"รองหัวหน้า ปชป." เผยวงประชุมแกนนำปชป. จ่อยื่นผู้ตรวจฯ ปมปัญหาเลือกตั้ง พร้อมเคาะแนวปฏิบัติ หาก "ภท." ชวนร่วมรัฐบาล พร้อมรับไมตรี เพื่อเสนอเงื่อนไข ปัดคุยตำแหน่ง
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ถึงผลการประชุมวงเล็กระหว่างหัวหน้าพรรค แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรค เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า มีประเด็นที่พิจารณาว่าจะดำเนินการส่งเรื่องไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินให้พิจารณาเกี่ยวกับปัญหาการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น แต่รายละเอียดนั้นต้องหารืออีกครั้งว่าจะมีกระบวนการอย่างไร รวมถึงประเด็นที่จะยื่น เบื้องต้นหากพบว่ามีรายละเอียดที่มีบุคคลอื่นยื่นแล้วอาจทบทวน ซึ่งในวันที่ 23 ก.พ. นี้จะมีความชัดเจน
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่านอกจากนั้นได้หารือถึงการร่วม หรือไม่ร่วมรัฐบาล ซึ่งเห็นตรงกันว่า หากมีคำเชิญจากพรรคภูมิใจไทย แต่ขณะนี้ยังไม่มีการเชิญแต่อย่างไร หากมีการเชิญจะตอบรับไมตรีเพื่อเข้าไปพูดคุย เพื่อยื่นเงื่อนไขของพรรคประชาธิปัตย์ คือ ในครม.ต้องไม่มีบุคคลที่พัวพันทุนเทาอยู่ร่วม ต้องไม่มีประเด็นที่สร้างความขัดแย้งแตกแยก เช่น ประเด็นมาตรา 112 เป็นต้น หากการพูดคุยจากนั้นไม่เป็นไปตามเงื่อนไข พรรคประชาธิปัตย์พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน
เมื่อถามถึงประเด็นการรับตำแหน่งในรัฐบาล นายสาทิตย์ กล่าวว่า ไม่มีประเด็นดังกล่าว เพราะขณะนี้ยังไม่ได้คุยกัน และไม่ได้หารือถึงเงื่อนไข ส่วนที่มีการนำเสนอข่าวว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ต้องรับตำแหน่งประธานสภาฯ เท่านั้น ตนยืนยันว่าไม่มีประเด็นที่คุยกัน
“พรรคประชาธิปัตย์ มี 22 เสียง ถือเป็นพรรคเล็ก อีกทั้งเรื่องแบบนี้ พรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และมี 193 เสียง ต้องเอาตำแหน่งดังกล่าวไว้ เพื่อควบคุมเกมในสภา” นายสาทิตย์ กล่าว
เมื่อถามย้ำว่า มีการประเมินว่านายอภิสิทธิ์ จะรับตำแหน่งรองนายกฯ หรือไม่รับตำแหน่งใดๆเลย นายสาทิตย์ กล่าวว่า เป็นไปได้ในแง่ไม่รับตำแหน่ง แต่เป็นการคาดการณ์ส่วนตัว ทั้งนี้กรณีที่นายอภิสิทธิ์กลับมาไม่ได้คิดว่าเพื่อไปเป็นอะไร ซึ่งนายอภิสิทธิ์พูดชัดว่ากลับมาฟื้นฟูพรรค และในการประชุมแกนนำเห็นตรงกันว่า สิ่งที่ต้องทำคือ การสร้างพรรคระยะยาว การสื่อสารทางการเมือง ขยายฐานความคิด จุดยืนแนวทางของพรรค และเข้าถึงคนรุ่นใหม่ สำหรับประเด็นการเลือกตั้งต้องคุยกันเป็นปกติเพราะเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งตนมองว่าหากไม่นิ่งรัฐบาลตั้งไม่ได้
เมื่อถามย้ำถึงความเห็นที่ไม่ตรงกันระหว่างการร่วม หรือไม่ร่วมรัฐบาล นายสาทิตย์ กล่าวยอมรับว่าเป็นจริง แต่เป็นความเห็นที่เกิดขึ้นหลังจากการเลือกตั้งไม่กี่วัน ซึ่งกระแสการจัดตั้งรัฐบาลและความผิดปกติของบัตรเลือกตั้งยังไม่เกิด ในวงประชุมรอบนั้นได้หยิบประเด็นว่าจะร่วมรัฐบาบลหรือไม่ มี ว่าที่ สส. เสนอความเห็นว่าควรร่วม ขณะที่บางส่วนเห็นว่าไม่ควรและควรเป็นฝ่ายค้าน อย่างไรก็ดีทุกคนเห็นตรงกันในตอนท้ายว่าต้องให้สถานการณ์ชัดเจนก่อน และต้องนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมพรรค เพื่อให้ สส.ร่วมตัดสินใจ ทั้งนี้เพื่อความเป็นเอกภาพในการขับเคลื่อนงานการเมืองต่อไป
เมื่อถามย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ปฏิเสธร่วมรัฐบาลแต่ต้อมมีเงื่อนไข ใช่หรือไม่ นายสาทิตย์กล่าวว่า “ใช่แต่ต้องมีเงื่อนไข”





