วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม 2569

Login
Login

รัฐพันลึกชี้ขาดล้มเลือกตั้ง เกมโมฆะไม่ง่าย น้ำเงินถือใบอนุญาต

รัฐพันลึกชี้ขาดล้มเลือกตั้ง เกมโมฆะไม่ง่าย น้ำเงินถือใบอนุญาต

กระแสล้มเลือกตั้งถูกขยายผลจากฝ่ายที่พ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างหนัก เพราะเป็นฝ่ายช้ำกับผลเลือกตั้งที่เกิดขึ้น ดูเหมือนค้านสายตาตัวเอง โดยเฉพาะการปลุกกระแสเลือกตั้งใหม่ นับแต่ภาคประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวอย่างหนัก ในเขต 1 จ.ชลบุรี ที่เป็นถิ่นมังกรน้ำเค็ม และกล่องดวงใจของ “สุชาติ ชมกลิ่น” เพราะเห็นหลักฐานว่า อาจเกิดความผิดปกติ ที่ส่งผลต่อการนับคะแนนเลือกตั้ง สส.

สถานการณ์ลุกลาม จนกระทั่งมีทั้งพรรคการเมือง ภาคประชาชน ต่างยื่นขอให้องค์กรตามรัฐธรรมนูญพลิกดูข้อกฎหมาย โดยให้วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อ 8 ก.พ. 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการเลือกตั้ง เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่

จนล่าสุด กกต.ก็ยังไม่ใช้อำนาจประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส.แม้แต่เขตเดียว แม้จะถูกกดดัน และถูกยื่นเรื่องร้องเรียนว่า การเลือกตั้งครั้งนี้สุ่มเสี่ยงเป็นโมฆะ จนอาจซ้ำรอย การเลือกตั้งโมฆะใน 2 ครั้งหลังสุด คือ 2 เม.ย.2549 และ 2 ก.พ.2557

รัฐพันลึกชี้ขาดล้มเลือกตั้ง เกมโมฆะไม่ง่าย น้ำเงินถือใบอนุญาต

ทว่า คอการเมืองอาจลืมฉุกคิดไปว่า เลือกตั้งโมฆะ 2 ครั้งนั้น เป็นการเลือกตั้งภายใต้อำนาจรัฐที่มี“พรรคไทยรักไทย”และ "พรรคเพื่อไทย" กุมความได้เปรียบ

เลือกตั้งโมฆะ 2 ครั้งนั้น พรรคประชาธิปัตย์ประกาศไม่ร่วมลงสนามเลือกตั้ง กลายเป็นจุดเปลี่ยน ที่ทำให้“การเลือกตั้ง” ไม่สามารถเกิดขึ้นได้อีก และนำไปการจุดชนวนทางการเมืองสุดท้าย ด้วยการที่“ทหาร”เข้ามาผ่าทางตัน โดยวิธี “รัฐประหาร”

เมื่อมาถึงการเลือกตั้งครั้งล่าสุด 8 ก.พ. 2569 ถูกจัดให้เป็นการเลือกตั้งครั้งที่ 28 นับแต่ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครอง มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เมื่อปี 2475 แต่ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง กลับไม่ตื่นตัวเท่าการเลือกตั้งปี 2566

ประเด็นร้อน เรื่องการเลือกตั้งจะล่มลงก่อน กกต.ประกาศผลเลือกตั้งหรือไม่นั้น ขณะนี้มีหลายฝ่าย ทั้งการเมือง และภาคประชาสังคม ยื่นเรื่องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยปมปัญหาที่ กกต.ติดบาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง สส.จะเป็นการขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่เป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับหรือไม่

รัฐพันลึกชี้ขาดล้มเลือกตั้ง เกมโมฆะไม่ง่าย น้ำเงินถือใบอนุญาต

รัฐพันลึกชี้ขาดล้มเลือกตั้ง เกมโมฆะไม่ง่าย น้ำเงินถือใบอนุญาต

พร้อมทั้งยังยกกรณี กกต.สั่งให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 2569 ในพื้นที่ กทม. เขต 15 หน่วยเลือกตั้งที่ 10 จ.น่าน เขต 1 หน่วยที่ 3 จ.อุดรธานี เขต 6 หน่วยที่ 4 การสั่งให้เลือกตั้งใหม่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่ง กกต.ทำได้เพียงนับคะแนนใหม่ แต่จะสั่งให้การเลือกตั้งในหน่วยนั้นเป็นโมฆะ แล้วลงคะแนนใหม่ไม่ได้

นอกจากนี้ ยังมีการยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะใน 2 ประเด็นหลัก คือ คิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง และปัญหาบัตรเขย่ง

ปัญหาการรับรองเลือกตั้ง จึงกลายเป็นเรื่องร้อน สะดุดการจัดตั้งรัฐบาล โดยถูกคั่นด้วย"เกมล้มเลือกตั้ง" ผ่านปมใหม่คือ “บัตรเขย่ง”และ“บาร์โค้ด” ที่เป็นประเด็นเสี่ยง เมื่อถูกร้องให้การเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 เป็นโมฆะ

