ประเด็น “บาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง” ที่ภาคประชาชน-ฝ่ายการเมือง-นักวิชาการ เดินเครื่องให้ “ศาลรัฐธรรมนูญ” พิสูจน์ว่า กระทบต่อสิทธิของประชาชนที่รัฐธรรมนูญรับรองการออกเสียงเลือกตั้งต้องเป็น “ความลับ” หรือไม่ โดยผ่านกระบวนการของ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน”
แม้ขณะนี้จะยังไม่มีความชัดเจนว่า “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” จะวินิจฉัยคำร้องต่างๆ อย่างไร เพราะต้องรอให้ “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” (กกต.)ทำคำชี้แจงกลับมาภายใน 7 วัน นับจากวันที่ 17 ก.พ. ก่อนที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะใช้เวลาพิจารณาความอีกไม่เกิน 60 วัน ซึ่งคาดว่าเรื่องนี้จะรู้ผลชัด อย่างช้ากลางเดือน เม.ย.นี้
ทว่า มุมของ “ผู้ร้อง" ที่รอคอยผลของเรื่องนี้ อาจมองว่า “นานเกินไป” ทำให้มีคนอาศัยช่องทางลัด โยนให้ “สว.” ที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเวลานี้ เป็นผู้ส่งเรื่องตรงไปยังศาลรัฐธรรมนูญจะรวดเร็วกว่า
ดังนั้น 17 ก.พ. ภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น” จึงนำทีมงานยื่นเรื่องให้ “นันทนา นันทวโรภาส” สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ ช่วยล่าชื่อ สว. จำนวน 1 ใน 10 หรือประมาณ 20 คน ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่ส่อว่าขัดกับรัฐธรรมนูญ และเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้การออกเสียงเลือกตั้งนั้นเป็นความลับ พร้อมกับขอให้ศาลมีคำสั่งให้ กกต. “จัดการเลือกตั้งใหม่”
ต่อประเด็นนี้ “สว.นันทนา” รับลูกทันที เพราะส่วนตัวเห็นด้วยว่าการเลือกตั้ง 8 ก.พ. มีปัญหาหลายประการ และมีประจักษ์พยาน รวมถึงผลการตรวจสอบของภาคประชาชน ที่ชี้ให้เห็นว่าการจัดการเลือกตั้งของ “กกต.” มีปัญหา และล่าสุดฝั่ง สว.พันธุ์ใหม่ ได้ยกร่างคำร้องเพื่อให้ “สว.” ร่วมเข้าชื่อแล้ว
เหลือแค่การร่วมลงชื่อของ “สว.” ให้ครบ 20 คน ก่อนยื่น “มงคล สุระสัจจะ” ประธานวุฒิสภา ในฐานะบุรุษไปรษณีย์ ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญภายในเดือนก.พ.นี้
เรื่องนี้ “สว.นันทนา” รับปากว่าจะสู้ให้สำเร็จ หลังจากรอบก่อนพยายามเข้าชื่อสว.เพื่อยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ถอดถอน สว.สีน้ำเงิน 136 คน แต่ไม่สำเร็จ พร้อมขอแรง “สว.กลุ่มอิสระ” ที่มี “นพ.เปรมศักดิ์ เพียรยุระ-เศรณี อนิลบล” เป็นแกนนำ ให้พาสมาชิกกลุ่มร่วมลงชื่อด้วย
ล่าสุดกลุ่ม “สว.อิสระ” ยังไม่แสดงท่าทีตอบรับ เนื่องจากมีการวิเคราะห์กันว่า อาจเป็นการเข้าทางความพยายามของ “บางพรรคการเมือง” ที่บอกว่ายอมรับผลเลือกตั้ง แต่รับไม่ได้กับการ “โกงเลือกตั้ง” และก่อหวอดผ่าน “มวลชน-ด้อมส้ม” ให้ออกเคลื่อนไหว หวังผลถึง “ล้มกระดานเลือกตั้ง”
