วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

'ปชป.' จี้ 'กกต.' เปิดเผยใบขีดคะแนน พิสูจน์ความโปร่งใส

'ปชป.' จี้ 'กกต.' เปิดเผยใบขีดคะแนน พิสูจน์ความโปร่งใส

“อภิสิทธิ์” จี้ "กกต." เปิดเผยใบขีดคะแนน พิสูจน์ความโปร่งใส พร้อมมองปมคิวอาร์โค้ด ทำลายหลักการออกเสียงโดยลับ ปัดตอบทำให้เลือกตั้งโมฆะหรือไม่ ชี้ล้มเลือกตั้งไม่ง่าย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ เพื่อเรียกร้องให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อำนวยความสะดวกให้ประชาชนต่อการตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้ง หลังจากที่มีปัญหาต่อกรณีของบัตรเขย่ง และ การรายงานผลคะแนนเลือกตั้งที่ไม่ตรงกันกับผลรวมคะแนน ผ่านการนำใบขีดคะแนนที่ปรากฎในหน่วยเลือกตั้งในวันเลือกตั้งอัพโหลดคู่กับใบรวมคะแนนผ่านทางเว็ปไซต์ เพื่อให้ประชาชนได้ตรวจสอบว่าผลคะแนนตรงกันหรือไม่ อย่างไรก็ดียอมรับว่าประเด็นปัญหาดังกล่าวในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบแล้ว ซึ่งพบปัญหา เช่น ในพื้นที่เลือกตั้ง จ.สงขลา เขต 3 ที่พบผลต่างของบัตรเลือกตั้งแบบเขต และแบบบัญชีรายชื่อที่ต่างกัน 1.3 หมื่นบัตร โดยผู้สมัครสส.ของพรรคได้ทำเรื่องถึง กกต. และได้รับคำชี้แจงทางโทรศัพท์ว่า ไม่มีปัญหาเพราะเมื่อรวมคะแนนแล้วเท่ากัน แต่ขณะนี้ยังรอหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่านอกจากนั้น ตนรับทราบจากคนของพรรคประชาธิปัตย์ ว่าในการเลือกตั้งในกทม. พบว่า คะแนนที่ผู้สมัครได้รับ ได้ 71 คะแนน แต่ใบรวมคะแนนเขียนให้ 1 คะแนน ตนคิดในแง่ดีว่าอาจเขียนเลขตกไป แต่เมื่อตรวจสอบพบว่า 70 คะแนนของพรรคที่หายไป กลับไปบวกในบัตรเสีย กับ บัตรไม่ลงคะแนน

“หาก กกต.มั่นใจว่าทุกอย่างทำโปร่งใส ขอให้เปิดเผยใบขีดคะแนนด้วย หากไม่ทำจะมีคำถาม มีเสียงวิจารณ์ ว่า กกต. ปกปิดอะไร หากยืนยันว่าไม่ผิด ต้องเปิดเผยได้ และหากไม่เปิดเผย ผมกังวลวาอาจลุกลาม และนำไปสู่จุดที่น่ากลัวที่สุด คือ หากสะสมความรู้สึกไม่ดี ในที่สุดคนไม่ยอมรับในระบบ และนำไปสู่อะไรที่ไม่พึงประสงค์ ดังนั้นกกต.ต้องตระหนักในความสำคัญและความรับผิดชอบของตนเอง ควรแสดงท่าทีและเจตนาให้อำนวยความตรวจสอบ หากไม่ผิดคนจะเข้าข้าง หากพบว่าเปิดใบขีดคะแนน ตรงกับใบรวมคะแนน หรือพบผิดพลาดแต่เล็กน้อย จะทำให้คนหันมาเข้าข้าง กกต.” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีการลงคะแนนที่วิจารณ์ว่าไม่เป็นความลับเพราะมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การลงคะแนนลับเป็นหลักประกันเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ใช้สิทธิ์ โดยไม่ตกภายใต้อาณัติหรือความกลัว ที่พูดกันว่าลับเฉพาะตอนกาได้หรือไม่ หากพิจารณากฎหมายเลือกตั้งมีหลายมาตราระบุข้อห้ามผู้ใดทำสัญลักษณ์ เครื่องหมายพิเศษใดๆ บนบัตรเลือกตั้ง เพราะจะทำให้ล่วงรู้การลงคะแนน

ดังนั้นหากจะให้เป็นความลับ เฉพาะตอนลงคะแนน จะมีบทบัญญัติดังกล่าวไว้ทำไม  ขณะเดียวกันในเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 เขียนไว้ว่า คำว่าลับ คือ ต้องไม่มีผู้ใดที่อาจทราบหรือตรวจสอบได้ว่าลงคะแนนให้ผู้ใด ซึ่งกรณีบาร์โค้ดทำให้ตรวจสอบและรู้ได้  โดยคำว่า อาจทราบหรือตรวจสอบได้ ไม่ต้องรอให้เกิดการพิสูจน์

