วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ผ่าสูตร 'รัฐบาลภูมิใจไทย 355' ทางเลือกสุดท้าย ‘กล้าธรรม’ ?

ผ่าสูตร 'รัฐบาลภูมิใจไทย 355'  ทางเลือกสุดท้าย ‘กล้าธรรม’ ?

สูตรจัดตั้ง “รัฐบาลภูมิใจไทย” ที่จนถึงเวลานี้มีเสียงในมือจำนวน 15 พรรค รวม 297 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคไทรวมพลัง 6 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคประชาชาติ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย 2 เสียง และพรรค 1 เสียงอีก 7 พรรค ได้แก่ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคใหม่ พรรครวมใจไทย พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรครวมพลังประชาชน พรรคโอกาสใหม่ และพรรคมิติใหม่

ยังต้องจับตาความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างต่อเนื่องว่า ในที่สุด 58 เสียงของ “พรรคกล้าธรรม” และ 22 เสียงของพรรคประชาธิปัตย์ จะเข้ามารวมอยู่ในสมการรัฐบาลนี้หรือไม่

โดยเฉพาะพรรคสีเขียว ที่เห็นชัดจากท่าทีของ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่พูดชัดว่า พรรคภูมิใจไทยได้รับอย่างท่วมท้นเพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ภูมิใจไทยจะเป็นผู้รับผิดชอบด้าน การบริหารงานความมั่นคง

รวมไปถึงงานด้านเศรษฐกิจ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย โดยมีทีมประเทศไทยที่มีส่วนผสมหลักคือ อนุทิน ชาญวีรกูล , เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ  , ศุภจี สุธรรมพันธุ์ และสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว

เป็นการตอกย้ำยุทธศาสตร์การเมือง ที่พรรคภูมิใจไทยต้องการดูแลกระทรวงทางเศรษฐกิจเองทั้งหมด โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ปัจจุบัน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และพรรคกล้าธรรม ดูแลอยู่ เนื่องจากภูมิใจไทยต้องการให้ ครม.เศรษฐกิจ เป็นทีมเดียวกันทั้งหมด

ฉะนั้น แม้ท่าทีล่าสุดที่ “คีย์แมนสีน้ำเงิน” ส่งบทผ่าน “ไชยชนก ชิดชอบ” เลขาธิการพรรค ระบุว่า ยังไม่ปิดประตูพูดคุยพรรคการเมืองใดในการจัดตั้งรัฐบาล แต่เป็นการส่งสัญญาณไปถึงพรรคอื่นๆ 

จึงถูกโฟกัสไปยังพรรคกล้าธรรม จะต้องเป็นฝ่ายประสานพรรคภูมิใจไทย เพื่อพูดคุยเงื่อนไขการร่วมรัฐบาล ยิ่งเป็นการตอกย้ำอำนาจเต็มที่ “พรรคสีน้ำเงิน” กำลังถือแต้มต่อทางการเมือง ในฐานะ “ผู้เลือก” โดยอาจไม่จำเป็นต้องมีตัวเลขจำนวนมากจากพรรคใดในสมการนี้ 

เบื้องลึกเบื้องหลังของสูตรจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ ที่อาจไม่มี “พรรคกล้าธรรม” มีสัญญาณตั้งแต่การประชุมว่าที่ สส.พรรคภูมิใจไทย จำนวน 193 คน เมื่อวันที่ 12 ก.พ.69 ที่ผ่านมา ที่ว่ากันว่า ช่วงหนึ่ง “อนุทิน” ได้อัปเดตสถานการณ์ ในการเชิญพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ไล่ตั้งแต่พรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์ โดยเว้นพรรคลำดับ 2 คือ พรรคประชาชน ที่ประกาศอย่างชัดเจนล่วงหน้าว่า ต้องการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

ผ่าสูตร 'รัฐบาลภูมิใจไทย 355'  ทางเลือกสุดท้าย ‘กล้าธรรม’ ?