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งรอบนี้ มีบริบทที่แตกต่างจากการเลือกตั้งซึ่งเคยโมฆะใน 2 ครั้ง เมื่อปี 2549 และปี 2557 เพราะดุลอำนาจได้เปลี่ยนฉาก จากผู้ถืออำนาจรัฐ “ค่ายสีแดง” มาเป็น “ค่ายสีน้ำเงิน” 

รัฐพันลึกชี้ขาดล้มเลือกตั้ง เกมโมฆะไม่ง่าย น้ำเงินถือใบอนุญาต

ชั่วโมงนี้ พรรคบ้านยักษ์ที่อุดมไปด้วยนักเลือกตั้ง และคนตระกูลการเมืองเกือบ 100 ตระกูล ภายในพรรคภูมิใจไทย ถูกสถาปนาขึ้นมาเป็น “พรรคหัวแถวขบวนอนุรักษนิยม” ประสบผลสำเร็จกวาดชัยชนะถล่มทลายได้ สส.ทั้งหมด 193 ที่นั่ง ทิ้งห่างพรรคประชาชน อันดับ 2 ที่ได้ 118 ที่นั่ง และพรรคเพื่อไทยอันดับ 3 ได้มาแค่ 74 ที่นั่ง

ความเคลื่อนไหว การจัดตั้งรัฐบาลก่อนที่ กกต.จะประกาศรับรองผลเลือกตั้งนั้น พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคเล็กพรรคน้อยที่ประกอบกำลังเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอย่างหลวมๆ ล่าสุด มีเสียงทะลุถึง 297 เสียง โดยยังไม่มีสมการ “พรรคกล้าธรรม” เข้าร่วม ทำให้ว่าที่พรรคร่วมรัฐบาลยืนอยู่ในที่ตั้งอย่างไม่กังวล แค่รอผลประกาศเลือกตั้ง ซึ่งในทางลับก็คาดการณ์ว่ารัฐบาลสีธงชาติ จะได้ไปต่อ

รัฐพันลึกชี้ขาดล้มเลือกตั้ง เกมโมฆะไม่ง่าย น้ำเงินถือใบอนุญาต

รัฐพันลึกชี้ขาดล้มเลือกตั้ง เกมโมฆะไม่ง่าย น้ำเงินถือใบอนุญาต

ขณะที่ “พรรคกล้าธรรม” โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กลับลุ้นว่า ระหว่างการเลือกตั้งโมฆะ กับการจัดตั้งรัฐบาล อะไรจะเกิดขึ้นก่อนกัน

แน่นอนว่า “ธรรมนัส” ต้องแสดงออกถึงความเป็นห่วงการเลือกตั้งโมฆะ เพราะพรรคสีเขียวยังมีความไม่แน่นอนว่า จะได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ แม้จะลดเงื่อนไขกระทรวงเกรดเอ ดังนั้น การเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่ จึงเป็นความหวังสุดท้ายของพรรคกล้าธรรม 

น่าสนใจว่า“ธรรมนัส” มีข้อมูลเด็ด ใดๆ ในมือหรือไม่ ที่จะเป็นหลักฐานสำคัญ นำไปสู่การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ท่ามกลางสถานการณ์การจับขั้วรัฐบาล ที่กำลังเป็นจุดแตกหักของ "2 น." ที่ร่วมรัฐบาลเสียงข้างน้อยมาด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อโฟกัสเรื่องร้อน หลายปมกำลังเขย่าการเลือกตั้ง ยังมีความเห็นหลากหลาย แตกต่าง จนต้องนำไปสู่คำวินิจฉัยสุดท้ายของศาล ที่ขณะนี้มีการดำเนินการเพื่อไปถึง 3 ศาล ทั้งศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลอาญาทุจริตและประฟฤติมิชอบกลาง

รัฐพันลึกชี้ขาดล้มเลือกตั้ง เกมโมฆะไม่ง่าย น้ำเงินถือใบอนุญาต

ในมุมของแหล่งข่าวนักวิชาการคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองปมปัญหาการเลือกตั้งครั้งนี้ เกี่ยวกับประเด็นที่อาจเป็นโมฆะได้หรือไม่ ใน 2 ประเด็น คือ 1.บัตรเขย่ง 2.คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

นักวิชาการผู้นี้ ระบุว่า โดยหลักการแล้วการเลือกตั้งเป็นโมฆะจะเกิดขึ้นได้ยาก ถ้าการเลือกตั้งไม่สุจริต และเที่ยงธรรม ไม่มากพอ โดยยกตัวอย่างกรณีบัตรเขย่ง หรือบัตรกระโดด ในกรณีที่มีบัตรเลือกตั้งจำนวนมากกว่าผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งนั้น กรณีมีบัตรเขย่งเพียง 100 หน่วย กรณีนี้ยังไม่เพียงพอเป็นเหตุให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้

