วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

‘กล้าธรรม-เพื่อไทย’ ชิงร่วมรัฐบาล จับตาค่ายสีน้ำเงินประเมินโควตารัฐมนตรี

‘กล้าธรรม-เพื่อไทย’ ชิงร่วมรัฐบาล จับตาค่ายสีน้ำเงินประเมินโควตารัฐมนตรี

แม้ยังต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ แต่จำนวน สส. 193 ที่นั่งของ “พรรคภูมิใจไทย” ทำให้แรงต่อรองทางการเมืองของ “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ ผู้นำจิตวิญญาณ พรรคภูมิใจไทย พุ่งสูงลิบ

ท่าทีของ “อนุทิน” ค่ำวันที่ 8 ก.พ.69 ที่ผ่านมา ขอรอให้ กกต. รับรองผลการเลือกตั้งก่อนจะจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล ส่งสัญญาณไปยัง พรรคคู่แข่ง-พรรคคู่แค้น ดีลหน้าฉากยังไม่เกิดขึ้นในทันที เปิดเจรจาหลังฉากต่อรอง “เก้าอี้อำนาจ” เพื่อพิจารณาข้อเสนอของแต่ละพรรคการเมือง

จากเดิมที่คาดการณ์ว่า “อนุทิน - ภูมิใจไทย” อาจจะผูกติดกับ “ผู้กองมนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม “มีหนู - มีนัส” แต่ท่าทีของ “หัวขบวนค่ายน้ำเงิน” กลับออกลูกแทงกั๊ก ทำให้ “ธรรมนัส - ขุนพลกล้าธรรม” ออกอาการระแวง

เนื่องจากตัวเลข สส. ภูมิใจไทย ทิ้งห่างพรรคอันดับสอง และพรรคอันดับสาม หลายช่วงตัว ส่งผลให้ถือไพ่เหนือกว่า “ว่าที่พรรคร่วมรัฐบาล” การต่อรองหลังฉาก “นายกฯหนู - ครูใหญ่” สามารถเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุดได้

แม้จะมีหลายเสียงเชียร์ให้จัดตั้ง “รัฐบาลเข้มแข็ง” ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคกล้าธรรม 58 เสียง รวมเป็น 325 เสียง ซึ่งจะทำให้ “รัฐบาลอนุทิน” มีเสถียรภาพสูงมาก ยากที่ “ขั้วฝ่ายค้าน” จะคิดเกมโค่นล้ม

ทว่าจำนวน สส. 325 เสียง จะส่งผลให้โควตารัฐมนตรีที่ต้องเกลี่ยให้ลงตัวกับสัดส่วน สส. จะอยู่ที่ 9 สส. ต่อ 1 โควตารัฐมนตรี ซึ่งทั้ง 3 พรรค ไม่แฮปปี้แน่นอน จึงมีปฏิบัติการ “แดง - เขียว” ชิงเข้าร่วมรัฐบาลกับ “ค่ายน้ำเงิน”

สูตรรัฐบาล “น้ำเงิน -เขียว” ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคกล้าธรรม 58 เสียง พรรคไทรวมพลัง 6 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง และพรรคเล็ก 10 เสียง รวม 270 เสียง จึงถูกเสนอให้ “อนุทิน - เนวิน” พิจารณา จังหวะก้าวของ “ธรรมนัส” มีร่องรอยความกังวลอยู่ไม่น้อย

โดยสะท้อนผ่านคำสัมภาษณ์ ระบุว่า “ถ้าผมเป็นพรรคภูมิใจไทย ตอนนี้จะนั่งตีขิมอยู่ที่บ้าน ไม่จำเป็นจะต้องไปคุยกับพรรคโน้นพรรคนี้ แต่พรรคบางพรรคที่อยากจะร่วมรัฐบาลก็อาจจะพูดมากหน่อยก็เป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับพรรคกล้าธรรมเราอยู่ในที่ตั้ง”

มีกระแสข่าวว่าช่วงค่ำวันที่ 8 ก.พ.69 หลังรู้ผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ “เบอร์หนึ่งค่ายเขียว” ต่อสายถึง “บิ๊กเนมพรรคไทรวมพลัง” เพื่อให้ยก 6 เสียงของ “พรรคสีชมพู” ให้มาอยู่ในเงื่อนไขต่อรองของ “พรรคเขียว” เช่นเดียวกับมีความพยายามติดต่อ “ค่ายบ้านป่า” แต่ปลายสายไม่มีสัญญาณตอบรับ เพราะแผลเก่ายังบาดลึก

ขณะเดียวกันมีความเคลื่อนไหวของ “เบอร์หนึ่งค่ายเขียว” เปิดตัวเลข “กองทุนค่ายเขียว” ส่งตรงให้ “บิ๊กค่ายน้ำเงิน” ทว่าบรรดากองหนุนกลับไม่เล่นตามบท ทั้ง “ค่ายชมพู - ค่ายบ้านป่า” ยืนขาแข็งอยู่ในที่ตั้ง ปฏิบัติการเปิดดีล จึงยังไม่ปิดจ็อบ

สูตรรัฐบาล “น้ำเงิน - แดง” ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคไทรวมพลัง 6 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง และพรรคเล็ก รวม 281 เสียง

มีกระแสข่าวว่า “บิ๊กเนมค่ายน้ำเงิน” มีการพูดคุยกับ “ผอ.ค่ายแดง” เรียบร้อยแล้ว เงื่อนไขการเจรจาคือ การเข้าร่วมรัฐบาลอนุทิน โดยการต่อรองยังคุยกันในภาพกว้าง ยังไม่ลงรายละเอียดโควตารัฐมนตรี เนื่อง “บิ๊กค่ายน้ำเงิน” ต้องชั่งน้ำหนักหลายทาง

อย่างไรก็ตามท่าทีของ “บิ๊กค่ายแดง” ทอดสะพานไปยัง “บิ๊กค่ายน้ำเงิน” เช่นเดียวกับ “ขุนพลเศรษฐกิจค่ายน้ำเงิน” มีท่าทีเชื่อมมิตรไปยัง “ค่ายแดง” มากกว่า

ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจาก “ภูมิใจไทย” โดยในวันที่ 12 ก.พ.69 เวลา 13.30 น. ได้เรียกประชุมว่าที่ สส. และแกนนำพรรค ร่วมประชุมเพื่อแสดงความยินดี พูดคุยแนวทางการทำงานงาน ระเบียบ ข้อปฏิบัติต่างๆ ของว่าที่ สส.ใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะประกาศผลรับรองอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่าจะมี “วาระ(ไม่)ลับ” การหารือเพื่อประเมินเลือก “พรรคร่วมรัฐบาล” รวมอยู่ด้วย

หลังจากนี้จับตาการเดินเกมของ “ธรรมนัส - กล้าธรรม” ต้องปะทะกับ “นายใหญ่ - บิ๊กแดง” ต่างฝ่ายต่างเปิดดีลขอเข้าร่วม “รัฐบาลสีน้ำเงิน” โดยมีความอยู่รอดของ “กล้าธรรม - เพื่อไทย” เป็นเดิมพัน

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์   ศิลาวงษ์