โดยในที่ประชุม มีว่าที่ สส.พรรคภูมิใจไทยหลายคน แสดงความอึดอัดใจกับการร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม เพราะเกรงว่า จะมีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ถอดถอนนายกรัฐมนตรี หากมีการทูลเกล้าฯ แต่งตั้งบุคคล หรือแกนนำของพรรคกล้าธรรม ที่มีประวัติเป็นที่เคลือบแคลง ทั้งข้อกฎหมาย รวมถึงพฤติกรรมต่างๆ ที่สังคมยังคงกังขา

ไหนจะกรณีความไม่พอใจของ “ครูใหญ่สีน้ำเงิน” ต่อการเดินเกมการเมือง เจาะฐานของพรรคภูมิใจไทยในหลายพื้นที่ หรือกรณีการรวบรวมเสียง “พรรคเล็ก” ของพรรคสีเขียวหวัง ส่งสัญญาณต่อรองไปถึง "บิ๊กเนมพรรคสีน้ำเงิน" ในการร่วมรัฐบาล 

จึงนำมาสู่เกมหักดิบจาก “พรรคสีน้ำเงิน” ยึดคืนทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการท่องที่ยวและกีฬา กลับมาอยู่ในการดูแลของพรรคแกนนำทั้งหมด 

ผ่าสูตร 'รัฐบาลภูมิใจไทย 355'  ทางเลือกสุดท้าย ‘กล้าธรรม’ ?

ขณะที่จังหวะก้าวย่างของ “พรรคกล้าธรรม” ด้วย “ยี่ห้อผู้กอง” แล้ว ย่อมไม่มีทางยอมตกขบวนรัฐบาลโดยง่าย เห็นชัดถึงเดินเกมทั้ง “ใต้ดิน” และ “บนดิน” ในเวลานี้ ทั้งความพยายามในการดีลผ่าน “นายกฯ หนู” เพื่อเป็นโซ่ข้อกลาง ส่งผ่านไปถึง “ครูใหญ่สีน้ำเงิน”

ล่าสุด มีการส่งบท ผ่าน “ไผ่ ลิกค์ ” เลขาธิการพรรค เกี่ยวกับความชัดเจนในการสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาลว่า ได้โทรศัพท์พูดคุยประสานกับ “ไชยชนก ชิดชอบ” เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ทายาทครูใหญ่เนวิน เรียบร้อยแล้ว 

“โดยพรรคกล้าธรรมไม่มีข้อต่อรองหรือเงื่อนไขใดๆ ทางการเมืองทั้งสิ้น ตามที่เป็นข่าว อย่างเช่น ในเรื่องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งพรรคกล้าธรรมยึดผลประโยชน์ประเทศชาติ และประชาชนเป็นสำคัญ” ไผ่ ลิกค์ ระบุ 

ตามมาติดๆ ด้วย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ออกโรงเอง โดยเคลียร์ทุกประเด็นเรื่องการจัดขั้ว ครม.โดยยืนยันว่า ยังไม่ได้คุยกับใคร ยังไม่มีการต่อรอง เพราะโดยหลักแล้ว การจัดตั้งรัฐบาลต้องดูความชัดเจนก่อนว่า กกต.รับรองคะแนนการเลือกตั้งหรือไม่ และรับรองถึง 95% ก่อนถึงจะคุยกัน

สำหรับจุดยืน "ก็ยืนอยู่ที่นี่ ที่ตั้ง ทุกครั้งจะสังเกตเห็น ผมไม่เคยไปออกหน้าหรือสู่ขอใคร ส่วนใหญ่จะให้หัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรคเป็นคนทําทุกครั้ง การที่ออกหน้าออกตัวก่อน ก็ดูกระไรอยู่"

ส่วนเรื่องกระทรวงเกษตรฯ ที่พรรคกล้าธรรมต้องการดูแลต่อ ร.อ.ธรรมนัส ชี้แจงว่า "ขอพูดตรงนี้ และฟังผมให้ชัด การเป็นนักการเมือง คุณจะไปยึดกระทรวงนั้นกระทรวงนี้ มันไม่ใช่ การจัดสรรหรือเจรจาอยู่ที่แกนนำพรรค ไม่ใช่ว่าผมจะอยู่ที่นี่ตลอดเวลา เป็นการผิดมารยาทมากนะ ย้ำว่าการพูดจาเป็นสิ่งสําคัญ ผมจึงเลือกที่จะไม่พูด"

