เลือกตั้ง ปี 69 ทำท่าอาจจะไม่ราบรื่นเสียแล้ว กับข้อกังขาที่สุ่มเสี่ยงให้เกิดโมฆะ จนหลายฝ่ายยื่นเรื่องร้องเรียนกันเป็นแถว จนผู้ชนะอย่างไม่เป็นทางการ กำลังเริ่มหนาวๆ ร้อนๆ
โดยเฉพาะเมื่อเนติบริกร หรือรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย สมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา วิษณุ เครืองาม ให้ความเห็นส่วนตัวว่า บาร์โคดบนบัตรเลือกตั้ง สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงผู้ลงคะแนนเสียงได้ เท่ากับไม่ใช่เป็นการลงคะแนนตรง และลับ
สอดคล้องกับท่าทีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ที่เก็บอาการ ไม่แสดงออกถึงความร้อนรน ในจังหวะที่การจัดตั้งรัฐบาลนำโดยพรรคภูมิใจไทยยังไม่สะเด็ดน้ำ เตรียมบินยุโรปพักร้อนยาว
ธรรมนัสขอให้รอผลการเลือกตั้งได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อน ถึงจะรู้ตัวเลข สส.ที่นิ่งของแต่ละพรรค ถึงจะเดินหน้าเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล
เรื่องการรับรองผลเลือกตั้ง โดย กกต. เป็นสิ่งที่ธรรมนัส เปิดประเด็นว่า น่าเป็นห่วงมากกว่าการจัดตั้งรัฐบาล เพราะบ่วงเรื่องบัตรเลือกตั้งบาร์โคด ดูจะขยายใหญ่ขึ้นทุกที
ทำเอาคอการเมืองที่คิดละเอียดซับซ้อน มองกันถึงเกมวัดกำลังภายใน ของ 2 ผู้ยิ่งใหญ่จาก 2 พรรค “ถ้าผมไม่ได้ คุณก็ต้องไม่ได้” หรือถ้าเขียวไม่ได้ น้ำเงินก็ต้องไม่ได้เหมือนกัน
ท่ามกลางสูตรฟอร์มรัฐบาล ที่ทุกสายตารอความชัดเจนจากครูใหญ่ภูมิใจไทย จะเอาอย่างไรกับกล้าธรรม เมื่อสีเขียวก็ศิโรราบ ยอมทุกประตู แต่ก็ยังไร้สัญญาณตอบรับจากสีน้ำเงิน ที่เหมือนจะนวดให้เขียวน่วม หรือรุกไล่ให้สุดซอยจนมุม
จนฝ่ายที่ไร้เงื่อนไขต่อรอง เริ่มออกอาการหงุดหงิด เห็นได้จาก ไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ที่เป็นคนต่อสายถึงไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ส่งสัญญาณพร้อมหนุนอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ แบบไร้เงื่อนไข พร้อมยืนยันว่าธรรมนัส ก็ไม่ยึดติดตำแหน่ง จะเอาอะไรอีก
การประกาศของเลขาฯกล้าธรรม “เราพร้อมเป็นทุกอย่าง” ก็น่าจะสะท้อนได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าสถานการณ์การเมืองจะเป็นอย่างไรก็ตาม สีเขียวเป็นได้ทั้งฝ่ายค้าน และรัฐบาล แถมยังพูดเป็นนัย “ไม่แน่อาจจะต้องกลับมาเลือกตั้งใหม่อีกรอบก็ได้” จากปมปัญหาบัตรเลือกตั้งบาร์โคด
เกมวัดใจของผู้มากบารมีแต่ละฝ่าย อาจกำลังงัดข้อกันอยู่เบื้องหลัง เพื่อชิงอำนาจกันอย่างเต็มกำลัง ถ้าฝ่ายหนึ่งจะเถลิงอำนาจ โดยไม่มีอีกฝ่าย ความปั่นป่วนจากปัญหาเลือกตั้งไม่ลับ อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่จนควบคุมสถานการณ์ไม่ได้
เพราะอารมณ์สังคมวันนี้ ต่างปักใจเชื่อไปเรียบร้อยแล้วว่า บัตรเลือกตั้งบาร์โคด สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่า ใครลงคะแนนอย่างไร เหลือแค่ กกต.จะพิสูจน์อะไรอย่างไร หรือไม่ว่า ไม่ใช่อย่างที่สังคมเข้าใจ
ในจังหวะที่ฝุ่นยังตลบ ทั้งภูมิใจไทย และกล้าธรรม ต่างสงวนท่าทีว่าต้องการมีกัน และกันหรือไม่ ทั้งอนุทิน ธรรมนัส อ้างอย่างเดียวว่ารอ กกต.รับรองผลอย่างเป็นทางการก่อน
จนมีการตั้งข้อสังเกตว่า เจ้าของพรรคสีเขียว-สีน้ำเงิน ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องออกตัวเทียบเชิญ หรือต้องโชว์ว่า พร้อมสยบก่อนหรือไม่ บรรยากาศจึงอึมครึม เมื่อต่างฝ่ายไม่ยอมเสียฟอร์ม
ธรรมนัส พูดชัดเจน ถ้าต้องเลือกตั้งใหม่ กล้าธรรมพร้อม ดูเหมือนส่งสัญญาณถึงภูมิใจไทยหรือไม่ว่า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
สถานการณ์ที่เพื่อไทยถูกมองว่าลอยลำร่วมรัฐบาลสีน้ำเงิน ภายใต้สูตรรัฐบาลสีธงชาติ ที่ไร้สีเขียว ย่อมเข้าทางสีแดง เพราะอำนาจต่อรองกับสีน้ำเงินย่อมมากขึ้น
ถ้ากรณีที่มีทั้งแดง และเขียวร่วมรัฐบาล น้ำเงินก็อาจหวาดระแวงเช่นกันว่า หากแดงกับเขียวจะรวมหัวกันขี่น้ำเงินก็อาจเกิดขึ้นได้ หรือจะปล่อยให้เขียวเป็นฝ่ายค้าน ก็อาจรวมหัวกับแดงล้มน้ำเงินก็เป็นไปได้
เรื่องนี้อาจเป็นปัญหาของเจ้าอาณาจักรสีน้ำเงิน ที่กำลังสยายปีกยิ่งใหญ่อยู่ในขณะนี้ จนทำให้สมการรัฐบาลลงตัวได้ยากเหลือเกิน
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





