วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

‘ไทย-กัมพูชา’ชิงสมรภูมิการทูต ‘ออนไลน์สแกม’ ไล่บี้ ‘ฮุน มาเนต’

‘ไทย-กัมพูชา’ชิงสมรภูมิการทูต   ‘ออนไลน์สแกม’ ไล่บี้ ‘ฮุน มาเนต’

หากไม่เร่งด่วน “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย คงไม่เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ก่อนคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.)รับรองผลการเลือกตั้ง เพื่อประเมินสถานการณ์ความมั่นคงรอบประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการกำหนดวัน

ท่ามกลาง สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ส่อเค้าระอุ ในสมรภูมิชายแดนฝั่งอีสานใต้ กองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) พบความเคลื่อนไหวทหารกัมพูชา ขนกำลังเข้ามาเพิ่มเติมเนิน 745 พื้นที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี เฉียดหมื่นนาย

ขณะที่ไฟเผาป่าโหมกระหน่ำมาจากฝั่งกัมพูชา หากกระแสลมไม่เปลี่ยนทิศ เปลวเพลิงจะลุกลามเข้าฐานทหารไทยหลายจุด เช่น พื้นที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี ปราสาทตาเมือน ช่องเสม็ด อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ บริเวณทิศใต้ ปราสาทคนา อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พื้นที่โดนตรวน พื้นที่พระวิหาร จ.ศรีสะเกษ

การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ทหารไทยทำแนวกันไฟรอบพื้นที่ พร้อมเดินหน้าตรวจสอบ หาหลักฐานไฟเผาป่าที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ มีเป้าประสงค์เรื่องการเกษตร หรือด้านการทหาร

ชายแดนไทย-กัมพูชา ย้อนกลับไปเหมือนต้นปี 2568 ก่อนเปิดฉากปะทะ ซึ่งจุดเริ่มมาจากทหารกัมพูชาเคลื่อนกำลังเพิ่มเติมในพื้นที่ช่องบก และตามมาด้วยการเผาศาลาตรีมุข สัญลักษณ์มิตรภาพสามประเทศ (ไทย-กัมพูชา-ลาว) ซึ่งฝ่ายกัมพูชาอ้างว่า เกิดจากไฟป่า

ล่าสุด 16 ก.พ. พล.ท.วีรยุทธ รักศิลป์ มทภ.2 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ตรวจสอบความพร้อมของกำลังพล ตรึงกำลังดูแลพื้นที่เข้มงวด ควบคู่กับการเสริมสร้างความแข็งแรงของฐานที่มั่น ตรวจสภาพอาวุธยุทโธปกรณ์ ทบทวนแผนการปฏิบัติการในทุกมิติ เพื่อรองรับสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

ด้านชายแดนจังหวัดสระแก้ว พื้นที่กองกำลังบูรพา กองทัพภาคที่ 1 (ทภ.1) ปรากฎกำลังทหารกัมพูชาหลายสิบนาย แสดงพฤติกรรมยั่วยุทหารไทย ซึ่งอยู่ระหว่างขุดคู ดักรถถังบ้านหนองจาน

ฟากกองทัพเรือ พื้นที่กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) จุดเปราะบาง กาสิโนทมอดา บ้านท่าเส้น ทหารไทยนำตู้คอนเทนเนอร์ปิดกั้น ป้องกันการเผชิญหน้า หลังถูกคนจีนรื้อรั้วลวดหนามไทย โดยมีทหารกัมพูชามาคุมเชิง

ก่อนหน้านี้ ทหารกัมพูชาปรับยุทธวิธีตามทหารไทย ด้วยการขุดคูเลตหลายพื้นที่ ล่าสุดมีการขุดเพิ่มเติมตามแนวตู้คอนเทนเนอร์ อยู่ห่างไปประมาณ 500 เมตร

ทางด้านสมรภูมิการต่างประเทศ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว”รมว.การต่างประเทศ เตรียมเดินทางไปฝรั่งเศส พบผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก

คาดว่า “สีหศักดิ์”ไปติดตามเรื่องเอกสาร ที่ “ฮุน มาเนต” ได้ประสานไปยังประธานาธิบดีฝรั่งเศส เพื่อขอข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ และข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยวกับพรมแดนไทย-กัมพูชา