เมื่อถามว่าเป็นขี้แพ้ชวนตีหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า “ผมไม่อยากเลือกใหม่ อะไรก็แล้วแต่ไม่ได้อยาก และไม่คิดเปลี่ยนแปลงให้ประชาธิปัตย์เป็นพรรคใหญ่” พร้อมกล่าวต่อว่า ตนไม่อยากเห็นการเลือกตั้งใหม่ แต่รู้สึกว่าหากปล่อยให้การลงคะแนนไม่ลับสร้างเป็นบรรทัดฐาน จะเป็นอันตรายเพราะจะทำให้ฝ่ายการเมือง ผู้มีอำนาจรัฐล่วงรู้ถึงการลงคะแนนเลือกตั้งของประชาชน ดังนั้นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องยืนยันว่า ไม่สามารถยอมรับกับมาตรฐานการเลือกตั้งที่ไม่ลับได้

“หลักของประชาธิปไตยที่กำหนดให้ต้องเป็นการลงคะแนนลับ เพราะกลัวผู้มีอำนาจล่วงรู้ ในทางการเมือง พรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลได้ข้อมูลไป มีพรรคการเมืองไหนบ้างที่ไม่อยากได้ข้อมูลที่ทำให้รู้ว่าใครเลือกใครเพราะจะได้เปรียบ เสียเปรียบมหาศาล รวมถึงหากเจ้าหน้าที่รัฐรู้ว่าไม่ใช่พวก อาจกลั่นแกล้งได้ ดังนั้นตามหลักสากลต้องเป็นการลงคะแนนลับ”

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าส่วนจะนำไปสู่การเลือกตั้งโมฆะหรือไม่ เป็นอำนาจศาลของต่างๆ จะวินิจฉัย และเมื่อพิจารณาข้อกฎหมายไม่ง่าย เพราะต้องยื่นเรื่องให้ถูกช่อง ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์อยู่ระหว่างการประมวลคำร้องของผู้ที่ยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อนำส่งศาลรัฐธรรมนูญ ทั้ง 28 คำร้อง หากพบว่าคำร้องไหนไปได้ หรือ ยื่นถูกช่อง จะไม่ยื่นซ้ำเพื่อทำให้เรื่องช้า เบื้องต้นที่ตรวจสอบแล้ว คำร้องที่ยื่นผู้ตรวจที่มีปัญหาน้อย คือ ประเด็นที่ระบุถึงการที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งถูกละเมิดสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการลงคะแนนไม่ลับ

เมื่อถามย้ำว่ามองว่าการล้มเลือกตั้งรอบนี้ไม่ง่ายใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ใช่ ไม่ง่าย อีกทั้งหากศาลได้ตัดสินแล้ว บอกว่าผิด อาจไม่ชัดเจนอีกว่าจะทำแบบไหนต่อ หรือหากบอกว่าผิด และคำร้องที่ กกต.ไม่สมควรทำหน้าที่ต่อ การลงคะแนน หรือเลือกตั้งใหม่จะทำอย่างไร แม้ว่าตามกฎหมายบอกว่าศาลสามารถตั้งคนทำหน้าที่ได้ ปัญหาคือพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งฉบับเดิมทำได้หรือไม่”

เมื่อถามว่ากระบวนการเลือกตั้งที่มีปัญหาเป็นเพราะการทุจริตหรือความผิดพลาดทางเทคนิค หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า  ส่วนตัวมองว่ามีความผิดปกติจำนวนมาก  ดังนั้น กกต. ต้องรีบอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้ตรวจสอบ หากผิดพลาดเล็กน้อยเชื่อว่าไม่มีใครติดใจ แต่หากผิดพลาดเป็นพัน เป็นหมื่นคะแนน ตนตอบยาก

เมื่อถามถึงการส่งตัวแทนพรรคเป็นผู้สังเกตการณ์เลือกตั้งเพื่อตรวจสอบการนับคะแนน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคทำไม่ได้ เพราะตามกฎหมายกำหนดให้ต้องคิดเป็นค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง  หากคำนวณเป็นเงิน คือ มีหน่วยเลือกตั้ง 1แสนหน่วย ต้องคิดค่าใช้จ่าย 500 บาทต่อคน รวมเป็นเงิน 50 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายเลือกตั้งของพรรคส่วนบัญชีรายชื่อมีเพียง 44 ล้านบาท  ต่อให้หาอาสาสมัครทำงานให้ฟรี แต่เมื่อบอกว่าต้องแจ้งเป็นค่าใช้จ่าย จะให้ทำฟรีไม่ได้