วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม 2569

Login
Login

'ปชป.' ออกแถลงการณ์ จี้ 'ปปง.' เร่งขยายผล ยึด-อายัด แก๊งทุนเทา

'ปชป.' ออกแถลงการณ์ จี้ 'ปปง.' เร่งขยายผล ยึด-อายัด แก๊งทุนเทา

"อภิสิทธิ์" ห่วง มาตรการยึด-อายัดทรัพย์ แก๊งทุนเทาไม่เกิดผล จี้ "ปปง." เร่งขยายผลตามกฎหมาย ก่อนครบกำหนด 90 วัน ชี้เป็นบทพิสูจน์ การเมืองสุจริต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ประชุมร่วมกับกรรมการบริหารพรรค สมาชิก และว่าที่สส.แล้วเสร็จ จากนั้นได้แถลงว่า  พรรคได้ดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปัญหาทุนเทาสแกมเมอร์ มาตรการยึดอายัดทรัพย์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ทุนเทา เหลือเวลาอีกเพียง 17 วัน จะครบเวลา 90 วัน ในการดำเนินการ ดังนั้นขอเรียกร้องก็คือว่ารัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งรัดเรื่องดังกล่าวอย่าปล่อยให้ระยะเวลา 90 วัน มันผ่านพ้นไป จนสุดท้าย มาตรการที่เป็นการยึดอายัดทรัพย์ชั่วคราวไม่ได้ส่งผลอะไร ทั้งนี้ ช่วงที่ผ่านมายังเห็นว่า มีบุคคล หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้ เช่น สถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเดิมด้วย และไปเกี่ยวข้องกับโครงการอื่น เช่น การสแกนม่านตา ซึ่งเรามองว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ยังไม่ได้ดำเนินการเท่าที่ควร ในการที่จะยึดอายัดทรัพย์ หรือป้องกันไม่ให้เกิดการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน ไปจนถึงเรื่องของการที่จะทำให้สามารถขยายผลไปยังกลุ่มบุคคลต่างๆ ได้

"ทราบดีว่าตอนนี้ก็เป็นรัฐบาลรักษาการ และก็อำนาจหน้าที่ตรงนี้ก็เป็นของหน่วยงานอย่างเช่น ปปง. หรือ กลต.แต่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเร่งรัดเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้มาตรการยึด อายัดทรัพย์ที่ผ่านมา กลายเป็นมาตรการที่ไม่เกิดผลอะไรเลย ดังนั้นอยากให้เร่งทำและขยายผลต่อ" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ออกแถลงการณ์ผ่านเพจพรรคถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยระบุว่า

พรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามเรื่อง ธุรกรรมผิดปกติของกลุ่มสแกมเมอร์มาตั้งแต่ต้น ตามที่ได้เสนอต่อ ปปง. เมื่อเดือน พ.ย. 68 ที่ผ่านมา และ ขอชื่นชม การปฏิบัติการของ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ร่วมกับปปง. ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ นายไชยชนก ชิดชอบ  รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นำไปสู่การยึดอายัดทรัพย์กลุ่มสแกมเมอร์ 9.2 พันล้านบาท  

พรรคประชาธิปัตย์ได้รับข้อมูลว่า ปปง. จะมีการประชุมในบ่ายวันนี้ จึงขอเสนอความเห็น ว่า เรื่องนี้ จะเป็นการทดสอบการเมืองสุจริตของรัฐบาลไทย และ เป็นการรักษาศักดิ์ศรี และ ความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทย ประเทศไทยจะต้องไม่ยอมให้กลายเป็นศูนย์กลางการฟอกเงินของการกระทำผิดของกลุ่มสแกมเมอร์ และ ทุนเทา จากผู้กระทำความผิดในประเทศรอบๆอย่างจริงจัง

1. การดำเนินการยึดอายัดทรัพย์ของ ปปง. ตั้งแต่ช่วงวันที่ 2 ธ.ค. 2568 เป็นไปอย่างถูกต้อง มีหลักฐานความผิดในข้อหา อั้งยี่-ซ่องโจร-ฉ้อโกงประชาชน-ฟอกเงิน โดยมีผู้เสียหายกว่า 700 ราย พบเส้นทางฟอกเงินมีโอนต่อเป็นทอดๆ มาถึงบัญชีเหล่านี้ ดังที่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะให้เป็นที่ทราบกันแล้วทั่วโลก จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่รัฐบาลและทุกหน่วยงาน รวมทั้ง ปปง. ต้องดำเนินการขั้นต่อไปอย่างจริงจัง

2. จากการศึกษาของพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มผู้กระทำความผิด และ สถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องเช่น กลุ่ม Capital Asia Investment (CAI) ยังมีความเกี่ยวข้องกับคดีสแกนม่านตาคนไทย 1.2 ล้านคน ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สรุปสำนวนคดี ส่ง ป.ป.ช.ไต่สวนข้อเท็จจริง มาตรา 157 ข้าราชการฝ่ายการเมือง เจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี รวม 6 ราย ไปแล้วด้วย จึงถือว่า เป็นกลุ่มอาชญากรรมร้ายแรง ที่เป็นอันตรายต่อประเทศไทยอย่างยิ่ง

3. จากการศึกษาของพรรคประชาธิปัตย์ ยังพบแหล่งสินทรัพย์และหลักทรัพย์ของกลุ่มบุคคลที่ถูกยึดอายัดทรัพย์กลุ่มนี้ แต่ยังไม่ถูกยึด อายัด  และ ตรวจสอบเส้นทางการเงินให้ครบถ้วนตามเรื่องที่ พรรคฯได้นำเสนอตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน และ กำลังรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเตรียมเสนอให้ขยายวงหลักทรัพย์ และ กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังต่อไป 

"การดำเนินการในครั้งนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง และ เชื่อมั่นว่า รัฐบาล ปปง. และ ทุกหน่วยงานภาครัฐ จะได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อเป็นการสู้ภัยสแกมเมอร์ และปกป้องศักดิ์ศรี ของตลาดทุนไทย และ ประเทศไทยในสายตาชาวโลกให้สง่างาม จึงเรียนมาเพื่อทราบ และ โปรดพิจารณาดำเนินการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังต่อไป" แถลงการณ์พรรคประชาธิปัตย์ ระบุ