วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ภท.ตัดเงื่อนไข‘ตัวแปร’ต่อรอง‘กล้าธรรม’เสี่ยงตกขบวน

ภท.ตัดเงื่อนไข‘ตัวแปร’ต่อรอง‘กล้าธรรม’เสี่ยงตกขบวน

สูตรจัดตั้งรัฐบาล นำโดย ภูมิใจไทย ในฐานะพรรคอันดับ 1 ในการเลือกตั้ง 2569 แทบไร้แรงกดดัน ไม่ต้องเจอเกมต่อรองของว่าที่พรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ให้ปวดหัว ในเมื่อสามารถปักธงกวาด สส. อย่างไม่เป็นทางการได้มากถึง 193 ที่นั่ง 

ก่อนเลือกตั้ง ไม่ว่าแต่ละพรรคจะต่อสู้กันมาอย่างดุเดือดแค่ไหนก็ตาม พอเกมจบ เสร็จศึกเลือกตั้ง ก็เท่ากับเข้าสู่ฉากทัศน์ใหม่ เบนเข็มเข้าสู่อำนาจ ด้วยการฟอร์มรัฐบาล หน้าตาคงหนีไม่พ้นรูปแบบผสม

เพื่อไทย ก่อนหน้านี้ถูกมองมาตลอดว่า จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมที่สำคัญ เนื่องจากขยับซ้ายไปกับ พรรคประชาชน หรือจะโยกไปขวากับภูมิใจไทย แต่ภายใต้สมการตัวเลขที่เป็นอยู่ในขณะนี้ โอกาสที่จะ "มีหนู มีหนิม" (จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย) หรือน้ำเงินและแดง ประตูยังเปิดกว้างเสมอ

เงื่อนไขที่ "เพื่อไทย" กำลังซุ่มเงียบด้วยความหวังได้ร่วมรัฐบาล ย่อมส่งผลถึงสถานะของพรรคกล้าธรรมอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะเมื่อไหร่ที่มีแดง ความสำคัญของเขียว ย่อมถูกลดบทบาทลงอย่างแน่นอน เพราะตัวเลขภูมิใจไทยบวกเพื่อไทย 193+74 เท่ากับ 267 เสียง เกินกึ่งหนึ่งเรียบร้อยแล้ว

เกมนี้ "กล้าธรรม" จึงถูกจับตามองว่า พยายามเดินเกมรวบรวมพรรคการเมืองขนาดเล็กมาอยู่ใต้อาณัติ เพื่อเป็นการเพิ่มแรงต่อรองเพื่อให้ได้ร่วมรัฐบาล เพราะเป้าหมายสำคัญ คือต้องการรักษากระทรวงเกรดเอ อย่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ให้หลุดมือ

ระดับคีย์แมนภูมิใจไทย ย่อมรู้ดีว่า กล้าธรรมต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้ตัวเองเป็นฝ่ายค้าน แต่รอบนี้ หากเดินแรง ต่อรองสูง สีน้ำเงินยังมีออปชั่นเสริมอื่นๆ โดยไม่จำเป็นต้องมีสีเขียวได้เสมอ

จริงอยู่ ไม่ว่าค่ายสีน้ำเงิน จะเลือกพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือเลือกแพ็กคู่ แดงและเขียว ย่อมถูกวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอยู่วันยังค่ำ 

หากเลือกแดง โหวตเตอร์ส่วนหนึ่งที่ลงคะแนนให้สีน้ำเงินอาจรู้สึกผิดหวัง เพราะพอจะอนุมานได้ว่า ฐานเสียงที่เทให้สีน้ำเงินอย่างมีนัยสำคัญ อาจมาจากความไม่พอใจเรื่อง"คลิปอังเคิล" จนสถานการณ์ชายแดนบานปลาย กระทั่งวันนี้ก็ยังไม่มีใครการันตีว่า ศึกไทย-กัมพูชา จะสงบนิ่ง100%

ยังไม่นับข้อครหาพัวพันเรื่องเทาๆ ของว่าที่ สส.ค่ายแดงในอีสาน หรือธุรกรรมเกี่ยวพันกับ"เบน สมิธ" เช่น กรณี สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ยอมรับว่า ซื้อเครื่องบินส่วนตัวต่อจากเบน สมิธ มาจริง ดังนั้น พอเลือกตั้งจบ ถ้าสีน้ำเงินกับสีแดง ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ประชาชนบางกลุ่มอาจรู้สึกได้ว่าตัวเองถูกหลอกหรือไม่

ขณะที่สถานการณ์ของสีเขียวเอง หากจะเดินแรงกดดัน บุรีรัมย์ ก็อาจทำได้ไม่เต็มที่ ในเมื่อเกมนี้ สีน้ำเงินอยู่เฉยๆ ใครต่อใครก็อยากเข้าร่วม 

ปรากฎการณ์บรรดาพรรคเล็กพรรคน้อย ทยอยเปิดตัวเติมเสียงค่ายภูมิใจไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้ง พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคเศรษฐกิจ และพลังประชารัฐ เบื้องต้นรวมกัน 9 เสียง ยังไม่นับพรรคที่ดีลจบ แต่ยังไม่เปิดตัวอีกเท่าไหร่ นั่นเท่ากับว่าโอกาสของพรรคกล้าธรรมก็ยิ่งลดลง เพราะคือตัวหารเฉลี่ยโควตารัฐมนตรี 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า หากตัวเลขรัฐบาลเกินความจำเป็นไปมาก โควตารัฐมนตรีของภูมิใจไทยก็ต้องลดลงไปตามสัดส่วนอีก ซึ่งส่วนหนึ่งต้องกันเป็นโควตาคนนอกเพื่อตรึงเรตติ้งรัฐบาล

ดังนั้น เกมของกล้าธรรมที่หวังเข้าร่วมรัฐบาล จึงต้องประคองตัวให้ดี ถ้าจะลุยถึงขั้นแตกหักกับครูใหญ่บุรีรัมย์ อาจต้องเผชิญความเสี่ยงมากมาย 

ไล่ตั้งแต่หัวขบวนลงไป แตะตรงไหนก็สะดุ้งกันทั้งนั้น พะเยาเองรู้ดีที่สุดคนหนึ่งถึงขุมกำลังและเครือข่ายอำนาจทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็นของน้ำเงินนั้นขนาดไหน

การเปรยของ อนุทิน ชาญวีรกูล ถึงสูตรตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ จะประกอบด้วยพรรคสีไหน คำตอบ คือ "สีธงชาติ" ถูกตีความได้ทันที เพราะถ้าดูตามสีธงไตรรงค์ คือ แดง ขาว น้ำเงิน นั่นอาจจะมีทุกพรรค ยกเว้นส้มกับเทา เป็นการส่งสัญญาณปรามบางพรรค อย่าแข็งข้อหรือไม่

"กล้าธรรม"ไม่มีคำตอบอื่น นอกเหนือจากร่วมรัฐบาล แต่การจะไปถึงจุดนั้นได้ ดูเหมือนจำเป็นต้องแถวตรง อยู่ในกติกาของสีน้ำเงิน และต้องยอมรับเงื่อนไขให้ได้ไปต่อ ทั้งที่อาจขัดกับสิ่งที่ต้องการ โดยเฉพาะกระทรวงที่อยากคุมเบ็ดเสร็จ