หากเดินไปสู่ผลลัพธ์ อาจไม่เป็นผลดีกับ “บางพรรคการเมือง” ที่มีดีลจับมือตั้งรัฐบาลกับ “ภูมิใจไทย” ไปแล้วเช่นกัน
ขณะเดียวกัน ยังประเมินด้วยว่า การรับลูกของ “สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่” รอบนี้ เป็นความพยายามดึงความขัดแย้งนอกสภาฯให้เข้าสู่ “สภาสูง” ทั้งที่ “วุฒิสภา” ควรวางตัวเป็นกลาง และเป็นหลักให้กับประเทศ ในภาวะที่ “ฝ่ายนิติบัญญัติ” ขณะนี้เหลือเพียงสภาเดียว
เนื่องจากความพยายามของ “สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่” ที่รู้แน่แก่ใจว่า ไม่สามารถรวมเสียงได้ถึง 20 เสียง และต้องอาศัยเสียงของ “สว.กลุ่มอื่น” กอปรกับต้องอาศัยหน้าที่ของ “ประธานฯมงคล” ที่อยู่ในฝั่งสีน้ำเงิน ส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญ
หากการเดินเรื่องรอบนี้ถูกปฏิเสธความร่วมมือ เท่ากับว่าเป็นการชี้นิ้วไปยังอีกฝ่าย ว่าเป็น “สว.” ที่ยืนตรงข้ามประชาชน และส่อเจตนาไม่พิทักษ์รักษาการปกครองในระบอบประชาธิปไตยฯ ที่มีการเลือกตั้งที่สุจริต โปร่งใส ยุติธรรม เป็นสารตั้งต้น เนื้อเรื่องเช่นนี้อาจส่งผลให้ “วุฒิสภา”เป็นอีกองค์กร ที่ทัวร์มาลง
ขณะที่ในมุมตั้งรับ “ฝ่ายกฎหมายสภา” ได้พิจารณาเนื้อเรื่องแล้วมองว่า “สว.20 คน” ไร้อำนาจเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้
ส่วนหนึ่งเพราะไม่มีอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด แม้หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่อง “หน้าที่และอำนาจ” ของ “กกต.” ในฐานะองค์กรอิสระที่มีหน้าที่จัดเลือกตั้ง ซึ่งกระทำขัดต่อรัฐธรรมนูญ ตามเจตนารมณ์แล้วไม่ได้ให้อำนาจแก่ “ฝ่ายนิติบัญญัติ” เข้าไปก้าวก่ายการทำงานของ “องค์กรอิสระ” ที่กำหนดไว้เฉพาะได้
อีกทั้งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 42 ประกอบมาตรา 7 ไม่เปิดช่องให้ “สว.” ที่ร่วมกันเข้าชื่อ 1 ใน 10 กระทำได้ ดังนั้น ตามกระบวนการของเรื่องนี้ หาก “มงคล สุระสัจจะ” จะปัดตกคำร้อง “สว.พันธุ์ใหม่” ย่อมไม่เป็นการกระทำที่ขัด หรือผิดกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ในความคุกรุ่นของสถานการณ์การเมือง ที่รอจังหวะปะทุ “สว.สีน้ำเงิน” อาจถูกยกมาผสมโรง เพื่อนำไปสู่การจุดชนวน ขัดแย้งทางการเมือง และโยงเรื่องไปถึง “พรรคภูมิใจไทย” ได้
จึงมีความพยายามเสนอมุมมองให้เร่งเครื่องที่ไวกว่า ด้วยการส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความชี้ขาดว่า “บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด” ที่ กกต.ออกแบบนั้น ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญจริงหรือไม่
ส่วนหนึ่งเพื่อหวังอาศัยอำนาจของ “ศาลรัฐธรรมนูญ” วินิจฉัยความ เพื่อหยุดความขัดแย้งการเมือง หากปล่อยให้ลากยาวออกไป อาจกระทบกับความเชื่อมั่น “รัฐบาลสีธงชาติ” ได้





