วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

กังขาผู้ตรวจฯถาม กกต.แค่ปมบาร์โค้ด ไม่มีบัตรเขย่ง ลุยยื่นซ้ำ

กังขาผู้ตรวจฯถาม กกต.แค่ปมบาร์โค้ด ไม่มีบัตรเขย่ง ลุยยื่นซ้ำ

'ทนายอั๋น' ข้องใจผู้ตรวจฯถาม กกต.แค่ปมบาร์โค้ด เว้นเรื่องบัตรเขย่ง ลุยยื่นซ้ำ กังขาส่งซิกกัน เจ้าตัวอึกอักถูกถาม Laser ID สมัครสมาชิก ปชน. โยนไล่บี้พรรคส้มเอง

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ "ทนายอั๋น บุรีรัมย์" แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า วันนี้มีหลายเรื่องหลายกรณี ที่จะพูดแต่กรณีด่วนที่สุด คือการเสียชีวิตขอบักเซียง (ตัวละครในภาพยนตร์) ทำให้นึกถึงพี่ชายของตนที่ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกกต. เพราะเป็นคนบ้านเดียวกัน ชื่อ "บักแหวง" ตนเป็นห่วงบักแหวงอดเป็นห่วงบักแหวงไม่ได้จริงๆ เพราะถ้าตายไปแล้วใครจะมาจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไปซึ่งตนมองว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นโมฆะ 100% วันนี้จึงต้องมาที่นี่

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ทั้งนี้สืบเนื่องจากวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมาตนไปยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ดำเนินการส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 2 ประเด็นคือเรื่อง QR Code กับเรื่องบัตรเขย่ง ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินส่งหนังสือตอบกลับมาถึงตนลงวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อแจ้งให้ทราบว่าผู้ตรวจการแผ่นดินได้ทำหนังสือส่งถึงกกต เพื่อขอให้ตรวจสอบโดยถามเฉพาะประเด็น QR Code เท่านั้น ทำให้ตนยังติดใจว่าทำไมจึงสอบถามกันมาเพียงประเด็นเดียว ทั้งๆที่ตนยื่นไป 2 ประเด็น แบบนี้เกิดอะไรขึ้น

"ผู้ตรวจการแผ่นดินท่านตรงไปตรงมาหรือไม่เพราะมันไม่ถูกต้องครบถ้วน ด้วยเจตจำนงของผมซึ่งถามไป 2 ประเด็นและข้อครหาข้อสงสัยของผมนำสูตรการทำให้นักวิชาการทุกคนในภาคส่วนสงสัยเหมือนกัน ดังนั้น หลังจากนี้ตนจะไปยื่นเรื่องเพิ่มที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน เพราะถ้าวัดน้ำหนักแล้วประเด็นเรื่องบัตรเขย่ง ก็น่าสนใจไม่แพ้ประเด็น QR Code เหมือนกันทำไมผู้จัดการแผ่นดินถึงละเลยหรือจงใจปากว่าตาขยิบส่งซิกให้กันหรือเปล่าเพราะคุณมีที่มาเดียวกัน" นายภัทรพงศ์ กล่าว

  • เก็บทรงไม่อยู่ ถูกถามปมพรรคประชาชน เก็บเลเซอร์ไอดี โยนสมาชิกไปไล่บี้พรรคส้มเอง  

นายภัทรพงศ์ ศุภักษร ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นที่สังคมจับตามองในขณะนี้ในฐานะที่เป็นผู้มายื่นเรื่องร้องเรียนให้มีการตรวจสอบรวมถึงในฐานะทนายความ มองอย่างไรกับการที่พรรคประชาชน เก็บ เลเซอร์ ID ที่อยู่ด้านหลังบัตรประชาชนในการสมัครเป็นสมาชิกพรรค โดยนายภัทรพงศ์มีท่าทีอึกอัก ก่อนแค่นหัวเราะพร้อมตอบว่า ได้เห็นพรรคออกมาแถลงว่าไม่ใช่เฉพาะตัวพรรคเอง หน่วยงานราชการอื่นก็ทำแบบนี้เช่นกัน ภาคธุรกิจ ภาคเอกชนก็ทำแบบนี้เช่นกัน ตนก็ไม่มีความรู้ หากพูดไปก็จะหาว่าเป็นการเข้าข้างพรรคส้มพรรคแดง อะไรอีก 

