ที่ประชุมปฏิรูปประกันสังคม เคาะไม่ต้องมีคณะที่ปรึกษา ทำ 'ไอซ์ รักชนก-สหัสวัต' วืด ชี้เป็นการยืดเยื้อ ลุยเฟ้นหาหน่วยงานรื้อระบบ มั่นใจปีนี้ได้แก้กฎหมายแน่
เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 ที่กระทรวงแรงงาน พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยผลการประชุมที่ปรึกษาและคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานักงานประกันสังคม ว่า การประชุมวันนี้มีหัวข้อหลักอยู่ 3 ประเด็นใหญ่ คือ
1. เรื่องความล่าช้าในการให้ดูแลผู้ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ด้วยกระบวนการของระบบราชการ
2. เรื่องความโปร่งใส ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนค่อนข้างคาดหวัง
3. การมีส่วนร่วม ทั้งผู้ประกันตน นายจ้าง และภาครัฐ
ทั้งนี้ที่ประชุมให้ไปทำการศึกษาระบบประกันสังคมในต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สวีเดน และแคนาดา ทั้งในรูปแบบระบบประกันสังคมและรูปแบบการบริหารกองทุน โดยให้มองสภาพปัญหาให้สอดคล้องกับบริบทของไทย เพื่อตอบโจทย์ว่าหน้าตาของสำนักงานประกันสังคมจะเป็นอย่างไร เช่น ควรจะเป็นราชการ กึ่งราชการ หรือรูปแบบไหน
ในรายละเอียดที่การศึกษามีองค์ประกอบที่ต้องพิจารณาคือ
1.ใช้องค์ประกอบที่จะเกิดขึ้นใหม่หรือปรับปรุงจากที่มีอยู่
2. การบริหารงาน จะเป็นแบบไหน มีบอร์ดหรือบุคคลที่มีความแตกต่างตามบริบทอย่างไร
3. การศึกษาเปรียบเทียบกับต่างประเทศทั้งด้านที่สำเร็จและล้มเหลว เพื่อให้เห็นความเสี่ยงต่าง ๆ จากการปฏิรูป
สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่การส่งการบ้านให้สถาบันหรือองค์กรที่ได้รับความเชื่อถือมาทำการศึกษา ซึ่งต้องมีบุคลากรที่มีความรู้หลายด้าน ทั้งกฎหมาย บริหาร เศรษฐศาสตร์ และสังคม จากนั้นจะนำไปสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามขั้นตอนเพื่อนำเสนอรูปแบบสำนักงานประกันสังคมที่เหมาะสมต่อไป
เมื่อถามว่าการประชุมวันนี้มีหน่วยงานในใจหรือยังนั้น พันตำรวจโท วรรณพงษ์ กล่าวว่า ทุกคนมีความเห็นเสนอมา แต่ยังขอไม่เอ่ยชื่อเพราะอยู่ในขั้นตอนศึกษาดูความเหมาะสมขององค์ประกอบ ส่วนเรื่องงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างองค์กรที่จะมาศึกษานั้น ต้องรอให้ร่างขอบเขตของงาน (TOR) ชัดเจนก่อน โดยทุกคนเห็นตรงกันว่าต้องจัดซื้อจัดจ้างหน่วยงานภายนอกมาช่วยศึกษา เพราะคณะทำงานคงบอกไม่ได้ว่าสิ่งที่คิดออกมาดีแค่ไหน จึงต้องผ่านกระบวนการศึกษาและการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย ไม่ใช่แค่ผู้ประกันตนหรือนายจ้าง และต้องลงลึกถึงระบบต่าง ๆ เช่น ระบบบำนาญ ซึ่งมีรายละเอียดเยอะมาก
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมามีการจ้างหน่วยงานศึกษาปฏิรูปโครงสร้างประกันสังคมหลายครั้งแต่ไม่ประสบความสำเร็จเลยนั้น พันตำรวจโท วรรณพงษ์ กล่าวว่า อาจเป็นความเข้าใจที่ไม่ครบถ้วน เพราะทุกครั้งที่มีการศึกษา สำนักงานประกันสังคมนำไปปรับปรุงองค์กรมาตลอด ทั้งแก้กฎหมาย สิทธิประโยชน์ และโครงสร้าง ครั้งนี้พิเศษกว่าทุกครั้งเพราะทุกคนเห็นตรงกันว่าถึงโอกาสที่จะปฏิรูปให้ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน ซึ่งผู้ประกันตนจะมีส่วนร่วมรับทราบว่าหน่วยงานไหนจะเข้ามาดูแลนั้น ไม่ได้ปิดกั้น สถาบันใดสนใจเสนอตัวได้เลย แต่ต้องในรูปแบบสถาบัน ไม่ใช่บุคคล คาดว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบจะใช้เวลาไม่เกิน 45 วัน โดยในคณะกรรมการจัดจ้าง ทั้งคณะกำหนด TOR คณะพิจารณาผล และคณะตรวจรับ จะมีตัวแทนจากทั้ง 3 ฝ่ายมีส่วนร่วมเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
เมื่อถามถึงการเสนอชื่อที่ปรึกษาฝ่ายผู้ประกันตนและนายจ้าง พันตำรวจโท วรรณพงษ์ กล่าวว่า ไม่ต้องมีแล้ว เพราะจะนำไปสู่การศึกษารูปแบบเชิงลึกโดยสถาบันหรือองค์กรที่ได้รับการยอมรับ ทั้งนี้ กำหนดการประชุมครั้งนัดไป คือวันที่ 9 มี.ค.2569 เวลา 13.30 น. ที่สำนักงานประกันสังคม นนทบุรี ซึ่งสิ่งที่จะเห็นในวันนั้นคือกรอบ TOR ซึ่งมีรายละเอียดเยอะมาก ทั้งเรื่องโครงสร้าง การบริหารงานบุคคล และความยั่งยืนของกองทุน ยืนยันว่าการประชุมคณะทำงานชุดนี้ ไม่เกินอีก 2 ครั้งจะจบหน้าที่ จากนั้นจะเป็นกระบวนการทางธุรการและการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อส่งกลับไปให้บอร์ดประกันสังคมดำเนินการต่อ
ส่วนประเด็นเรื่องบอร์ดฝ่ายผู้ประกันตนเสนอให้ "ไอซ์ รักชนก ศรีนอก" และ "สหัสวัต คุ้มคง" 2 ว่าที่ สส.พรรคประชาชน (ปชน.) เป็นที่ปรึกษานั้น พันตำรวจโท วรรณพงษ์ กล่าวว่า เราคุยจบไปตั้งแต่คราวที่แล้ว และยืนยันว่าการยกเลิกตั้งที่ปรึกษาไม่เกี่ยวกับกรณีที่มีการเสนอชื่อบุคคลทั้งสองชื่อดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งทุกคนเห็นตรงกันว่าวันนี้ต้องเดินหน้าปฏิรูปให้เกิดความชัดเจนโดยเร็ว หากตั้งที่ปรึกษาอาจต้องใช้เวลามากเกินไป เพราะสุดท้าย ก็นำไปสู่หน่วยงานหรือองค์กรที่จะเข้ามาทำงานศึกษาโดยละเอียดอยู่แล้ว ทั้งนี้ ตั้งเป้า Roadmap ต้องจบภายใน 60 วัน และกระบวนการทั้งหมดจนถึงการเห็นร่างกฎหมายใหม่ ไม่เกิน 1 ปี ซึ่งยืนยันว่าต้องมีการแก้ไขกฎหมายแน่นอน