“หากมีบัตรเขย่ง 100 หน่วยจากทั้งหมดกว่า 90,000 หน่วย สิ่งที่ กกต.ทำได้ คือสั่งให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ ในเฉพาะเขตที่มีปัญหา แต่ถ้าจะมีเหตุให้การเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ หรือโมฆะนั้น จะต้องมีเหตุที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมีเนื้อหาที่แรงมาก และมีปริมาณที่เยอะ เพราะหากมีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) โกงเลือกตั้งเพียง 3 หน่วย ก็ไม่ถือว่าได้สัดส่วนให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ”

“ดังนั้นจึงต้องมีหลักฐาน และข้อเท็จจริงที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงแค่คำกล่าวอ้างตามโซเชียลมีเดีย แต่ก็ต้องยอมรับว่า กกต.ชุดนี้ทำงานได้ห่วยด้วย ทำให้การเลือกตั้งมีปัญหาในลักษณะนี้” แหล่งข่าวจากคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ระบุ

ส่วนกรณีการพิมพ์ “บาร์โค้ด”ลงบัตรเลือกตั้งนั้น นักวิชาการรายนี้ มองว่า ไม่ถึงขั้นเป็นโมฆะได้ แต่บัตรเขย่งยังพอเป็นไปได้ แต่จะต้องมีเนื้อหาที่ร้ายแรงจริงๆ ไม่ใช่เขย่งเพียง 100 หน่วย หรือจุดเล็กๆ ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยเรื่องกติกาและการจัดการเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งจะเป็นที่ยอมรับได้ ผู้แทนจะต้องได้รับการยอมรับจากประชาชนก่อน

ในเมื่อสงสัยก็ควรเปิดให้มีการนับคะแนนใหม่ในทันที ซึ่งตามกฎหมายเลือกตั้ง ที่มีการแก้ไขใหม่ในปี 2564 กลับเขียนว่า กกต.สามารถเห็นควรได้ว่าไม่ต้องนับคะแนนใหม่ก็ได้ ถ้าเห็นว่าไม่มีการทุจริตเลือกตั้งเกิดขึ้น

“ภาษาชาวบ้านนะ พูดง่ายๆ ผมว่าการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 ไม่มีทางโมฆะ เพราะชาวบ้านรู้ว่า พรรคที่ชนะเลือกตั้งอยู่อำนาจฝั่งไหน บริบทมันต่างจากปี 2549 และปี 2557”

ต้องยอมรับว่า ปัจจัยในทางรัฐศาสตร์ เกมล้มเลือกตั้งปี 2569 ไม่ง่ายเหมือนปี 2549 และ ปี 2557 ด้วยปัจจัยที่ไล่เรียงแล้ว

1.ไม่มีพรรคการเมืองหลักพรรคใดบอยคอตเลือกตั้ง 2.พรรคที่ชนะเลือกตั้ง ถือฝั่งดุลอำนาจรัฐพันลึก 3.องค์กรอิสระและองค์กรตามรัฐธรรมนูญกำลังถูกแต่งตั้งไปด้วยคนที่มาจาก สว.สายสีน้ำเงิน เกือบเต็มองค์คณะ

4.ฝ่ายที่ร้องให้เอาผิด กกต.เรื่องปมร้อนเลือกตั้งไม่สุจริต เป็นภาคประชาชน และเป็นพรรคการเมืองที่มีอดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน ยื่นร้องกรณีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด ก็ล้วนแล้วเป็นเครือข่ายตรงข้ามฝั่งอนุรักษนิยม

รัฐพันลึกชี้ขาดล้มเลือกตั้ง เกมโมฆะไม่ง่าย น้ำเงินถือใบอนุญาต

ฉะนั้น เกมล้ม เกมพังผลเลือกตั้งปี 2569 จึงยาก และไม่ง่ายเหมือนสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้การเลือกตั้งเมื่อปี 2549 และ ปี 2557 เป็นโมฆะ

เพราะพรรคสีน้ำเงิน และผู้ถือดุลอำนาจรัฐพันลึก อยู่ในโหมด“วิน-วิน” ด้วยขุมกำลัง สส.ที่เติบโตเป็นพรรรคขนาดใหญ่ สถาปนาขึ้นมาผงาดหัวแถวเบอร์หนึ่งในปีกอนุรักษ์ และยังสามารถกดพรรคสีแดงที่เคยได้เสียงแลนด์สไลด์ให้อยู่ในสมการร่วมรัฐบาล จนไร้สภาพการต่อรองได้อยู่หมัด 

ไม่ว่าจะถูกต่อต้าน คัดค้าน เตะถ่วงเลือกตั้งอย่างไร “ใบอนุญาตจัดตั้งรัฐบาลสีน้ำเงิน” ยังคงมีแต้มต่อ เหนือกว่าทุกพรรคการเมืองในเวลานี้