วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

'สมชัย' ชวนจับตาปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ชี้มีรหัสได้แต่ไม่ใช่ตรวจสอบย้อนหลัง

'สมชัย' ชวนจับตาปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง  ชี้มีรหัสได้แต่ไม่ใช่ตรวจสอบย้อนหลัง

'สมชัย' ชวนจับตาปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ยกระเบียบชี้ มีรหัส ทำเครื่องหมายบนบัตรได้ แต่ต้องไม่ใช่เพื่อตรวจสอบย้อนหลัง

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุทางเฟซบุ๊ก ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร กรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ความว่า ว่าด้วยบัตรเลือกตั้ง

บัตรเลือกตั้งที่ กกต.ใช้มีต้นทุนไม่น้อย ข่าวว่า บัตรชมพู 1.40 บาท บัตรเขียว 1.20 บาท และบัตรเหลือง 1.00 บาท ให้โรงพิมพ์ 3 โรงช่วยกันพิมพ์ ประมาณอย่างละ 56 ล้านใบ

ราคาแพงขนาดนี้ต้องมีอะไรดี ซึ่งมีของดีที่ชาวบ้านธรรมดาไม่รู้จริง

Spec. ในการพิมพ์สูงมาก เช่น ต้องมีการออกแบบลวดลาย มีลายน้ำพิเศษที่ต้องใช้แสง Ultra violet ส่องจึงจะเห็น มีตัวหนังสือขนาดจิ๋ว Micro Text ซ่อนอยู่ที่ต้องใช้แว่นขยายส่องจึงเห็น ทั้งหมดนี้คือรหัสลับที่สร้างเพื่อความปลอดภัยจากการปลอมแปลงบัตร

สอดคล้องระเบียบการเลือกตั้ง ส.ส. ข้อ 129 ที่ระบุว่า “คณะกรรมการอาจกำหนดให้มีรหัส หรือเครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใดเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษในบัตรเลือกตั้งโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าเพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง”

ย้ำ! ว่าเพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตร

ย้ำ! ไม่ใช่เพื่อตรวจสอบย้อนหลัง (tracking) ว่าบัตรใบนี้มาจากเล่มไหน เลขที่เท่าไร เป็นคนเลือกตั้งลำดับที่เท่าไร ตรงกับลายเซ็นในต้นขั้วบัตร ที่ย้อนไปเทียบกับลายเซ็นในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ส.ส.1/3) ที่มีการบันทึกลำดับที่ซึ่งตรงกับลำดับที่ซึ่งบันทึกในบัตร

พูดง่ายๆ ถ้าบัตรที่เรากาแต่ละใบ มีรหัสตรวจสอบย้อนหลังไปถึงเล่มที่ เลขที่ได้ จบ! รู้ว่าใครเลือกใครทันที

บัตรชมพูมี bar code เห็นว่าสแกนปั๊บ ขึ้นเลขของเลขที่บัตร

“เลขที่บัตร” ถูก generate จากสูตร ที่ย้อนกลับไปยัง “เล่มที่” ได้

เล่มที่แจกมีการควบคุมว่าใช้ในหน่วยเลือกตั้งใด ที่ไปตรวจบัญชีรายชื่อ แบบ ส.ส. 1/3 ก็จะรู้ได้ว่าเป็นใคร

มาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญ ระบุให้การเลือกตั้ง ส.ส. ให้ใช้วิธีการออกเสียงโดยตรงและ “ลับ”

งานจะงอกหรือไม่ หรือจะเป็นอีกเรื่องที่ได้ย้ายที่นอน