ในจังหวะที่บิ๊กบุรีรัมย์ เปิดปฏิบัติการนวดพรรคกล้าธรรม ให้ยอมศิโรราบ ตอบรับร่วมรัฐบาล ภายใต้เงื่อนไขที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถ้าเขียวอยากมีอำนาจ ต้องยอมลดอำนาจ คายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ภูมิใจไทย
ฝั่งเพื่อไทย ที่ลอยลำร่วมรัฐบาล ยอมอยู่ใต้ร่มเงาสีน้ำเงินเต็มตัว คงจะกำลังลุ้นอย่างหนัก ถ้าไม่มีกล้าธรรม อำนาจต่อรองของสีแดงต่อสีน้ำเงิน จะมีภาษีดีขึ้นทันที จนเป็นอุปสรรคต่อพรรคแกนหลัก เหมือนที่น้ำเงินเคยออกฤทธิ์ออกเดชกับคนอื่น
ข่าวปล่อยกดดันกล้าธรรมที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง มุมหนึ่งก็น่าจะสะท้อนความไม่ไว้วางใจในสถานการณ์ของบุรีรัมย์ ที่มีเพื่อไทยกับพรรคพันธมิตรสายสีแดง เข้ามาร่วมเป็นหลัก แม้ขณะนี้เสียงแตะ 295+ เฉียด 300 เสียง โดยไร้สีเขียว
ฉากสยองของสีน้ำเงินที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นนั้น ยังไม่ถูกปิดประตูตาย ในกรณีที่ขบเหลี่ยมเฉือนคมกันหนักระหว่างภูมิใจไทย กับเพื่อไทย หากแดงโหวตสวนน้ำเงิน หรือถอนตัว มีหวังรัฐบาลคว่ำกลางสภาฯ เสียงไม่เกินกึ่งหนึ่ง ทั้งญัตติซักฟอกนายกฯ หรือกฎหมายการเงินสำคัญ
ถึงตอนนั้น จะดึงกล้าธรรมเข้ามาอุดก็คงไม่ทัน ยิ่งถ้ามีประเด็นแบบเวลานี้ น้ำเงินจัดหนักขยี้เขียว ลดทอนเขี้ยวเล็บธรรมนัส พรหมเผ่า ขู่เช้าขู่เย็นจะยึดกระทรวงเกษตรฯ ถ้ายังดื้อก็ไปเป็นฝ่ายค้าน
ปรากฎการณ์ที่สีน้ำเงิน แอ็กชั่นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสะท้อนว่าอาจจะขาดเขียวไม่ได้มากเท่านั้น เพราะระดับครูใหญ่ คงมองออกว่า ถ้าไม่มีพรรคธรรมนัส สีแดงคงสยายปีกขี่น้ำเงินในไม่ช้า
ถึงแม้ว่าตอนนี้จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะแสดงท่าทีเป็นเด็กดีว่าง่าย โดยเฉพาะกับ คดีฮั้ว สว.และการยึดคืนที่ดินเขากระโดง ที่เคยงัดข้อกันมาอย่างรุนแรงกับค่ายน้ำเงิน
มาวันนี้ หนิมยิ้มหวาน อ้างว่าถ้าประชาชนต้องการให้เพื่อไทยมีอำนาจเต็มในการดำเนินการ 2 เรื่องนี้ คงมอบเสียงให้เราอย่างถล่มทลาย แต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้ สะท้อนว่า เรื่องนี้อาจไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก จนถูกตั้งข้อสังเกตว่า แดงส่งสัญญาณให้หนู-เนฯ วางใจ
การขยับของเพื่อไทย ตามที่ไชยชนก ชิดชอบ เลขาฯ พรรคภูมิใจไทย ยอมรับคือ เราไม่ได้เชิญใครเลย แค่ประกาศออกไปโดยรวมทั้งหมด ว่าเราพร้อมคุยกับทุกคนที่มีเจตนาร่วมรัฐบาล และพรรคที่เห็นแถลงด้วยกันล้วนเป็นฝ่ายติดต่อมา และเพื่อไทยก็เป็นคนประสานมา
ขณะที่พรรคกล้าธรรม ตอนแรกไชยชนก บอกว่า ยังไม่ได้รับการประสานเข้ามาเหมือนเพื่อไทย เกมที่ครูใหญ่คิดว่าสุดท้ายทุกพรรคต้องยอมมอบตัว คงไม่เสมอไปหรือไม่ เมื่อค่ายเขียว เลือกนิ่งสงบ สยบความเคลื่อนไหว เพราะอาจจะรู้สมการบางอย่างที่น้ำเงิน ต้องใช้เขียวคานอำนาจต่อรองแดงหรือไม่
ความเร่งร้อนที่สะท้อนผ่านเกมปล่อยข่าวบีบเขียวให้รีบมอบตัว ขู่ริบโควตากระทรวงเกษตรฯ บ้าง กระทรวงท่องเที่ยวฯ บ้าง แต่กล้าธรรม ก็ไม่ได้ฮืออือ ปล่อยให้น้ำเงินเร่งเกมของตัวเองไป
กล้าธรรม ที่เล่นบทฤาษีจำศีล เหมือนกำลังวัดใจบุรีรัมย์เช่นเดียวกัน ทำนองว่า ถ้ามั่นใจก็ประกาศมาเลยว่าไม่เอาสีเขียว ไปเป็นฝ่ายค้านกับพรรคประชาชน ตามสูตรส้มเขียวหวาน
ท่าทีของภูมิใจไทย ผ่านไชยชนก ที่แบะท่าเปิดกว้าง ยังมีเวลาและช่องทางพูดคุย กับทุกพรรคที่ติดต่อมา กล้าธรรม ถ้าไม่ถูกสะกิด จะมาหาเขาเองแบบเพื่อไทย ก็กลัวเสียฟอร์ม เกมเลยยืดเยื้อมาระยะหนึ่ง ไม่เช่นนั้น ถ้ายอมสยบบุรีรัมย์ตั้งแต่ต้น มีหวังโดนขี่ไปตลอดหรือไม่
ท่าที ล่าสุดของกล้าธรรม โดย ไผ่ ลิกค์ เลขาฯ พรรค ยอมรับว่าต่อสายคุยไชยชนกแล้ว สัญญาณนี้เป็นไปได้ว่าผู้นำจิตวิญญาณ 2 สี คุยกันแล้ว เบื้องต้นอาจจะมีแนวทางที่พอใจต่อทั้งคู่ไม่มากก็น้อย
จับตาสัปดาห์นี้ รัฐบาลเพื่อภูมิใจธรรม น่าจะมีข้อสรุปที่ชัดเจนมากขึ้น ตามสูตรมีหนู มีนัส มีหนิม มีเนฯ ข่าวปล่อยต่างๆ น่าจะซาลงอย่างผิดหูผิดตา และถ้าทุกอย่างลงตัว 300 เสียงพลัส คงได้เห็นไม่ยาก





