กรณีการจัดการเลือกตั้ง 69 โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีความผิดพลาดหลายอย่าง ตั้งแต่การเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อ 1 ก.พ.2569 จนมาถึงวันเลือกตั้งใหญ่ 8 ก.พ.69 ที่ผ่านมา
ล่าสุด มีเงื่อนปมในเรื่องการระบุ “บาร์โค้ด” ในบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ โดยเมื่อสแกนตรวจสอบดูพบว่า มีการย้อนข้อมูลกลับไปยัง “ต้นขั้ว” ของบัตร หรือเลขบัตรเลือกตั้งสอดคล้องกับเลขเล่ม ทำให้ถูกตั้งคำถามว่า อาจส่งผลกระทบต่อหลักการเลือกตั้งที่ต้องเป็นความลับ ตามรัฐธรรมนูญ หรือไม่
โดยวานนี้ (12 ก.พ.69) สื่อมวลชนตั้งคำถามถึงผู้บริหาร กกต.กรณีตอนนี้มีการออกมาพูดกันถึงเรื่องบัตรลงคะแนนมีบาร์โค้ด สแกนข้อมูลขั้วบัตรได้ว่า ใครเป็นผู้ออกเสียง โดย ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน บัตรเลือกตั้งเป็นบาร์โค้ดคือ มาตรการรักษาความปลอดภัยว่า มันคือ บัตรล็อตไหน หน่วยไหน เป็นมาตรการควบคุมของ กกต. เป็นมาตรการชั้นดี รู้ได้เลยว่าที่ไปที่มาอยู่ตรงไหน อย่างไร ไม่ใช่ว่าของพรรคไหน ไม่ใช่แน่นอน อันนี้ยืนยัน
ถามย้ำเรื่อง บาร์โค้ด แสดงว่าทุกใบในหน่วยนั้นคือ บาร์โค้ดเดียวกัน ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า บาร์โค้ดคือ ล็อตสำหรับการจัดพิมพ์ เป็นข้อมูลรู้ที่ไปที่มา ตรงนี้พิมพ์ตรงไหน อย่างไร แจกจ่ายไปที่เขตไหน อย่างไร เป็นมาตรการควบคุม ตรงนี้ไม่มีใครสามารถไปรู้ได้ว่า เป็นข้อมูลของหน่วยไหนอย่างไร เป็นมาตรการที่รักษาความปลอดภัยไว้
เรื่องนี้คงต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกันต่อไป
อย่างไรก็ดีหลายคนอาจอยากทราบว่า “เอกชน” ผู้ชนะการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งทั้งแบบ สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่อ คือใคร
กรุงเทพธุรกิจ ตรวจสอบพบว่า สำนักงาน กกต. ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างบัตรเลือกตั้ง และอุปกรณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง เพื่อใช้ในการเลือกตั้ง 69 ที่ผ่านมา อย่างน้อย 6 รายการ รวมวงเงิน 283,667,249 บาท ดังนี้
1.จ้างพิมพ์บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 56,100,000 ฉบับ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง (ซ) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง กำหนดราคากลาง 86,955,000 บาท โดยพิจารณาจากเกณฑ์ราคา ใช้ระยะเวลาในการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด 2 วัน โดยวันที่อนุมัติรายงานขอซื้อขอจ้าง 29 ธ.ค.2568 และวันที่ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา 30 ธ.ค.2568 โดยมีบริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด เป็นผู้ชนะ ด้วยวงเงิน 81,345,000 บาท ลงนามโดยนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.
2.จ้างพิมพ์บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 56,100,000 ฉบับ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง (ซ) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง กำหนดราคากลาง 75,735,000 บาท โดยพิจารณาจากเกณฑ์ราคา ใช้ระยะเวลาในการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด 2 วัน โดยวันที่อนุมัติรายงานขอซื้อขอจ้าง 29 ธ.ค.2568 และวันที่ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา 30 ธ.ค. 2568 โดยมี บริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะการเสนอราคา ด้วยวงเงิน 67,320,000 บาท ลงนามโดยนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.
