เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง สำนักงานประกันสังคม เปิดเผยจำนวนมีผู้แสดงความคิดเห็นต่อร่างระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ .... ระหว่างวันที่ 15 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 โดยพบว่ามีผู้ให้ความสนใจร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นทั้งสิ้น 1,244,260 ครั้ง แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่าเห็นชอบและไม่เห็นชอบสัดส่วนเป็นอย่างไรนั้น
ล่าสุดวันนี้ (20 ก.พ.) ที่กระทรวงแรงงาน นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ให้สัมภาษณ์ขยายความเพิ่มเติมว่า เนื่องจากประชาพิจารณ์สิ้นสุด วันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา พบว่าคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมหาศาลกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งข้อมูลทุกอย่างจะมีประเด็นเรื่องเหตุผลประกอบทุกข้อว่า เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเพราะอะไร รวมถึงอยากเสนอแนะอะไรบ้าง แต่ตอนนี้ความคืบหน้าคือมีสถิติเบื้องต้นออกมาแล้วว่ามีจำนวนผู้มาแสดงความคิดเห็นจำนวนเท่าไหร่ สัดส่วนจากกลุ่มใดบ้าง จากนี้สิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องต้องทำคือ นำข้อเหตุผลต่างๆ มาวิเคราะห์ ซึ่งต้องใช้เวลาเนื่องจากทุกคนต้องกรอกเหตุผลด้วย ดังนั้นสำหรับข้อมูลเบื้องต้นที่ออกมาจึงเป็นเพียงจำนวนคนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นองค์ประกอบเบื้องต้นเท่านั้น
นางสาวกาญจนา กล่าวว่า ต้องใช้เวลาในการวิเคราะห์ เพราะตามกฏหมาย ตาม พ.ร.บ.ประเมินผลสัมฤทธิ์ ที่เราไปเปิดรับความคิดเห็นผ่าน 3 ช่องทาไปนั้น เราต้องนำมาวิเคราะห์ ไม่ใช่สรุปเพียงว่ามีคนเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ หรือมีสัดส่วนเท่าไหร่ แต่ต้องนำเหตุผล มาวิเคราะห์ว่าสอดคล้องกับหลักการที่เปลี่ยนแปลงขนาดไหน ซึ่งเป็นสิ่งที่เรากำลังดำเนินการอยู่
เมื่อถามว่ากระบวนการดังกล่าวต้องใช้ระยะเวลาเท่าไหร่นั้น เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า จริงๆ แล้วตอบยากเหมือนกัน เพราะว่าตอนนี้ข้อมูลที่ส่งมา ต้องดูว่าเหตุผลแต่ละข้อ ทุกข้อเยอะขนาดไหน ถ้าสมมติว่าข้อมูลความคิดเห็นแตกต่าง ก็ต้องมีการจัดกลุ่มกัน แล้ววิเคราะห์ว่าทำไมถึงไม่เห็นด้วย “ขอใช้คำว่าพยายามเร่งรัดให้เร็วที่สุด”
เมื่อถามว่าใครเป็นคนต้องมาอ่านข้อมูลเหล่านี้ นางสาวกาญจนา กล่าวว่า จะมีเจ้าหน้าที่จากกองงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านกฎหมายและการวิจัยที่ทำระบบตรงนี้ต้องมาทำร่วมกัน
ซักอีกว่าต้องอ่านแล้ววิเคราะห์ทั้งหมด 1,244,260 ครั้ง ใช่หรือไม่ นางสาวกาญจนา ยืนยันว่า ต้องอ่านทั้งหมดทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เพราะว่ามันจะมีคำตอบทุกอัน เพราะฉะนั้นหากเราไม่อ่านทั้งหมด แล้วเรามาวิเคราะห์มันจะไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การประเมินผลตามกฎหมาย
ถามย้ำว่า สปส. ยืนยันใช่หรือไม่ว่าผลประชาพิจารณ์ดังกล่าวจะถูกนำมาพิจารณาระเบียบเลือกตั้งบอร์ด สปส. นางสาวกาญจนา กล่าวว่า ตามหลักกระบวนการมีคณะอนุกรรมการศึกษาระเบียบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้ สุดท้ายต้องไปเข้าคณะอนุกรรมการศึกษาส่วนหนึ่ง สุดท้ายแล้วจึงนำมาเรียนต่อบอร์ดว่าจะเดินหน้าหรือเสนออย่างไรเพราะเป็นอำนาจในส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แต่สุดท้ายแล้วต้องดูผลประชาพิจารณ์ ตอนนี้ยังคงตอบอะไรไม่ได้ว่าจะใช้อะไรยังไง
“ประชาพิจารณ์คราวนี้จำนวนมหาศาลเพราะฉะนั้น สิ่งที่ทำก็เร่งรัดเจ้าหน้าที่อยู่ว่าต้องทำด้วยความถูกต้องและรอบคอบ เป็นสิ่งที่เราทำอยู่ พยามดำเนินการด้วยความโปร่งใสและเป็นไปตามข้อที่มีการทำประชาพิจารณ์“ เลขาธิการ สปส. กล่าว
- เปิดยอดประชาพิจารณ์กว่า 1.2 ล้านคน ผู้ประกันตน ม.33 แสดงความเห็น 73.74%
วันเดียวกัน สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เผยแพร่เอกสารข่าวภายหลังการประชุม ระบุว่า จากที่สำนักงานประกันสังคมได้ดำเนินการเปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ต่อร่างระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ .... ระหว่างวันที่ 15 ม.ค. 2569 ถึงวันที่ 14 ก.พ. 2569 พบว่าหลังปิดการรับฟังความเห็นมีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นทั้งสิ้น 1,244,260 ครั้ง โดยพบว่ามีการแสดงความเห็นผ่านระบบกลางทางกฎหมาย www.law.go.th ร้อยละ 56.21 เว็บไซต์ของ สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th ร้อยละ 36.26 และมุมรับฟังความคิดเห็น ณ สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ ร้อยละ 7.53
สำหรับสัดส่วนผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ร้อยละ 73.74 ผู้ประกันตนมาตรา 39 ร้อยละ 10.99 ผู้ประกันตนมาตรา 40 ร้อยละ 3.89 นายจ้าง ร้อยละ 1.80 องค์กร/สภา/สมาคม/เครือข่ายต่างๆ ร้อยละ 0.15 ประชาชนทั่วไปหรือผู้สนใจ ร้อยละ 8.88 และอื่นๆ ร้อยละ 0.56 สะท้อนถึงความตื่นตัวและการมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการพัฒนากฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสิทธิและหน้าที่ของผู้ประกันตนและนายจ้าง
หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการรับฟังความเห็นแล้ว จะนำเสนอรายงานสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นต่อคณะอนุกรรมการปรับปรุงแก้ไขระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ. 2564 คณะกรรมการประกันสังคม ตามลำดับ ภายในเดือนมี.ค. 2569 และเสนอรมว.แรงงาน เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินงานตามกฎหมายต่อไป





