วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

‘ประชาธิปัตย์’ เก็บทรงร่วมรัฐบาล ห่วง ‘ระเบิดเวลา’ การเมือง

‘ประชาธิปัตย์’ เก็บทรงร่วมรัฐบาล ห่วง ‘ระเบิดเวลา’ การเมือง

ตัวเลขคณิตศาสตร์การเมืองที่พรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ณ ช่วงเย็นวันที่ 17 ก.พ. เข้าใกล้ตัวเลข 300 เสียง และยังมีลุ้นในชอตต่อไปว่า “รัฐบาล 300 เสียงพลัสพลัส” พรรคอันดับ 1 จะตัดสินใจเลือกพรรคกล้าธรรม เข้ามาเติมเสียงขั้วรัฐบาลเพิ่มอีกหรือไม่

หากไม่มีสัญญาณเปลี่ยนแปลงใดๆ พรรคอันดับ 5 จำนวน 22 เสียง อย่าง “ประชาธิปัตย์” ที่คาดกันว่าอาจเป็น “สีขาว” เข้ามาเติมรัฐบาลสีธงชาติ อาจไม่มีลุ้น ในสมการ ครม.อนุทิน 2 

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” รองหัวหน้าปชป.อัปเดตเมื่อเย็นวันที่ 16 ก.พ.ว่า “ไม่มีติดต่อเข้ามาทางการ” หลังถูกถามถึง มีการต่อสายจาก “แกนนำภูมิใจไทย” หรือไม่

นั่นอาจหมายถึง การยืนยันสถานะ “ฝ่ายค้านในสภาฯ 100%” อย่างที่แกนนำ ปชป.วิเคราะห์กันมาตลอด ตั้งแต่พ้นคืนวันที่ 8 ก.พ. และย้ำในวงประชุมกรรมการบริหาร เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วยว่า “ไม่มีติดต่อ เราก็เฉยๆ”

มีปัจจัย 2 ประการที่ “พรรคประชาธิปัตย์” ใช้คำว่า “เฉยๆ” 

ปัจจัยแรก จากประสบการณ์ทางการเมืองในหลายยุค ที่เคยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มักจะใช้วิธีต่อสายหาพรรคที่อยากชวนร่วมรัฐบาลในคืนแรก หรือ 1 วันให้หลังจากการรู้ผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการก่อนเสมอ ไม่ใช่ปล่อยให้ “พรรคการเมืองอื่น” ต่อสายถึง “พรรคอันดับ 1” เหมือนกลยุทธ์ที่ “ไชยชนก ชิดชอบ” เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย บอกว่า “ให้พรรคที่อยากร่วมรัฐบาล แสดงเจตจำนงเพื่อพูดคุย”

‘ประชาธิปัตย์’ เก็บทรงร่วมรัฐบาล ห่วง ‘ระเบิดเวลา’ การเมือง

เพราะการทำแบบนั้น เท่ากับแสดงถึงความต้องการ “การปกครอง-การจัดแถว” มากกว่า “ทำงานร่วมกัน”

ปัจจัยต่อมา คือ ความไม่แน่นอนต่อประเด็น “เลือกตั้งโมฆะ” เมื่อหลายภาคส่วน ขับเคลื่อนประเด็น “นับใหม่” สู่ “นับใหม่ทั้งประเทศ” จนมาถึง “ไม่เชื่อถือผลการเลือกตั้ง” จากปัญหา “คิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง 

‘ประชาธิปัตย์’ เก็บทรงร่วมรัฐบาล ห่วง ‘ระเบิดเวลา’ การเมือง

กับเรื่องนี้ “ประชาธิปัตย์” แต่งตั้งให้ “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” มือกฎหมายของพรรค ทำหน้าที่รวบรวมและตรวจสอบ แม้ว่าประเด็น “ทุจริตเลือกตั้ง” จะยังอยู่ในช่วงฟอร์มทีม แต่ประเด็นเลือกตั้งไม่ลับ “นิพิฏฐ์” ให้มุมมองว่า เท่ากับว่าขัดกับรัฐธรรมนูญ และหากมีผู้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ การเมืองไทยอาจต้องเผชิญความเสี่ยง ที่ต้องมีการเลือกตั้งใหม่อีกรอบ