3.จ้างพิมพ์บัตรทาบบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สำหรับผู้พิการทางสายตาและผู้สูงอายุ จำนวน 215,000 แผ่น โดยวิธีเฉพาะเจาะจง (ซ) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง กำหนดราคากลาง 4.3 ล้านบาท โดยพิจารณาจากเกณฑ์ราคา ใช้ระยะเวลาในการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด 2 วัน โดยวันที่อนุมัติรายงานขอซื้อขอจ้าง 5 ม.ค.2569 และวันที่ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา 6 ม.ค.2569 โดยมีมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้รับการคัดเลือก ด้วยวงเงิน 4.3 ล้านบาท (เท่ากับราคากลาง) โดยมี ขวัญสุรางค์ ขำแจง ผอ.สำนักการคลัง ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ กกต.ลงนาม
4.จ้างพิมพ์ตัวอย่างบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 107,500 หน่วย ๆ ละ 10 ฉบับ รวมจำนวน 1,075,000 ฉบับ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง (ซ) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง กำหนดราคากลาง 1,773,750 บาท โดยพิจารณาจากเกณฑ์ราคา ใช้ระยะเวลาในการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด 2 วัน โดยวันที่อนุมัติรายงานขอซื้อขอจ้าง 5 ม.ค.2569 และวันที่ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา 6 ม.ค.2569 มีบริษัท ศิริวัฒนาอินเตอร์พริ้นท์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ได้รับการคัดเลือก ด้วยวงเงิน 1,773,750 บาท (เท่ากับราคากลาง) โดยมี ขวัญสุรางค์ ขำแจง ผอ.สำนักการคลัง ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ กกต.ลงนาม
5.จ้างจัดทำหีบบัตรเลือกตั้ง หีบบัตรออกเสียง จำนวน 287,500 ใบ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง (ซ) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง กำหนดราคากลาง 35,574,250 บาท โดยพิจารณาจากเกณฑ์ราคา ใช้ระยะเวลาในการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด 2 วัน โดยวันที่อนุมัติรายงานขอซื้อขอจ้าง 29 ธ.ค.2568 และวันที่ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา 30 ธ.ค.2568 แบ่งเป็น หีบกระดาษสำหรับใช้ในการเลือกตั้ง สส. จำนวน 180,000 ใบ มีบริษัท 21 เซ็นจูรี่ จำกัด เป็นผู้ได้รับการคัดเลือก ด้วยวงเงิน 16,020,000 บาท และหีบฟิวเจอร์บอร์ด สำหรับใช้ในการออกเสียงประชามติ จำนวน 107,500 ใบ มีบริษัท ซัคเซส พลาส จำกัด เป็นผู้ได้รับการคัดเลือก ด้วยวงเงิน 19,555,250 บาท โดยการจัดซื้อทั้ง 2 ส่วนรวมมูลค่า 35,575,250 บาท (เท่ากับราคากลาง) ลงนามโดยนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.
6.จ้างจัดทำสายรัดหีบบัตรเลือกตั้ง จำนวน 3,400,000 เส้น โดยวิธีเฉพาะเจาะจง (ซ) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง กำหนดราคากลาง 6.8 ล้านบาท โดยมีบริษัท นาโน อิเลคทริค โปรดักส์ จำกัด เป็นผู้ได้รับการคัดเลือก ด้วยวงเงิน 6.8 ล้านบาท (เท่ากับราคากลาง) ลงนามโดยณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการ กกต.ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ กกต.
ล่าสุด พบอีกว่า สำนักงาน กกต. ว่าจ้าง
7.จัดหาคูหาลงคะแนน สำหรับใช้ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการเลือกตั้งทั่วไป และการออกเสียงประชามติ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ราคากลาง 51,301,129 บาท มีบริษัท ไอเดีย เวิร์ค โพลีแพ็ค จำกัด ผู้ชนะการคัดเลือก ด้วยวงเงิน 51,301,129 บาท (เท่ากับราคากลาง)
8.จ้างสถานีโทรทัศน์เพื่อเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติ จำนวน 13 สถานี โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ราคากลาง 24 ล้านบาท ผู้ชนะ 13 บริษัทสื่อ วงเงินรวม 24 ล้านบาท (เท่ากับราคากลาง)
9.จ้างประชาสัมพันธ์เชิญชวนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติผ่านสื่อป้ายโฆษณา โดยวิธีเฉพาะเจาะจง โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ราคากลาง 11,252,120 บาท บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ผู้ชนะการคัดเลือก ด้วยวงเงิน 11,252,120 บาท (เท่ากับราคากลาง)
ทั้งหมดคือ ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้งบประมาณของสำนักงาน กกต.ที่ใช้ในการ “เลือกตั้ง 2569” ที่ผ่านมา ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และการทำงานค้านสายตาประชาชนจำนวนไม่น้อย จนเกิดกระแส “นับใหม่ทั้งประเทศ” อยู่ในตอนนี้ส่วนรายละเอียดเชิงลึกกรุงเทพธุรกิจ จะนำมาเสนอต่อไป
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