ต่อจากนั้น สีหศักดิ์จะเดินทางต่อไปนครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เพื่อร่วมประชุมระดับสูงของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (HRC) สมัยที่ 61 และการประชุมต่าง ๆ ระหว่าง 23-25 กุมภาพันธ์ 2569 

ขณะเดียวกับที่ “ฮุน มาเนต” นายกฯ กัมพูชา กำลังใช้เวทีต่างประเทศ ในระหว่างการเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ ประชุม “คณะกรรมการสันติภาพ” (Board of Peace) ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ เป็นคนริเริ่มกล่าวหา“กองทัพไทย”ยึดครองดินแดนกัมพูชาในหลายจุด โดยอ้างว่ามีการวางตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนาม ทำให้ชาวกัมพูชากลับเข้าบ้านเรือนไม่ได้ ถือเป็นการละเมิดอธิปไตยหรือบูรณภาพดินแดน 

พร้อมทั้งเร่งรัดให้จัดประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนร่วมไทย-กัมพูชา(JBC) ทันทีที่ฝ่ายไทยได้รัฐบาลชุดใหม่ เพื่อเดินหน้าจัดทำเขตแดนต่อไป

ถัดจากนี้ ฮุน มาเนต จะเดินทางต่อไปยังนครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เพื่อร่วมประชุมระดับสูงของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (HRC) เวทีเดียวกับ“สีหศักดิ์”

"ปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์" รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภารกิจรัฐมนตรีสีหศักดิ์ ว่า จะกล่าวถ้อยแถลงกระบวนการออนไลน์สแกม จากมุมมองของสิทธิมนุษยชน การตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงทางการเงิน การบังคับใช้แรงงาน การลิดรอนเสรีภาพความรุนแรงทางจิตใจ และการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งส่งผลกระทบด้านสังคม เศรษฐกิจ ต่อประเทศต่าง ๆ จำนวนมาก รวมถึงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ สีหศักดิ์จะแสดงวิสัยทัศน์ จากที่ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมระหว่างประเทศ ว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลก เพื่อต่อต้านการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต เมื่อเดือนธันวาคม 2568 รวมถึงการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ซึ่งไทยมีความคิดก้าวหน้าในหลายด้าน ในโอกาสที่ไทยเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ วาระ 2025-2027 ด้วย

ขณะเดียวกัน สีหศักดิ์จะหารือกับผู้บริหารระดับสูงองค์การสหประชาชาติ ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ถึงแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับสหประชาชาติในมิติต่าง ๆ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ที่สำคัญในภูมิภาค โดยเฉพาะสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

พร้อมทั้งจะใช้โอกาสนี้ ชี้แจงข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการดำเนินการต่างๆ ของไทย ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ หลักสิทธิมนุษยชน มนุษยธรรม และสอดคล้องกับถ้อยแถลงร่วมระหว่างไทย กับ กัมพูชา ที่ทั้งสองฝ่ายลงนามไปเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568

ในช่วงค่ำ รัฐมนตรีสีหศักดิ์ มีกำหนดการร่วมงานเลี้ยงรับรองที่จัดโดยแซมเบียร์ ในฐานะเป็นประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรืออนุสัญญาออตตาวา ครั้งที่ 23 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ เพื่อย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทยในการปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวา และขอให้มีการดำเนินต่อรัฐภาคีที่ละเมิดอนุสัญญาดังกล่าวด้วย

ต้องยอมรับว่า หากไม่มีเรื่อง “สแกมเมอร์” ไทยอาจตกที่นั่งลำบากในเวทีโลก แต่ประเด็นดังกล่าว กลับสร้างความชอบธรรมให้ฝ่ายไทย และได้แรงหนุนจากนานาชาติที่ได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน จนทำให้ข้อครหาประเทศใหญ่ที่มีศักยภาพเหนือกว่ารังแกประเทศเล็กตกเป็นประเด็นรอง

เช่นเดียวกับการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ สีหศักดิ์เลือกที่จะตอกย้ำ “ออนไลน์สแกม” ซึ่งมีฐานที่ตั้งใน“กัมพูชา” หลอกลวงเหยื่อคนทั่วโลก ได้รับผลกระทบทั้งร่างกายและจิตใจ ถูกละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมทั้งตีตกข้อพิพาทพรมแดนสองประเทศของ“ฮุน มาเนต” ให้ตกขอบเวทีไปอีกครา