“เพื่อไทย” ย้ำจำเป็นต้องร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย เพื่อความแข็งแกร่ง ไร้ข้อจำกัดเคยหาเสียงโจมตีหนัก ยังไม่คุยสัดส่วน รมต. “สุริยะ” ยันร่วมรัฐบาลฟื้นเรตติ้งพรรค
เวลา 16.10 น. วันที่ 13 ก.พ. 2569 ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลัง พรรคเพื่อไทยเดินทางไปหารือกับพรรคภูมิใจไทย ถึงการจัดตั้งรัฐบาล โดย นายประเสริฐ ระบุว่า พรรคเพื่อไทย ได้รับเกียรติจากพรรคภูมิใจไทยให้เข้าร่วมรัฐบาล โดยล่าสุดได้พูดคุยกันทุกอย่างเป็นไปด้วยดี และได้ตอบกลับมาแล้ว และพรรคเพื่อไทยได้แสดงความยินดีกับพรรคภูมิใจไทยที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง
ส่วนเหตุผลในการเข้าร่วมรัฐบาลนั้น เพราะว่าประเทศต้องเดินไปข้างหน้าต่อไป ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องมีรัฐบาลที่แข็งแกร่งเพื่อนำพาประเทศไปสู่จุดหมาย
นายประเสริฐ ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้พูดอะไรที่เป็นข้อจำกัดอุปสรรคในการร่วมรัฐบาลแต่อย่างใด
เมื่อถามถึงมวลชนที่แบ่งออกเป็นสองฝ่ายนั้น นายประเสริฐ ระบุว่า ตนเชื่อว่ามวลชนจะเข้าใจว่าการร่วมรัฐบาลสามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้มากกว่าและการทำงานจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีนโยบายของพรรคเพื่อไทยด้วย ซึ่งจะต้องพูดคุยกับพรรคหลักอีกครั้งในการทำงานร่วมกันในอนาคต
ส่วนเรื่องความขัดแย้งกับพรรคภูมิใจไทยในอดีตนั้น นายประเสริฐ กล่าวว่า ตนคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา แม้จะมีเรื่องกระทับกระทั่งกันบ้าง ซึ่งจะมีในทุกรัฐบาล ในช่วงหาเสียงบนเวทีก็เป็นธรรมชาติของการเลือกตั้งที่จะมีการกระทบกระทั่งด้วยกัน แต่เมื่อหลังเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้วเราก็ไม่ได้เอาเรื่องนั้นมาเป็นข้อจำกัด ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติอยู่แล้ว
นายประเสริฐ ยืนยันว่า การพูดคุยยังไม่ได้มีการพูดเรื่องโควตาเก้าอี้รัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยเพียงแต่ย้ำเจตนารมณ์ในการร่วมรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยย้ำว่าจะต้องพูดคุยกับพรรคการเมืองที่จะร่วมรัฐบาลทีละลำดับทีก่อน โดยหลังจากนี้หากพรรคเพื่อไทยจะร่วมรัฐบาลก็ต้องพูดคุยกันอีกครั้งภายในพรรค
นายภูมิธรรม ระบุถึงความขัดแย้งกับพรรคภูมิใจไทยนั้น ทางนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุว่าเป็นเรื่องของการหาเสียงทั่วไป ดังนั้น เรื่องประเทศชาติมีมากต้องให้เดินหน้าไว้ก่อน โดยให้เอาเรื่องอดีตเก็บไว้แล้วมาช่วยกันทำให้ไปข้างหน้า และเชื่อว่า 2 พรรคมีบุคลากรมีคุณภาพทำงานได้ เรายืนยันมาตลอดพรรคที่ได้อันดับ 1 ต้องเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เป็นหน้าที่ของพรรคภูมิใจไทย เราจะได้นำโยบายของพรรคไปผลักดันให้มากขึ้น ส่วนนโยบายของพรรคเพื่อไทยนั้นต้องอยู่ที่กระทรวง โดยขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องกระทรวงและยังไม่ทราบมีสัดส่วนรัฐมนตรีจำนวนเท่าใด โดยหลักการเป็นการตกลงร่วมกันเท่านั้น ให้เราได้มีโอกาสตามนโยบายที่แต่ละคนมี เราทำทั้งหมดให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด
ถามว่ามั่นใจว่ากระแสของพรรคเพื่อไทยจะฟื้นหรือไม่หากร่วมรัฐบาล นายภูมิธรรม ระบุว่า ยังไม่ได้คิดเรื่องนั้น คิดแต่ว่าทำยังไงให้เราทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดก่อน
ส่วนเรื่องการตรวจสอบคดีเขากระโดงนั้น นายภูมิธรรม ย้ำว่า ให้เป็นตามกระบวนการ ทุกเรื่องที่เข้าสู่กระบวนการแล้วให้ดำเนินการต่อตามกฎหมายต่อไป และต้องดูรัฐมนตรีที่อยู่กระทรวงนั้นๆด้วย
ถามว่าจะเกรงใจกันจะกล้าลุยไหม นายภูมิธรรม ระบุว่า "ไม่มีอะไรไม่กล้าลุย อะไรที่ถูกต้องเราสนับสนุนให้ทำอยู่แล้ว"
นายสุริยะ กล่าวเสริมว่า การร่วมรัฐบาลครั้งนี้ ตนได้พูดคุยกับว่าที่ สส. และผู้สมัคร สส.ที่สอบไม่ได้แล้วมีเสียงสะท้อนอยากให้เราร่วมรัฐบาล เพื่อผลักดันนโยบายที่มีประโยชน์ต่อประชาชนในระยะยาว ทำให้นโยบายเป็นรูปธรรม ซึ่งคนได้เป็นรัฐมนตรีหากดูแลกระทรวงไหนก็ต้องทำงานหนักและเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนขึ้นมา ดังนั้นการร่วมรัฐบาลจะเป็นประโยชน์





