เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2569 ที่สำนักงาน กกต. นายศรีสุวรรณ จรรยา ประธานองค์การรักชาติรักแผ่นดิน เดินทางมายื่นหนังสือถึง กกต. และนายทะเบียนพรรคการเมือง ให้ยุบพรรคประชาชน จากกรณีที่ น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. อดีตสมาชิกพรรคประชาชน (ปชน.) เปิดเผยข้อมูลภายในของพรรค ปชน.ที่มีการจัดทำปฏิบัติการชี้นำข้อมูลข่าวสาร (ไอโอ) เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง ผ่านบริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด
โดยนายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสาธารณชนอย่างมากและสื่อมวลชนนำประเด็นดังกล่าวไปเจาะลึกถึงที่มาที่ไป ต้นเหตุ ว่าอยู่ในสำนักงานเดียวกันกับสถานที่ตั้งของพรรคประชาชน จึงทำให้สงสัยว่าสมาชิกพรรคหรือผู้บริหารของพรรคเข้าไปเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าวหรือไม่ หรืออาจเป็นการล่วงล้ำไปถึงการปฎิบัติการไอโอให้กับพรรคด้วยหรือไม่ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา สังเกตเห็นได้ว่าสมาชิกพรรค ผู้บริหารของพรรค กรรมการบริหาร ผู้สมัคร สส.พรรค ที่ไปออกรายการทีวีหรือสื่อต่าง ๆ และดูเหมือนว่าพรรคประชาชนจะได้รับเสียงโหวตอย่างมากล้นผิดสังเกต
จนกระทั่งมีสื่อสำนักหนึ่งย่านบางนา ออกมาบอกว่าการโหวตมีความผิดปกติ จึงต้องยกเลิกการโหวตไป ถือเป็นประจักษ์พยานอีกประเภทหนึ่ง เรื่องดังกล่าวในกฎหมายรัฐธรรมนูญเองก็ได้ระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามพรรคการเมืองหรือผู้สมัครพรรคการเมืองเข้ามาถือหุ้นในกิจการสื่อหรือหนังสือพิมพ์ใด ๆ ทั้งสิ้น และหากจะเชื่อมโยงถึงบริษัทที่มารับจ้าง ก็จะเห็นความเชื่อมโยงอย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อมีการเปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวออกมา โฆษกพรรคประชาชนก็ออกมายอมรับว่ามีบริษัทนี้จริง รวมทั้งบุคคลที่ถูกศาลฎีกาพิพากษาว่าผิดจริยธรรมร้ายแรง ก็ออกมาตีหน้ากล่าวอ้างเป็นตัวแทน ทั้งที่ตัวเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับพรรคประชาชนหรือบริษัทดังกล่าวเลย และออกมาพูดแก้ต่างให้กับบริษัทดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ
จึงอาจเข้าข่ายมีความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 20 ได้ รวมทั้งหาก กกต. มีการสืบไต่สวน ไปจนถึงวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. ถ้ากระบวนการไอโอเข้าไปทำการใส่ร้ายป้ายสี หรือนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ก็อาจจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง มาตรา 73 อนุมาตรา 5 ซึ่งอาจจะนำไปสู่การที่ กกต. สามารถใช้อำนาจตามมาตรา 92 ยื่นยุบพรรคการเมืองได้
นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า นอกจากเรื่องไอโอแล้ว ยังมายื่นให้ตรวจสอบเรื่องการที่พรรคประชาชนทำแบบฟอร์มสมัครสมาชิกพรรค และทุกคนต้องกรอกข้อมูลลับเป็นเลเซอร์ไอดีบัตรประชาชน ซึ่งตัวเลข 12 หลักหลังบัตรประชาชนถือเป็นข้อมูลรับและข้อมูลส่วนตัว การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดในรัฐธรรมนูญ มาตรา 32 ประกอบมาตรา 25 ที่ห้ามบุคคลใดนำข้อมูลส่วนบุคคล ไปแสวงหาผลประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น
นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เช่น กฎหมาย พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เพราะฉะนั้น เรื่องนี้นายทะเบียนพรรคการเมืองจะต้องเข้าไปตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพราะจะเชื่อมโยงกับประเด็นแรกที่ได้กล่าวมาข้างต้น ว่าหากนำข้อมูลลับของประชาชนไปใช้ประโยชน์ ก็จะเกิดอันตราย เช่น การทำบัญชีม้า องค์การรักชาติรักแผ่นดินจึงต้องมาร้องกับ กกต. และนายทะเบียนพรรคการเมืองว่าจะต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น รวมทั้งต้องมีการสืบสวนสอบสวน ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามที่ น.ส.ธิษะณา ออกมาพูดหรือไม่
เมื่อถามว่าหัวหน้าพรรค ปชน.ได้ชี้แจงแล้วว่าได้ดำเนินการขออนุญาตอย่างถูกต้อง และใช้เพื่อยืนยันตัวตนเท่านั้น นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เรื่องที่พรรค ปชน.ออกมาชี้แจงก็รับฟัง แต่เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 32 บัญญัติไว้ชัดเจนถึงข้อห้าม เพราะฉะนั้น กฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายแม่บทอยู่เหนือกฎหมายใด ๆ ทั้งปวง จึงเป็นอำนาจวินิจฉัยของ กกต. ว่าจะเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ ถ้าฝ่าฝืนก็แน่นอนว่ามาตรา 92 รออยู่คือยุบพรรค
ถามย้ำว่า ต่อให้ขออนุญาตก็เข้าข่ายกระทำความผิดใช่หรือไม่ นายศรีสุวรรณ กล่าวยืนยันว่า "ใช่"
เมื่อถามถึงปฏิบัติการไอโอ มีจุดไหนที่สุ่มเสี่ยงถึงขั้นยุบพรรคได้ นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ถ้ามองเฉพาะหน้าฉาก บริษัทดังกล่าวมีการจดทะเบียนถูกต้องจากกระทรวงพาณิชย์ ตามหนังสือบริคณห์สนธิ มีกรรมการ มีผู้ถือหุ้น แต่ประเด็นคือเรื่องของความเชื่อมโยงของบริษัทดังกล่าวกับพรรค ปชน.ที่บางส่วนก็เคยมารับงานของพรรค โดยเฉพาะการรับงานจากกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง กองทุนดังกล่าวก็มีข้อห้ามชัดเจนอยู่แล้ว ใน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ดังนั้น กกต. และนายทะเบียนพรรคการเมืองต้องไปตรวจสอบ ว่าบริษัทดังกล่าวที่มีสถานที่ตั้งอยู่ที่เดียวกันกับพรรค ปชน.และมีบุคคลที่ก่อตั้งบริษัทนี้เข้ามาดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค ปชน.จะมีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ เป็นเรื่องที่ กกต. ต้องวินิจฉัย
ส่วนที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน.ออกมาชี้แจงแล้วว่า เป็นการแยกขาดออกจากกัน และมีการรับงานสินค้าที่ไม่ใช่งานการเมือง นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เข้าใจการแก้ต่างของ น.ส.พรรณิการ์
“แต่ผมยังสงสัยว่าคุณช่อมีหน้าที่อะไรในบริษัทดังกล่าว รวมทั้งในพรรคประชาชนด้วย อาจจะเป็นแค่ผู้ช่วยหาเสียง แต่ ณ วันนี้การเลือกตั้งจบแล้ว การจะอ้างว่าเป็นผู้ช่วยหาเสียงคงไม่ได้ ทุกอย่างที่คุณช่อพยายามออกมานำเสนอ ต้องดูฐานะของคุณช่อด้วย คุณมาพูดในฐานะอะไร แต่ตัวแทนของบริษัทนี้ไม่เคยออกมาพูด ไม่เคยออกมาชี้แจงใด ๆ ทั้งสิ้น รวมถึงการที่พาสื่อมวลชนไปดูในห้องที่คุณแก้วตากล่าวถึง ไม่ว่าจะเป็นชั้น 4 หรือ 5 ก็มีคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค และล่าสุดคือคุณช่อ พาไปในฐานะอะไร จึงเป็นคำตอบที่ผมอยากรู้เหมือนกัน” นายศรีสุวรรณ กล่าว