“ผมมองว่า ความไม่ไว้วางใจของประชาชนต่อ กกต. พุ่งสูง แต่คนที่จะยุติเรื่องนี้ได้คือ กกต. แม้จะมีคนลากเรื่องไปศาลรัฐธรรรมนูญ เรื่องอาจลามไปอีกว่า ศาลรัฐธรรมนูญก็มาจาก สว. ที่ถูกตรวจสอบว่ามาโดยกระบวนการฮั้ว และแตกประเด็นไปที่ กกต.ก็มาจาก สว.ที่มีข้อสงสัยว่าฮั้ว นั่นเท่ากับว่าเป็นความไม่ไว้วางใจทั้งระบบ และเรื่องนี้อาจเป็นผลลบ” นิพิฏฐ์ ประเมิน

เมื่อตั้งคำถามให้ตอบว่า ความไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้ง สส. จะมีผลกระทบต่อ “รัฐบาล” หลังจากนั้นอย่างไร “นิพิฏฐ์” บอกว่า หากกกต.ไม่รอกระบวนการทางศาล และเร่งประกาศรับรองผลเลือกตั้ง 95% เพื่อให้กระบวนการสภาฯ เดิน ภายในเดือน มี.ค. จากนั้นจะมีการเลือกนายกฯ ตั้ง ครม. เมื่อถึงเวลาตัดสิน ว่าเลือกตั้งเป็นโมฆะ ครม.จะโมฆะไปด้วย นายกฯ ต้องหลุดจากตำแหน่ง 

ดังนั้น กระบวนการนี้ สิ่งที่จะยับยั้ง คือการนำเรื่องสู่ศาลรัฐธรรมนูญโดยเร็ว ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญสามารถใช้มาตรการชั่วคราวได้ เพื่อให้ กกต.เลื่อนรับรองผลเลือกตั้ง

เมื่อถามย้ำว่า หากเนื้อเรื่องจะเป็นแบบนั้น เท่ากับมีผลต่อการตัดสินใจของ “ประชาธิปัตย์” ต่อการร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ “นิพิฏฐ์” ไม่ตอบคำถามนี้ แต่บอกว่า “ผมไม่ทราบ ว่าพรรคจะพิจารณาอย่างไร แต่ใจผมอยากให้เคลียร์ก่อน ว่าการเลือกตั้งชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะหากเดินหน้า แต่อำนาจที่ได้มานั้นไม่ชอบ อาจเสียหายได้”  

ในสัปดาห์นี้ การจัดตั้งรัฐบาลที่มี “พรรคภูมิใจไทย” อาจมีความคืบหน้าไปอีกระดับ เพราะ “คนวงใน” บอกความตั้งใจว่า ภายในต้นเดือนมี.ค.นี้ อยากให้เริ่มต้นกระบวนการรับรายงานตัว สส. เพื่อให้เปิดสภา ดำเนินการตามขั้นตอน จนถึงการนัดหมายให้สภา เลือกนายกฯให้ได้ก่อนสงกรานต์

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของ ปชป.สัปดาห์นี้ ไม่ได้นัดประชุมกรรมการบริหาร มีเพียงนัดหมาย 19 ก.พ.ช่วงบ่าย ที่ “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” นัดรองหัวหน้าพรรคภาค-ภารกิจ เพื่อพูดคุย และวิเคราะห์การเลือกตั้ง

ซึ่ง “พรรคสีฟ้า” จับตาใกล้ชิดถึงกระบวนการเลือกตั้งที่มีปัญหา และแนวโน้มที่อาจกลายเป็น “ระเบิดเวลาการเมือง” มากกว่า 

จากนี้ไป ศักยภาพ “ประชาธิปัตย์” ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน ย่อมมีทาง และกลยุทธ์แยบยล ที่จะใช้ “เวทีในสภา-นอกสภา” ขยายผลงาน สร้างความศรัทธาเพิ่มขึ้น เพื่อเป็น “ตัวแปร”การเมือง ในสถานการณ์ที่ใครก็ยากจะปฏิเสธ

        ‘ประชาธิปัตย์’ เก็บทรงร่วมรัฐบาล ห่วง ‘ระเบิดเวลา’ การเมือง