"กล้าธรรมไม่ไปเดินเกมรวบเสียงพรรคเล็กเพื่อไปต่อรองกับพรรคภูมิใจไทย เพราะการตั้งรัฐบาลชุดที่แล้วเราก็อยู่ด้วยกัน ผมจะทำไปเพื่ออะไร แม้จะมีหลายพรรคโทรศัพท์มาหาผมว่า หาก ร.อ.ธรรมนัส จะไปทางไหน ก็จะไปด้วยก็แค่นั้นเอง"

ผ่าสูตร 'รัฐบาลภูมิใจไทย 355'  ทางเลือกสุดท้าย ‘กล้าธรรม’ ?

อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาการหารือระหว่าง “ร.อ.ธรรมนัส และ “นายกฯ อนุทิน” ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หลังการประชุมครม.วันนี้ (17 ก.พ.69) 

 แม้เบื้องหน้าตัวแสดงแทนพรรคกล้าธรรม จะลดระดับ ยืนยันว่า “ไม่มีเงื่อนไข”

ทว่ายังต้องวัดใจการเดินเกมของผู้มากบารมีตัวจริงของ “พรรคสีน้ำเงิน” ในการจัดสรรโควตา รัฐมนตรี “ครม.อนุทิน 2” จะอัปตัวเลขขั้วรัฐบาลไปถึง “355 เสียง” ที่มีพรรคสีเขียวในสมการหรือไม่  

ถึงชั่วโมงนี้  "คีย์แมนสีน้ำเงิน" อาจต้องประเมินความคุ้มได้คุ้มเสีย หากมีกล้าธรรมก็อาจมี "ข้อดี" ในแง่ของการยืมมือ "พรรคเขียว" เพื่อคานอำนาจพรรคร่วมรัฐบาลหากมีการแข็งข้อในอนาคต โดยเฉพาะ "พรรคสีแดง" ที่ยังมีสารพัดปมคาใจ และเคยเปิดเกมแตกหักกันมาแล้ว

ทว่าสมการดังกล่าวก็อาจมี "ข้อเสีย" ตรงที่ยิ่งเสียงรัฐบาลมากขึ้นเท่าไร แรงต่อรองในการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีก็อาจมีสูงตามไปด้วย

ลำพังแค่สูตรรัฐบาล 297 เสียง ไม่มีพรรคกล้าธรรม หากรวมพรรคกล้าธรรมเข้าไปอีก 58 เสียง รัฐบาลจะมีเสียงในสภาฯ รวม 355 เสียง ส่งผลให้เก้าอี้รัฐมนตรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ สส.10 ที่นั่ง ต่อ 1 รัฐมนตรี

ฉะนั้น สูตรรัฐบาลที่มีพรรคสีเขียวรวมเป็น 355 เสียง จริงอยู่แม้จะมีความมั่นคงในแง่เสถียรภาพ แต่สิ่งที่จะตามมาคือ แรงต่อรองในการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี ที่จะถูกเฉือนเฉลี่ยไปยังพรรคต่างๆ ย่อมจะมีสูงขึ้นตามไปด้วย

ในส่วนของกระทรวงเศรษฐกิจ เป็นที่ชัดเจนแล้ว ภูมิใจไทยล็อกโควตาคนนอก ไว้ที่ว่า “3 ซูเปอร์สีน้ำเงิน” ทั้งเอกนิติ ที่จะนั่งรองนายกรัฐมนตรีควบ รมว.คลัง “ซูเปอร์จี” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ มีโอกาสนั่ง รองนายกฯ ควบ รมว.พาณิชย์ และกำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อาจนั่งรองนายกรัฐมนตรี ควบรมว.การต่างประเทศ

ยังไม่นับรวมกระทรวงเกรดเอ โดยเฉพาะกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ที่พรรคสีน้ำเงิน ต้องการดึงกลับมาดูแลเอง เพื่อสานต่อเรือธงสีน้ำเงิน 

ดังนั้นโฉมหน้า “ครม.อนุทิน 2” ที่คาดว่าจะถูกตัดจบ สยบป่วนในเร็ววัน! ถึงที่สุดใครจะได้ไปต่อ อีกไม่นานจะได้รู้กัน!  

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์