม้แต่การเป็นสมาชิกพรรคการเมืองก็อาจจะเข้าข่ายความไม่เป็นกลางทางการเมือง โดยกรณีที่มี สส.ช่วยผลักดันประเด็นประกันสังคมอาจจะถือว่าไม่เป็นกลางทางการเมือง ซึ่งเป็นความพยายามตัดขาดอำนาจนิติบัญญัติสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้คือ ความพยายามผลักดันระบบเลือกตั้งใหม่ เพื่อวางกลไกจำกัดอำนาจของผู้ประกันตน
ด้าน นายชินโชติ แสงสังข์ สว. ฐานะ กมธ. กล่าวว่า ตนสงสัยเหมือนกับผู้ร้องว่ากติกาใหม่เอามาจากไหน ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ทำไมประกันสังคมจึงเปลี่ยนกติกาเลือกตั้ง และที่เลือกกันไปเมื่อปี 2566 มีปัญหาอย่างไร
ขณะที่ น.ส.มาลากัญ ห่อประทุม ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม ชี้แจงว่า การปรับเปลี่ยนการได้มาซึ่งตัวแทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตนมีที่มาคำนึงถึงการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ทั้งนี้ผลการเลือกตั้งบอร์ด สปส. เมื่อ 24 ธ.ค. พบผลการเลือกตั้งค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับสัดส่วน ลักษณะการเลือกตั้งคือเป็นทั้งโดยตรง และโดยลับ ทำให้สำนักงานประกันสังคมถอดบทเรียนเพื่อแก้ปัญหาให้นายจ้าง และผู้ประกันตนทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารกองทุนและเข้ามาใช้สิทธิ์เลือกตั้งทุกคน ดังนั้นเมื่อต้นปี 2568 จึงมีการเสนอคณะกรรมการประกันสังคมในชุดที่เพิ่งครบวาระไป ซึ่งเห็นชอบให้มีการตั้งคณะอนุกรรมการปรับปรุงร่างระเบียบเลือกตั้ง และได้รับฟังความคิดเห็นในระบบกลางของกฎหมาย สำหรับผลจะทราบในช่วงเดือนมี.ค. นี้
น.ส.มาลากัญ กล่าวต่อว่าจากนั้นจึงพิจารณาว่าควรปรับปรุงประเด็นใดบ้าง ส่วนข้อเรียกร้องมาว่าอยากให้ผู้แทนของแต่ละมาตรามีโอกาสเข้ามานั่งในกองทุนประกันสังคม จึงคิดว่าควรจะกำหนดสัดส่วน 5 ต่อ 1 ต่อ 1 แบ่งเป็นมาตรา 33 จำนวน 5 คน มาตรา 39 จำนวน 1 คน และมาตรา 40 จำนวน 1 คน ทั้งนี้การลงคะแนน 1 คน 7 เบอร์ มีเสียงสะท้อนว่าจำไม่ได้ มีความยุ่งยากในการนับคะแนน ดังนั้น จึงคิดถึงการเลือกตั้งการเลือกจะให้ 1 คน 1 สิทธิ์
ขณะที่นายชินโชติ กล่าวว่า ฟังแล้วไม่มีประโยคใดที่สุดการเลือกตั้งใหม่มาจากคณะกรรมาธิการแรงงาน วุฒิสภา หรืออนุกรรมมาธิการด้านประกันสังคม หรือมาจากนายชินโชติแม้แต่คำเดียว สูตรดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวกับวุฒิสภา สูตรของประกันสังคมมีคนนำเรื่องนี้มาเสนอในคณะอนุกรรมธิการที่ตนเองนั่งอยู่ โดยระบุถึงจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ว่าน้อยเกินไป
"การพูดในสภาฯ ข้อดีคือโกหกไม่ได้ กะล่อนไม่ได้ สูตรของคณะอนุกกรรมาธิการที่ผมเป็นประธานพิจารณากันในเวลาเดือนเศษ คิดมาได้ 4 สูตร เป็นเพียงดราฟหยาบ ๆ ไม่มีรายละเอียดอะไร ก่อนนำเสนอให้คณะกรรมาธิการแรงงาน จากนั้น 4 สูตรก็ไปอยู่ในมือนักข่าว สิ่งที่ผมเจ็บปวดทุเรศที่สุดคือใน 4 สูตรยังอยู่การรับฟังความคิดเห็น ยังไม่ไปถึงกมธ.ชุดใหญ่ และวุฒิสภา แต่ มีความพยายามยัดเยียด ผมขอให้บันทึกไว้ว่าการเปลี่ยนสูตรประกันสังคม ไม่ได้เกี่ยวกับผม วุฒิสภา และกรรมาธิการแรงงานวุฒิสภา” นายชินโชติ กล่าว