เมื่อถามว่ามีคนกังวลว่าการก็บข้อมูลตรงนี้เป็นความลับได้จริงหรือไม่ เพราะหากรั่วไหลออกไปก็จะเป็นอันตราย นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ตนเป็นห่วงน้อยกว่า กรณีบัตรเลือกตั้งที่ว่ากันว่า โรงพิมพ์ที่ได้รับ TOR  ไปไม่ทำเอง ไปปล่อยช่วงให้บริษัทซึ่งตามข่าวระบุว่าเป็นบริษัทของนายกิม เลียก ซึ่งว่ากันว่าขณะนี้ประเทศไทยนับคะแนนได้ 94% แต่เขมรมีแล้ว คือ กกต.หากไม่รู้ว่าคะแนนจะนับไปต่ออย่างไร วันนี้ยังคง 94% ตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ. จนวันนี้ไม่มีการนับต่อ ไม่มีการเคลื่อนไหว ตนว่าให้คนของ กกต.โทรไปสถานทูตเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย ไปสอบถามเพื่อขอคะแนนจากเขา 

"ว่ากันว่าเขมรรู้แล้วครับ ผลการเลือกตั้งของไทยเป็นอย่างไร เพราะอะไรล่ะครับ โรงพิมพ์เป็นของกิม เลียก ก็ไปเปิดเผยที่เขมรอยู่แล้ว ถ้าข่าวนี้เป็นจริงนะครับ ผมก็เป็นห่วงแหละ" นายภัทรพงศ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ทนายอั๋นออกมาระบุว่ามีความเป็นห่วงเรื่องเลเซอร์ ID รั่วไหลน้อยกว่าบัตรเลือกตั้งโดยขอให้อธิบายว่ากังวลน้อยกว่าอย่างไรและจำเป็นต้องมีการตรวจสอบพรรคการเมืองที่ดำเนินการด้วยหรือไม่ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่าที่ตนบอกว่ากังวลน้อยกว่านั้น  เนื่องจากตนไปใช้สิทธิ แต่ในส่วนของบัตรประชาชนตนไม่ได้อยู่ที่พรรคก้าวไกล (พรรคประชาชน) เพราะตนไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคทั้งพรรคก้าวไกลและพรรคประชาชน ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด แต่ในมุมของประชาชนทั่วไป ถ้าสมาชิกพรรคของพรรคส้ม คือคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเขาก็ไม่ต้องกังวลมาก ขอให้คนที่เป็นสมาชิกพรรคไปทวงถามจากพรรคให้ออกมาชี้แจงจนกระทั่งเสร็จสรรพ หายคลายข้อสงสัยเลย ส่วนตนถ้าถามแบบนี้ไม่ได้มีความรู้เรื่องวิศวกรรมไอทีขนาดนั้น

เมื่อถามย้ำว่ามีความกังวลว่าจะรั่วไหลหรือไม่ใน ภัทรพงศ์กล่าวว่า ตนเองเป็นคนนอก ก็ไม่กล้าที่จะไปวิจารณ์ 

ส่วนเรื่องการเก็บเลเซอร์ ID มีความเหมาะสมหรือไม่เนื่องจากพรรคการเมืองอื่นก็ไม่ได้เก็บ นายภัทรพงศ์ เห็นว่าบางครั้งตนก็เห็นพรรคประชาชนทำแปลกๆ  ตั้งแต่ส้มยุคแรก เขาอาจจะมีเจตนาที่อยากจะทำให้โปร่งใส อย่างเช่นกรณีของนายธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ที่มีการปล่อยเงินกู้ยืมให้กับพรรค  ซึ่งก็ไม่มีใครเขาทำกัน แต่เขาก็ให้เหตุผลว่าอยากให้มีความโปร่งใสยืมเงิน แต่ท้ายที่สุดแล้วศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยว่าไม่สามารถทำได้  ซึ่งเมื่อส่งไปและศาลรัฐธรรมนูญตีความแบบนั้น ก็ถือเป็นความซวยของพรรคส้มไป แต่ก็ไม่แน่ว่า ตั้งรัฐบาลส้มมีโอกาสรวมจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ คงไม่มีเพราะนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนก็ประกาศลั่นวาจาแล้ว  แต่หากนายณัฐพงษ์ไม่อยู่แล้ว ถ้าความเป็นพรรคส้มในนามไม่อยู่แล้ว โดนยุบไปแล้ว อาจจะกระจายกันออกไป หรือไม่ ส่วนตัวไม่ทราบขอให้ทุกคนพิจารณาเอง 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังเสร็จสิ้นการให้สัมภาษณ์นายภัทรพงศ์ได้เดินทางออกจากพื้นที่การแถลงข่าวทันที ซึ่งแตกต่างจากทุกครั้งที่มายื่นเรื่องร้องเรียนก็จะมีการยืนพูดคุยกับสื่อมวลชน และตอบข้อซักถามเพิ่มเติมในประเด็นที่ยังมีความสงสัย